แผนการทำลายพระสัมมาสัมพุทธเจ้า วารสารกัลยาณมิตร ปี 2542 ฉบับที่ 7 หน้า 48
หน้าที่ 48 / 139

สรุปเนื้อหา

ที่ประทับของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และเมื่อถูกถามว่า ส่วนพวกที่เชื่อมั่นในพุทธคุณก็พากันสังเวชใจในคำพูด เจ้าเดินทางไปคนเดียวจะไปไหน นางก็จะทำเป็นไม่ พอใจแล้วตอบเป็นปริศนาว่า “เราจะไปไหน จะไปพบใคร ก็ไม่ใช่เรื่องของผู้อื่นจะมาสอดรู้สอดเห็น” แล้วก็ อันบัดสีของหญิงกาลีเป็นยิ่งนัก สะบัดหน้าหนีรีบเดินต่อไป พอลับตาไม่มีคนเห็นแล้ว ก็ แอบเข้าไปหลับนอนในสำนักเดียรถีย์แห่งหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่ ใกล้วัดเชตวันมหาวิหาร พอถึงรุ่งเช้ายามที่ชาวบ้าน ต่อมานางจิญจมาณวิกาได้จัดการแต่งตัวทำ เป็นหญิงมีครรภ์แก่ โดยเอาไม้กลมๆ มาผูกไว้ที่ท้อง อย่างแน่นหนาแล้วเอาผ้านุ่งทับ และนำไม้อีกท่อนหนึ่ง มาทุบตีมือและเท้าของตนให้บวมขึ้น แม้เจ็บปวด อย่างไรก็ยอมทน เพื่อที่จะทำให้คนทั้งหลายเห็นว่าตน เดินทางมายังวัด นางก็จะทำที่เป็นรีบเดิน

