ข้อความต้นฉบับในหน้า
มาถึงตรงนี้พระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำท่าน เรื่องที่สลับซับซ้อนอยู่อีกมากมายนัก ควรแก่การศึกษา
ได้ยกใจของพวกเราให้ละเอียดขึ้นมาอีกระดับหนึ่งอย่าง เป็นอย่างยิ่ง เพราะเป็นเรื่องความเป็นความตายของตัว
ฉับพลัน โดยท่านกล่าวถึงกายในกายซึ่งเป็นเรื่องลึกซึ้ง
คนทั่วไปถ้าไม่ได้ทำภาวนามามากพอจะเข้าใจยาก ท่าน
ได้กล่าวไว้อย่างชัดเจนคือ ในด้านของการเจริญภาวนา
เราพบกันว่าในร่างกายของเรานี้ ไม่ได้มีแต่เลือดแต่เนื้อแต่
กวะลูกเท่านั้น แต่ยังมีกายที่ละเอียดๆ ซ่อนอยู่เป็นชั้นๆ
เข้าไปอีก เป็นกายที่มีชีวิตจริงๆ รูปร่างลักษณะก็เหมือน
อย่างกับกายเนื้อของเรานั่นแหละ แต่ว่าละเอียดประณีต
กว่ามาก สวยงามกว่ามาก ที่ว่าละเอียดประณีตกว่าพอ
จะอุปมาได้อย่างนี้
คือละเอียดประณีตจนกระทั่งว่า แม้จะถ่ายเอ็กซ์เรย์
ก็ดับไม่ติด หาไม่เจอ จะใช้กล้องอีเลคโทรนิควิเศษเพียง
เราเอง ที่ความร้อนแสนวิเศษนี้ เป็นมรดกตกทอดด้าน
พระพุทธศาสนามาสู่ประเทศไทย และได้กลายมาเป็น
ความรู้สามัญของปู่ ย่า ตา ทวด ของเรา เพราะท่านได้
ทุ่มเทศึกษา มาเป็นอย่างดีและท่านก็ตั้งใจที่จะมอบไว้ให้
เป็นมรดกตกทอดไปถึง ลูกหลานไทย แต่น่าเสียดายลูก
หลานไทยในปัจจุบันกลับไม่สนใจเท่าที่ควรจะเป็น เข้า
ทำนองลิงได้แก้ว ไก่ได้พลอย ฉะนั้น
แต่ก็ยังดีที่ว่า ในบรรดาคนไทย 50 ล้านคนในปัจจุบัน
ก็ยังมีผู้ที่เข้าถึงธรรมกาย ได้ไปศึกษากายละเอียดเหล่านั้น
เท่าที่หลวงพ่อสืบทราบก็ปรากฏว่ามีจำนวนเป็นร้อยเป็น
พันเหมือนกัน ถ้าติดว่าเป็นหนึ่งพัน เมื่อเทียบกับจำนวน
ใดก็ไม่สามารถถ่ายภาพเอากายละเอียดที่ซ่อนอยู่ข้างในได้ ประชากร 50 ล้านคนของประเทศไทยแล้ว มันก็เพียง 008
นั่งนี้ก็เพราะละเอียดจนกระทั่งอุปกรณีทางเทคโนโลยีดับ เปอร์เซ็นต์ เท่านั้นเอง (ท่าไม่ต้องไปเกี่ยวกับประชากร
ไม่ได้ เหตุนี้เอง ท่านจึงเรียกว่ากายทิพย์
กายทิพย์นี้ซ้อนอยู่ในกายมนุษย์ กายรูปพรหมซ้อน
นั่งโลกด้วย
กายในกายที่ซ่อนอยู่ข้างในจะเห็นได้ด้วยการเจริญ
อยู่ในกายทิพย์อีกทีหนึ่ง ส่วนกายอรูปพรหมซ้อนอยู่ใน สมาธิภาวนาเท่านั้น ไม่มีวิธีอื่นนอกจากนี้ กายในกายเหล่า
กายรูปพรหม ยิ่งกว่านั้นยังมีกายธรรมหรือที่เราคุ้นเคย นี้แหละที่ มีบทบาทควบคุมความรู้สึกนึกคิดของกาย
