ข้อความต้นฉบับในหน้า
ความเพียรทางจิตด้วยวิธีนานาประการ ที่นิยม ที่วิเศษ คือธรรมทั้งหลายที่ควรรู้ ควรเข้าใจ พูดง่ายๆ ก็คือธรรม
ในยุคนั้นอย่างเอาชีวิตเข้าแลกทีเดียว แต่ปรากฏว่าใช้ไม่ ทั้งหลายที่พระองค์ได้รู้ได้เห็น ตามอำนาจของธรรมกาย
ได้ผล จนกระทั่งพระองค์ค้นคว้าวิธีกลั่นใจของพระองค์ให้ ที่พระองค์ได้บรรลุ จากการบำเพ็ญภาวนาทำให้ใจหยุดใจ
ใส หมดสิ้นจากกิเลสได้สำเร็จ
นิ่งเข้าถึงธรรมกายภายในตามลำดับๆ ตั้งแต่ธรรมกายโสดา
เพราะฉะนั้นเหตุที่ทำให้พระองค์ได้คุณงามความดี ธรรมกายสกทาคามี ธรรมกายอนาคามี ธรรมกายอรหัต
จนแม้กระทั่งเทวดา พระอินทร์ พระพรหมยังให้ความ
เคารพก็คือ อ้นที่ ๑ ออกบวช วันที่ เอ ทุ่มเททำความ
จนกระทั่งธรรมกายอรหัตในอรหัต นับไม่ถ้วนทีเดียว
เมื่อเป็นอย่างนี้จึงทำให้พระองค์เกิดความเห็น
เพียรทางจิต ตั้งใจท่าสมาธิจนกระทั่งใจของพระองค์ ภายในที่สว่างสุดประมาณ ซึ่งถ้าพวกเราตั้งใจฝึกสมาธิ
สามารถหยุดนิ่งเข้าศูนย์กลางกายบรรลุธรรมกายจน ภาวนาเพียงพอจนเข้าถึงพระธรรมกาย จะพบว่าความ
สามารถปราบกิเลสหมดสิ้นไปหรือที่เรียกว่าบรรลุโพธิญาณ สว่างของการเห็นภายในนั้นเหมือนเราเอาดวงอาทิตย์ใน
คำว่าโพธิญาณ คือ การตรัสรู้ธรรม หมายถึง รู้แจ้งธรรม ยามเที่ยงจำนวนมากมายมาเรียงกัน จนกระทั่งเต็มห้องฟ้า
ทั้งหลายตรงตามความเป็นจริง ส่วนค่าว่าตรัสรู้เญยฺยธรรม แน่นอน ดวงอาทิตย์ยามเที่ยงเพียงดวงเดียวก็สว่างอยู่แล้ว
คือ ธรรมทั้งหลายที่ควรรู้ ซึ่งพระองค์ได้ทำให้แจ้งที่ควง นะ แต่นี่เอามาเรียงกันมากๆ จนเต็มท้องฟ้าจะสว่างลัก
ไม้ศรีมหาโพธิ์โนครั้งนั้นเอง
แค่ไหน แต่สำหรับผู้ที่เข้าถึงธรรมกายอรหัตละเอียดๆ ที่อยู่
ค่าวว่าควงไม้เป็นค่าที่พวกเราไม่ค่อยคุ้นกันนักใน ข้างในตัวของเรา ความสว่างที่เกิดขึ้นมันมากกว่านั้นอีก
เมื่อความสว่างมากถึงปานนั้น จึงทำให้ทรงเห็น
สรรพสิ่งทั้งหลายตรงตามความเป็นจริงได้หมด ทรงรู้ความ
จริงของสรรพสิ่งต่างๆ ทั้งหมดตามควรแก่ความสว่างที่
พระองค์มี ที่พระองค์ได้ ที่เกิดในใจพระองค์
สำหรับพวกเราก็ขอให้ตั้งใจปฏิบัติธรรมให้ยิ่งๆ ขึ้นไป
