การละกิเลสและการปฏิบัติ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2541 ฉบับที่ 2 หน้า 99
หน้าที่ 99 / 132

สรุปเนื้อหา

(ต่อจากหน้า ๒๖) ขลุกๆ เนื้อของมะขามที่อยู่ข้างในนั้น อุปมาเหมือนกายทิพย์ ส่วนเปลือกของมะขาม อุปมาเหมือนกับกายมนุษย์ของเรา เวลากายมนุษย์กับกายทิพย์มันหลุดพรากออกจากกันก็ เป็นอันว่า ตาย นี่เป็นเครื่องยืนยันอะไร นี่เป็นเครื่องยืนยันว่า พระ เดชพระคุณหลวงพ่อท่านปฏิบัติจริง ได้เห็น ได้รู้จริง จึง กล้านำมาเล่าให้เราฟังว่าเวลาคนตาย มีอาการอย่างนี้ นี่ เป็นคุณวิเศษที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านบรรลุ กิเลสในกายอรูปพรหม คือ กามราคานุสัย ปฏิมานุสัย อวิชชานุสัยต่อแค่นี้จึงยกเข้าถึงกายหนึ่ง คือ กายธรรม หรือเรียกว่า ธรรมกาย เข้าขั้นโคตรภูจิต เรียกว่า โคตรภูบุคคล จะขอตัดตอนตรงนี้ก่อน จากการรู้จริง เห็นจริง เพราะว่าทำจริงของ พระ เดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำ ทำให้เราได้ความกระจ่าง อาตมาเองก็อ่านตำรับตำราเกี่ยวกับภาค

หัวข้อประเด็น

- การละกิเลสและการปฏิบัติ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

(ต่อจากหน้า ๒๖) ขลุกๆ เนื้อของมะขามที่อยู่ข้างในนั้น อุปมาเหมือนกายทิพย์ ส่วนเปลือกของมะขาม อุปมาเหมือนกับกายมนุษย์ของเรา เวลากายมนุษย์กับกายทิพย์มันหลุดพรากออกจากกันก็ เป็นอันว่า ตาย นี่เป็นเครื่องยืนยันอะไร นี่เป็นเครื่องยืนยันว่า พระ เดชพระคุณหลวงพ่อท่านปฏิบัติจริง ได้เห็น ได้รู้จริง จึง กล้านำมาเล่าให้เราฟังว่าเวลาคนตาย มีอาการอย่างนี้ นี่ เป็นคุณวิเศษที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านบรรลุ กิเลสในกายอรูปพรหม คือ กามราคานุสัย ปฏิมานุสัย อวิชชานุสัยต่อแค่นี้จึงยกเข้าถึงกายหนึ่ง คือ กายธรรม หรือเรียกว่า ธรรมกาย เข้าขั้นโคตรภูจิต เรียกว่า โคตรภูบุคคล จะขอตัดตอนตรงนี้ก่อน จากการรู้จริง เห็นจริง เพราะว่าทำจริงของ พระ เดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำ ทำให้เราได้ความกระจ่าง อาตมาเองก็อ่านตำรับตำราเกี่ยวกับภาคปฏิบัติมามาก ต่อไปอีกว่า คนเรามีกายซ้อนเป็นชั้นๆ เข้าไป ตั้งแต่กาย แต่ไม่เคยพบเลยว่า มีพระอาจารย์เจ้าท่านใด สามารถ อธิบายการตายได้ชัดเจน ส่วนมากก็จะใช้ค่า ว่าวิญญาณ หลุดออกจากร่าง ซึ่งแสดงว่าเป็นเพียงจินตนาการ คือไม่ รู้ ไม่เห็นจริง แต่นี่พระเดชพระ คุณหลวงพ่อวัดปากน้ำท่านทั้งรู้ ทั้งเห็นจริง ท่านจึงได้นำมา เทศน์สอนไว้ ก็เหลือแต่พวกเรา ที่อ่านและที่ได้ฟังเทศน์ของท่าน ในยุคนั้น จะไปลงมือประพฤติ ปฏิบัติให้รู้จริงเห็นจริงอย่าง ทานบาง และตรงนี้เองก็ต้องบอกว่า เป็นชั้นเชิงการเทศน์ที่ลึกล้ำ ของหลวงพ่อ เพราะเท่ากับยั่ว ยุ ท้า ทาย เชื้อ เชิญ ให้ผู้ฟังรีบ ตั้งใจประพฤติปฏิบัติตามท่าน ที่ท่านทำอย่างนี้ได้ ก็เพราะ ท่านมีความรู้จริงเห็นจริงอัน นั้นเอง เกิดจากการทำได้จริงของท่าน พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านพูดต่อไปว่า การละกิเลสของพระองค์หลุดไปเป็นขั้นๆ ตั้งแต่ กิเลลในกายมนุษย์ กายทิพย์กายรูปพรหม กายอรูป พรหมเป็นลำดับไป กิเลสโนกายมนุษย์ คือ อภิชมา พยาบาท ม์ฯนาทิกูรู กิเลสในกายทิพย์คือ โลภะ โทสะ โมหะ กิเลสในกายรูปพรหม คือ ราคะ โทสะ โมหะ มนุษย์ กายทิพย์ กายรูปพรหม กายอรูปพรหม แต่กายเหล่านั้น ถึงจะเป็นกายทิพย์ กายพรหม กาย อรูปพรหมก็ตามที กิเลสก็ยังแทรกซึมและครอบงำเข้าไป อยู่ในจิตใจได้ กิเลสมันไม่ละ เว้นใครเลย นอกจากเข้าแทรก ซึมเข้าไปอยู่ในใจ ถ้ามากเข้า มันก็ท่วมจนเอ่อล้น มาหมัก มาดองใจ แล้วก็บีบคั้นใจ ครอบ คลุมใจจนกระทั้งมืดมิด กิเลส ไม่ได้มีอยู่เฉพาะในใจของกาย มนุษย์ แต่ยังแทรกซึม ครอบงำ บีบคั้น หมักดอง อยู่ในใจของ กายทิพย์กายรูปพรหมและ กายอรูปพรหม เป็นลำดับไป อีกด้วย อาศัยที่พระเดชพระคุณ หลวงพ่อที่ท่านรู้จริงเห็นจริง จึงได้ชี้ให้เราดูว่า กิเลสในใจ ของกายมนุษย์มีอะไรบ้าง ก็มี สามตัวใหญ่ๆ คือ อภิชฌา ได้แก่ความเพ่งเล็งอยากได้ของของผู้อื่น พยาบาทได้แก่ ความจองล้างจองผลาญ มิจฉาทิฏฐิได้แก่ความเห็นผิด เป็นชอบ ในกายทิพย์หรือกายเทวดาก็มีกิเลสเหมือนกัน คือ โลภะ โทสะ โมหะ เป็นกิเลสในตระกูลเดียวกับกิเลสใน กายมนุษย์นี่แหละ แต่ความเข้มข้นหย่อนกว่า เป็น กิเลสที่หยาบน้อยกว่า กุ ม ภ า พั น ธ์ ๒๕๔๑ ๗ถ) วา?สารกัฮยา มัดร
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More