กันว่าธรรมกาย ซ้อนอยู่ในกายอรูปพรหมอีกที่หนึ่ง ใน
ตัวตนของเราก็มีกายซ้อน ๆ กันอยู่อย่างนี้
นอกจากนี้เรายังได้พบอีกว่าครั้งใดที่คิดจะทำสิ่งที่ไม่ดี
คิดจะพูดสิ่งที่ไม่ดี ก็จะมีความคิดในทางที่ดีสอดแทรกขึ้น
ถ้าจะอุปมาในเชิงวิทยาศาสตร์ก็พอจะเทียบเคียงได้ว่า มาเตือน มาห้ามเราไว้ หรือบางครั้งเมื่อเราคิดเรื่องดีๆ ดีด
แสงสว่างของดวงอาทิตย์ ดูแล้วก็ไม่เห็นมีสีอะไรเลยเป็น จะพูดดีๆ และท่าในสิ่งที่ดีงาม ก็ปรากฏว่า มีเสียงเชียร์ให้
เพียงพลังงานที่มีความละเอียดมาก แต่ว่าเมื่อให้แสง
สว่างผ่านเข้าไปในแท่งแก้วสามเหลี่ยมที่เรียกกันว่า ปริซึม
หรือผ่านหยดน้ำก็ปรากฎการหักเหของแสง ท่าให้เห็นว่า
แสงสว่างประกอบด้วยสีต่างๆ ซ้อนเรียงกันตามลำดับ คือ
สีม่วง คราม น้ำเงิน เซียว เหลือง แสด แดง รวมเป็น
เจ็ดแสงทีเดียว ซึ่งเราเรียกกันตามภาษาชาวบ้านว่า สีรุ้ง
นอกจากนั้น ถ้าหากถ่ายภาพ ก็ยังพบว่ามีอีกสองรังสี
คือรังสีอุลดร้าไวโอเลตหรือที่เรียกว่ารังสีเหนือม่วง กับรังสี
อินฟาเรดคือรังสีใต้แตง ซึ่งไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า
แต่ว่าถ่ายภาพแล้วติดออกมาอย่างนั้น แต่ในกายของเรา
มีกายที่ละเอียดยิ่งกว่าแสงสีรุ้งที่ว่ามานั้นอีก และละเอียด
ยิ่งกว่ารังสีเหนือม่วง รังสีใต้แต่งเสียอีก
เราทำอย่างนั้น ให้ยิ่งๆ ขึ้นไป แต่ว่าเราไม่เคยเห็นว่าผู้ที่
อยู่ข้างในคือใคร หน้าตาเป็นอย่างไร พระเดชพระคุณ
หลวงพ่อวัดปากน้ำท่านให้ชื่อไว้ว่า กายทิพย์บ้าง กายรูป
พรหมบ้าง กายอรูปพรหมบ้าง รวมนั่งธรรมกายหรือ
กายธรรมที่ซ้อนอยู่ในกายอรูปพรหมด้วย
ขยายความ
ตรงนี้เองที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านได้อธิบาย
ามเพื่อให้สะกิดใจผู้ฟังเทศน์ของท่านในครั้งนั้นว่า
คนเราที่ว่าตายนั้น คือ อาการที่กายทิพย์และกายมนุษย์
หลุดพรากออกจากกัน เหมือนอะไร เหมือนเนื้อมะขาม
กะเทาะล่อนออกจากเปลือก เราลองนึกถึงมะขามเมื่อ
ตอนดิบๆ เนื้อของมันจะติดกับเปลือกเป็นอันหนึ่งยัน
เดียวกัน แยกไม่ออก เขย่าก็ไม่ดัง แต่ว่าเมื่อมันแก่ดัด
ในร่างกายที่ประกอบด้วยเลือดเนื้อของเรานี้ยังมี เนื้อข้างในจะสอนออกจากเปลือก ถ้าเขย่าก็จะมีเสียงดัง
วาระกร ฮชาฬร ๒๖
^ ภา พันธ์ ๒๕๕๕
(อ่านต่อหน้า ๗๗)