ข้อความต้นฉบับในหน้า
กษัตริย์แคว้น ได้สั่งให้จัดงานเลี้ยงต้อนรับ เอี้ยนอิง ขึ้นอย่างใหญ่โต และได้เชิญทูตจาก
ประเทศต่าง ๆ รวมทั้ง, นนางชั้นผู้ใหญ่จำนวนมากเข้าร่วมงานด้วย ในขณะที่ทุกคนกำลังดื่ม
กินพูดคุยกันอย่างสนุกสนานนั่นเอง ราชองครักษ์ก็ได้นำ ตัวโจรผู้หนึ่งเข้ามาในท้องพระโรง
กษัตริย์แคว้นลู่พอเห็นโจรคนนั้น ก็แกล้งท่า เป็นประหลาดใจมากตรัสถามด้วยเสียงอันดังว่า
“เจ้านักโทษคนนี้ไปทําผิดอะไรมา
ราชองครักษ์ทูลตอบว่า “เป็นโจรลักปล้น เพิ่งจับได้เมื่อครู่นี้เองพระเจ้าข้า"
กษัตริย์ตรัสถามอีกว่า “มันเป็นคนที่ไหน”
ราชองครักษ์ทูลตอบว่า “เป็นคนแคว้นนี้พระเจ้าข้า”
“คนแคว้นฉี” กษัตริย์แคว้นอู่ทำท่าทางเหมือนไม่อยากเชื่อ ทรงนั่งอยู่ครู่หนึ่ง
เอี้ยนอิงว่า “ท่านเอี้ยน ประเทศของท่านคงจะมีพวกโจรลักปล้นอย่างนี้มากชินะ”
แลวถาม
เอี้ยนอิงลุกขึ้นยืน โค้งคำนับกษัตริย์แคว้นลู่ แล้วทูลตอบอย่างนอบน้อมว่า “พระองค์คงจะ
เคยได้ยินมา มีต้นล้มกิ๊กต้นหนึ่งเจริญเติบโตอยู่ทางใต้แม่น้ำไหว ออกผลลัมก๊กมาทุกๆ ปี รส
ชาติหวานอร่อย แต่ถ้าย้ายไปปลูกทางเหนือแม่น้ำไหวแล้ว กลับจะออกผลเป็นล้มจื่อ ซึ่งทั้งขม
ทั้งฝาด ลักษณะภายนอกของล้มทั้งสองชนิดนี้ แม้ดูคล้ายกัน แต่รสชาติกลับต่างกันโดยสิ้นเชิง
นี่เป็นเพราะดิน น้ำ สิ่งแวดล้อมของต้นไม้โดยแท้
กษัตริย์แคว้นลู่ไม่ค่อยเข้าใจวัตถุประสงค์ในการพูดยกตัวอย่างของเอี้ยนธงนัก แต่ก็รู้ กว่า
เป็นเรื่องน่าสนใจ เอี้ยนอิงพูดต่อไปว่า “แคว้นนี้ของพวกข้าพระองค์ไม่มีโจรลักปล้น การที่คน
คนนี้กลายเป็นโจรลักปล้น เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นหลังจากที่เขามาอยู่แคว้นอู่แล้ว คงเป็นเพราะว่า
เขาได้รับอิทธิพลจากสิ่งแวดล้อม สังคมของประเทศพระองค์แน่ๆ เลยพระเจ้าข้า”
“เจ้าโจรนี้ออกไปทันที! “กษัตริย์แคว้นลู่ตรัสสั่งราชองครักษ์ พระองค์ตั้งใจจะแกล้งทำ
ให้เอี้ยนอิงได้อาย แต่ลงท้ายกลับทำให้ตัวเองกลืนไม่เข้าคายไม่ออก
ท่านสาธุชนทั้งหลาย โบราณไทยว่าไว้ว่า ปากเป็นเอก เลขเป็นโท การพูดได้ พูดเป็นเป็น
สิ่งสำคัญ ก็ขอให้พวกเราตั้งใจปีกตัวให้พูดได้ พูดเป็น มีไหวพริบปฏิภาณเหมือนเอี้ยนอิง และ
ให้ใช้ในทางสร้างสรรค์ อย่าใช้วาจาไปว่าร้ายเชือดเฉือนใครนะจ้ะ
กุ ม ภ า พั น ธ์ ๒๕๔๑ ๑๐๕ วารสารกัลยาณมิตร