ข้อความต้นฉบับในหน้า
เขาให้นิยามความเป็นพี่ชายแล้ว
“คุณยายปรารภเรื่องอยากจะ ค่อนคืนไม่สนใจ ตรงไปที่ห้องของ
เอกเขนกกายกับโซฟาตัวไต อาการ
ทำบุญ”
เหนื่อยหน่ายเยือนหัวใจ เขาไม่ชอบ
“ทำบุญต่ออายุหรือ”
แสนเมืองแล้วเคาะประตู เวลา
ผ่านไปเล็กน้อยเท่านั้นที่อีกฝ่าย
การพ่ายแพ้ การต่อสู้เป็นเกมหฤ
“ไม่ใช่ตื้นๆ อย่างนั้น นายก็รู้ หนึ่งงัวเงียมาเปิดประตูอย่างหัวเสีย
พลัน แล้วพาลคุยกันไม่รู้เรื่องซึ่ง
หมื่นพลไม่รู้สึกแปลกใจอะไร ความ
ที่มันเกิดขึ้นบ่อยครั้งอยู่แล้ว เลยลืม
ที่จะถามแสนพลว่า คุณยายอยาก
หรรษ สำหรับเขาแต่การตะกายไป ว่าคุณยายของเราทำบุญสม่ำเสมอ “นายไม่มีอะไรทำตอนตีสองนี่
ต่อสู้กับวัฏฏสงสาร คงไม่ใช่สิ่งที่ อยู่แล้ว แต่คุณยายอยากทำบุญ หรือ ผู้อาวุโสกว่าถามเมื่อเหลือบ
เขาตัดสินใจจะทำ
๒
หมื่นพลผล็อยหลับกับการเดิน
ใหญ่เป็นครั้งสุดท้ายของชีวิต ซึ่ง ไปดูนาฬิกาที่ข้างฝาแว่บหนึ่ง
ต้องอาศัยลูกหลานช่วยกันเพราะ
“ขอโทษที เราจะมาถามนายว่า
คุณยายไม่มีแรง ลูกหลานที่จะเป็น คุณยายเราอยากจะทำอะไรหรือ”
หลักได้มากหน่อยก็มีเราแค่สองคน แสนเมืองส่ายหน้าแต่หลบตา
ทางของความคิดที่ไม่เข้มงวดหัก แต่ถ้านายไม่ช่วยก็ขอร้องว่าอย่า ซ่อนยิ้ม ความพึงพอใจลบความ
เมื่อสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึกอีกหน ขวาง
หนึ่ง เขาจึงพบว่า จิตได้สำนึกของ
สำเหนียกประชดกลายๆ นั้น
เขายังคงทำงานอย่างไม่มีการหยุด ทำให้คนที่กำลังลังเลฮึดฮัดขึ้นฉับ
พักดามร่างกาย
...อะไรนะ เหมือนกับแสนพล
จะพูดถึงอะไรดักอย่าง อ้อ....คุณยาย
กับการรุกฆาตของมัจจุมาร แสน
พลกำลังลิดการใหญ่แล้วชวนเขา ทำบุญใหญ่อะไร แล้วสิ่งนั้นจะช่วย
หมายเมื่อหัวค่ำลงไปได้ เขาหมุน
ตัวกลับไปนั่งที่ปลายเตียง ตบมือลง
กับที่นอนข้างตัวเป็นการเชิญชวน
“เอาเป็นว่าเราคุ้มชีวีเพื่อยาย
กันเลยคืนนี้ ไม่ต้องนอนกันแล้ว”
ฮึดสู้เพื่อจะฉุดรั้งคุณยายไว้เป็นร่ม ให้คุณยายมีชีวิตยืนยาวต่อไปได้ จากโครงร่างที่มีอยู่ก่อนแล้วของ
สองพี่น้องหัวเราะขึ้นพร้อมกัน
ในความสลัวของไปแสงจันทร์นอก
ระเบียงห้อง ความคิดแล่นเป็นทาง
โพธิ์ร่มไทรของลูกหลาน เขาเถียง
จริงๆ นะหรือ ถ้าจริงก็น่าจะทำ
แสนพล ผู้มีข้อมูลอยู่เนื่องจากใกล้
ว่ามันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ แต่
เขาสรุปกับตัวเอง
ชิดคุณยายมากกว่าผู้เป็นน้องผู้
แสนพลก็ยังดื้อรั้นเพราะคิดว่านั่น
รอยกัน เลยต่างคนต่างไป
“แสนเมือง” หมื่นพลร้องเรียก ชอบสนุกสนานกับเกมกีฬามาก
เป็นสิ่งที่ทำได้ ความคิดเห็นไม่ลง เมื่อก้าวยาวๆ คล้ายกระโดดขึ้น กว่าความวุ่นวาย แต่ยามนี้สำนึกที่
บันไดไปชั้นบน เวลาเท่าไหร่ของ ดีกำลังถูกปลุกขึ้นโดยมีบั้นปลาย
หรือคิดว่า....ยามนี้เมื่อมีโอกาส เราก็ทุ่มชีวีพลีเพื่อความสำเร็จในบุญใหญ่
โดยไม่ต้องหยุดคิดอะไรมากมาย
แล้วดื่มกินความปิติยินดีไปตลอดชีวิตรินทิ้งภพชาติทัด'ไป
กุมภา พัน : ๒๕๗®
วารสาร พาณมีสร