ข้อความต้นฉบับในหน้า
!!
ที่เราดีด มันมีตำหนิอยู่ข้างใน มีตัวบ่อนทำลายให้ใจเรา เรื่องนี้มานับอสงไขยภพ อสงไขยชาติจนนับไม่ถ้วน
เสื่อมคุณภาพอยู่ข้างใน ถ้าเปรียบกับร่างกาย ในร่างกาย
เราก็มีโรคร้ายคอยบีบคั้นให้ป่วย ให้ไข้ ให้แก่ ให้เฒ่า ให้
กระทั้งพิกลพิการหรือถึงดายได้ฉันใด ใจก็มีตัวบีบ ตัวคั้น
อยู่ มีโรคร้ายอยู่ในใจ ดอยบีบคอยคั้น ให้ทั้งขุ่นมัว เศร้า
หมองและก็เสื่อมคุณภาพต่างๆ นานา สิ่งนั้นเรียกว่า “กิเลส
” กิเลสไม่ได้อยู่นอกฟ้าป่าหิมพานต์ ไม่ได้อยู่ที่กลางอวกาศ
ไม่ได้อยู่ในน้ำในดินแต่กิเลสนั้นแทรกอยู่ในใจของทุกๆ คน
ทีนี้เมื่อมีกิเลสเข้าไปอยู่ในใจแล้วก็ทั้งห่อ หุ้ม ทั้งบีบ คั้น
ทั้งกัด กร่อน ทั้งหมัก ดอง ทั้งบ่อนทำลายสารพัด
ที่ว่าบีบคั้น ก็เหมือนกับเอาของใส่ไปในเครื่องบีบ
เหมือนอย่างเขาบีบก้อย เมื่อเอาก้อยใส่เข้าไปในเครื่อง
บีบแล้ว มันก็จะบีบเป็นน้ำก้อยออกมา
ส่วนคั้น ก็คนอย่างเราคั้นน้ำดื่ม แต่กิเลสมันคั้นยิ่ง
กว่านั้นอีก
นับตั้งแต่เริ่มต้นแสวงหาความพ้นทุกข์ ว่าทุกข์เกิด
จากอะไร ก้อ เกิดด้วยกิเลส กว่าจะรู้ว่าทุกข์ทั้งหลายเกิด
จากกิเลส และกิเลสหน้าตาเป็นยังไง อยู่ที่ไหน จะต้อง
ปราบให้สำเร็จได้อย่างไร แล้วกว่าจะปราบสำเร็จ ได้
ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า คือบรรลุธรรมกายอรหัต
ที่มีลักษณะมหาบุรุษใสเป็นแก้ว มีเกศดอกบัวตูม ซึ่งเรียก
ว่า พุทธรัตนะ พุทธ แปลว่า ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน พระ
ธรรมกายเป็นรัดนะ เรียกว่าพุทธรัตนะ เป็นพระแก้ว กว่า
จะตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าใช้เวลานานถึง ๒๐
อสงไขยกับแสนมหากัป เพราะฉะนั้น อรหันต์จึงกลาย
เป็นคำศักดิ์สิทธิ์ เพราะศักดิ์สิทธิ์อย่างนี้จึงได้นำ มาใช้บริ
กรรมภาวนาในขณะนั่งสมาธิกันว่า “สัมมาอรหัง”
การที่คนใดคนหนึ่งจะทำ ให้ใจไกลจากกิเลส หรือ
กิเลสหลุดไปเลยไม่สามารถกลับเข้ามาได้อีกแล้ว นั้นเป็น
ทั้งมันยังกัดกร่อนใจ อุปมาเหมือนกับเอาเหล็กแข่ เรื่องใหญ่ เพราะฉะนั้นถ้าใครสามารถทำได้ แน่นอน
ไปในน้ำกรด แล้วน้ำกรดมันก็กัดซะจนกร่อน
คุณสมบัติวิเศษอีกนานาชนิดจะเกิดขึ้นมาในตัวทีเดียว ซึ่ง
นอกจากนี้กิเลสมันหมักดองใจ หมักดองเหมือนอะไร พระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำท่านได้ขยายความต่อ
เหมือนเอาผักใส่เชื้อราหมักมันลงไป ผักสดๆ กลายเป็น ไปอีกข้างหน้า
ผักดองส่งกลิ่นเหม็นหึ่ง
กิเลสมันฉาบทาใจ เหมือนอย่างกับจานที่เขาเคลือบ
เขาฉาบเอาไว้ข้างนอก
เพราะผลของการที่พระองค์ทำใจให้หลุดพ้นจาก
กิเลสได้นี้เอง คุณวิเศษที่บังเกิดขึ้นจึงกลายเป็นคุณสมบิต
แล้วมันสามารถที่จะระเบิดใจได้เหมือนกับลูกระเบิด ประจำพระองค์ไป ทำให้พระองค์ได้เนมิตกนามว่า “อร
นั่นทีเดียว
กิเลสมันทั้งบีบ ทั้งคั้น มันทั้งกัด ทั้งกร่อน ทั้งหมัก
ทั้งดอง ทั้งเคลือบ ทั้งฉาบทา ทั้งระเบิด มันท่าความเสีย
หายให้กับใจเราได้ทุกรูปแบบ เพราะฉะนั้น ผู้มีธรรมจึง
ทั้งเกลียดทั้งกลัว ไม่อยากเข้าใกล้มัน ไม่ยอมให้กิเลสตก
ค้างอยู่ในใจท่านได้ แต่คนทั่วไปไม่รู้ ทำไมไม่รู้ เพราะว่า
มันใกล้กับกิเลส ใกล้ขนาดไหน ใกล้ขนาดกิเลสเข้าไปอยู่
ไนใจซะเต็มที่เลย แด่พระองค์บรรลุพระสัมมาสัมโพธิญาณ
ได้ด้วยธรรมกาย กำจัดกิเลสหลุดออกไปจากใจหมดเลย
ไม่มีเหลือเลย จึงใช้คำว่า ไกลจากกิเลส จึงเรียกว่า อรหันต์
ส่วนวิธีการที่จะทำกิเลสให้หมดไปมันยากเย็นแสนเข็ญ
เมื่อเราเรียนในพุทธประวิติเราได้ทราบว่า กว่าพระองค์
จะรู้ว่ามนุษย์เป็นทุกข์เพราะกิเลส ก็แสวงหา ค้นคว้า
วารสารกั&ยากเตร ๒๔ ถม ภา พัแย้ ๒ ๕๔๓
หัง” นี่ก็เป็นนัยที่ ๑ ที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำ
ท่านให้ไว้
บัระกลบตัวลตาทิใน เป็นต้คงไม่หวั่นไหว หาก
จะนีขลงหอนนาซะโลน ไส้พระวราลสักหนึ่ง และอา
ของเหน็นนาซะโลนสักหนึ่ง พระหฤทัยลองพระองค์
ในเลวตันหรือยินดียินร้ายสระการโต และลชีพนี้ต้
อีคสถานหนึ่งว่า อินฺทยีลปโน พระทัพนั่นคงตั้งลาเงื่อน
ถึงจะนีพายุนาแต่จตุรทิศ ไม่คลอน เมื่อเช่นนี้จึงนิตย
ที่แผลไตอีกอย่างว่า เป็นตัดวรดีลเป็นที่ที่เราลนควร
จะเหือดจะลูจาไว้เหนืออึ่งทั้งหมด อรห์ เป็นนานเหตุ
พระคุณนานนอกนั้นเป็นนานตล