ปัจจุบัน ประกอบขึ้นด้วยคำสองคำ สำหรับคำว่า “ควง”
เป็นคำกิริยา แปลว่าทำให้แกว่ง หรือหมุนเป็นวง เช่น
ควงกระบอง หรืออาการที่หมุนประดุจเดียวกับดอกสว่าน
อีกความหมายหนึ่งแปลว่า “บริเวณ” เพราะฉะนั้นความ
หมายของควงไม้ก็คือ บริเวณร่มไม้พระศรีมหาโพธิ์ ก็
หมายถึงต้นไม้ที่พระองค์ตรัสรู้ธรรม ซึ่งเรียกว่าโพธิพฤกษ์ วันหนึ่งคงจะได้รู้ได้เห็นความสว่างอย่างสุดประมาณตาม
หวือต้นโพธิ์ นั้นเอง
ที่พระองค์ท่านได้รู้ได้เห็นกันบ้างสักวันหนึ่ง
ที่ร่างกายของพระองค์
เมื่อมาถึงตรงนี้มีความรู้ที่เรามองข้ามไม่ได้คือ คำว่า คุณงามความดีของพระองค์ได้บังเกิดขึ้นนับตั้งแต่
โพธิ ซึ่งแปลว่าตรัสรู้ธรรม ต้นไม้ต้นไหนที่พระสัมมาสัมพุทธ บรรลุธรรมกายอรหัต จนกระทั่งดับขันธปรินิพพาน คำ
เจ้าไปตรัสรู้ที่โดนต้น คืออาศัยร่มไม้บำเพ็ญภาวนา เจริญ ว่าดับขันธปรินิพพาน คือ เมื่อถึงเวลาที่ร่าง
สมาธิจนกระทั่งตรัสรู้ธรรม เขาเรียกต้นไม้นั้นว่าต้นโพธิ์ ถึงแก่การแตกดับแล้วธรรมกายภายในตัวของพระองค์ก็
ต้นพระศรีมหาโพธิ์ คือต้นไม้ที่มีสิริมงคลที่พระพุทธเจ้า แยกออกจากร่างกาย เข้าอายตนนิพพานไปทิ้งร่างกายที่
ประกอบด้วยเลือดเนื้อไว้เบื้องหลัง ส่วนอายตนนิพพานคือ
ไปตรัสรู้
ถ้ายุคไหนพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไปตรัสรู้โคนต้นจำปา อะไรนั้น เราค่อยไปศึกษาข้างหน้าอีกที
ต้นจำปาต้นนั้นก็ได้ชื่อว่าต้นพระศรีมหาโพธิ์ของอุคนั้น
ถ้าไปตรัสรู้ใต้ต้นไทรในยุคไหน ยุคนั้นต้นไทรก็เป็นต้น
พระศรีมหาโพธิ์นั้น ส่วนในยุคของเรานั้น พระสัมมาสัม
พุทธเจ้าของเราไปตรัสรู้ที่โคนต้นไม้ ซึ่งเดิมมีชื่อว่าอัส-
ลัดถะพฤกษ์ เราจึงถือว่าต้นอัสสัตถะพฤกษ์ คือต้นโพธิ์
และเรียกชื่อนี้ดกทอดกันมาจนถึงปัจจุบัน
และที่โคนโพธิ์นี้เองที่พระองค์ได้ตรัสรู้ เญยยธรรม
าารทรก ยๆผมิคร bb กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑
อรห์
อรห์เป็นพระคุณข้อกัน มันยาะแสดงต่อไปที่
อรท์แนณมิดกนามเกิดขึ้นเองหอมกับที่พระองค์
บรรจุพระโพธิญาณ ยกตัวอย่างเทียบเทียงคล้าย
กับชื่อพระราชกุมารีของพระเจ้าปเสนทิโกศล ชื่อว่า