หัวข้อประเด็น

- แผนการทำลายพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ที่ประทับของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และเมื่อถูกถามว่า ส่วนพวกที่เชื่อมั่นในพุทธคุณก็พากันสังเวชใจในคำพูด เจ้าเดินทางไปคนเดียวจะไปไหน นางก็จะทำเป็นไม่ พอใจแล้วตอบเป็นปริศนาว่า “เราจะไปไหน จะไปพบใคร ก็ไม่ใช่เรื่องของผู้อื่นจะมาสอดรู้สอดเห็น” แล้วก็ อันบัดสีของหญิงกาลีเป็นยิ่งนัก สะบัดหน้าหนีรีบเดินต่อไป พอลับตาไม่มีคนเห็นแล้ว ก็ แอบเข้าไปหลับนอนในสำนักเดียรถีย์แห่งหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่ ใกล้วัดเชตวันมหาวิหาร พอถึงรุ่งเช้ายามที่ชาวบ้าน ต่อมานางจิญจมาณวิกาได้จัดการแต่งตัวทำ เป็นหญิงมีครรภ์แก่ โดยเอาไม้กลมๆ มาผูกไว้ที่ท้อง อย่างแน่นหนาแล้วเอาผ้านุ่งทับ และนำไม้อีกท่อนหนึ่ง มาทุบตีมือและเท้าของตนให้บวมขึ้น แม้เจ็บปวด อย่างไรก็ยอมทน เพื่อที่จะทำให้คนทั้งหลายเห็นว่าตน เดินทางมายังวัด นางก็จะทำที่เป็นรีบเดินอย่างมีพิรุธ นั้นตั้งครรภ์จริง เมื่อแต่งตัวเสร็จแล้วก็ทำทีเป็นเดิน ออกจากวัดเชตวันมหาวิหารสวนทางกับชาวบ้าน อุ้ยอ้ายตามลักษณะของหญิงมีครรภ์ เดินไปยังวัดพระ เชตวันมหาวิหารเมื่อไปถึงเห็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงกำลังแสดงพระธรรมเทศนาอยู่ ก็ดีใจเป็นหนักหนา จึงเดินแหวกฝูงชนเข้าไปจนถึงหน้าพระพักตร์แห่ง และเมื่อมีผู้ถามนางว่า ไปนอนที่ไหนมา นางก็จะตอบว่า “เราจะนอนที่ไหน นอนกับใคร ก็หาใช่ที่คนอื่นจะมา สอดรู้สอดเห็นไม่” นางทำเช่นนี้ประมาณ ๒ เดือนต่อมา เมื่อมีใครมาพบเห็นและสอบถามในระหว่างทาง นางก็ พระองค์และกล่าวขึ้นว่า จะแกล้งทำเผลอตัวหลุดปากพูดออกมาว่า “พวกท่านทั้งหลาย จะซักไซ้ไล่เลียงถามเราไป “ข้าแต่เจ้าชายสิทธัตถะผู้เป็นมหาสมณะ ขอ พระองค์จงทรงหยุดแสดงพระธรรมเทศนาก่อน บัดนี้ข้า เหลียวแลห่วงใยเหมือนบุรุษอื่นผู้เป็นสามีแห่งหญิง ทำไมกัน เอ้า...เมื่ออยากรู้เราจะบอกให้ก็ได้ เราไปนอน จิญจมาณวิกามีครรภ์อันแก่อยู่แล้ว ใยพระองค์จึงไม่ ค้างคืนที่วัดพระเชตวันไปหลับนอนกับพระสมณโคดมทุกๆ สนใจข้าพเจ้าเลย ทรงปล่อยให้ข้าอยู่แต่ผู้เดียว จะ คืน” เมื่อชาวบ้านได้ฟังบางคนที่หูเบาโง่เขลาไร้ปัญญา ทั้งหลายก็หาไม่ รู้เพียงแต่ว่าจะอภิรมย์ยินดีอย่างเดียว และไม่มีความเลื่อมใสในพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอย่างลึกซึ้ง จะจัดเตรียมหาที่ประสูติแห่งข้าพระบาทผู้มีครรภ์ก็หาไม่ ก็เกิดความเสื่อมศรัทธาและคิดว่าที่นางพูดนั้นน่าจะเป็นจริง หากไม่จัดการด้วยตนเองก็น่าจะหาอุปัฏฐากใหญ่ๆ เช่น ส่วนผู้ที่มีความเชื่อมั่นในคุณแห่งพระรัตนตรัย ก็ไม่ได้ สมเด็จพระราชาบดีปเสนทิโกศล หรืออนาถบิณฑิกเศรษฐี สนใจและคิดว่านางรูปสวยนี่มีสันดานบาปหยาบช้า กล้า ทำบาปด้วยวาจา ต่อไปภายหน้าต้องได้รับกรรมหนัก อย่างแน่นอน เวลาล่วงเลยไปได้ ๔ เดือน นางจิญจ มาณวิกาสาวสันดานร้ายก็เริ่มทำตามแผนการขั้นต่อไป โดยเอาผ้ามาพันไว้ที่ท้องทำทีว่าตนตั้งครรภ์อ่อนๆ เดิน เที่ยวไปมาตามสถานที่ที่มีคนพลุกพล่าน เมื่อผู้คน พบเห็นก็เกิดความสงสัยวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆ นานา บ้างก็พากันถามถึงต้นสายปลายเหตุ นางก็จะกระซิบ บอกกับคนเหล่านั้นว่า การที่นางตั้งครรภ์มาเช่นนี้ เพราะได้ร่วมหลับนอนในคันธกุฎีเดียวกันกับพระสมณะ โคดม เมื่อข่าวอันชั่วร้ายลามกแพร่สะพัดออกไปดังนั้น คนที่ไม่มีวิจารณญาณก็พากันหลงเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง เมื่อพระองค์เห็นเช่นนั้นจึงหยุดแสดง พระธรรมเทศนาและทรงกล่าวว่า “ดูก่อน น้องหญิง ถ้อยคำที่เจ้ากล่าวมานั้นจะเป็น จริงหรือไม่ มีเพียงเรากับเจ้าเท่านั้นที่จะรู้ได้ แม้มหาอุบาสิกาวิสาขาก็ได้ ให้ช่วยจัดแจงเรื่องนี้แทน พระองค์เป็นความลับ แต่หาเป็นเช่นนั้นไม่ ผิดกับกาล ก่อนที่สนใจรักใคร่หลงใหลในตัวข้าพระบาท แต่นี่กลับ ทรงทำเฉยเมย จะไม่ทำให้ข้าพระบาทเสียใจน้อยใจได้ อย่างไรเล่า” แล้วก็ทำทีเป็นร้องไห้โวยวาย กัลยาณมิตร ๔๓ กรกฎาคม ๒๕๕o
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More