ข้อความต้นฉบับในหน้า
ปั้นน้อย ได้เล่าให้เธอฟังว่า ปกติไม่ใช่คนดื่มสุรา แต่
ชอบตีมยาดองด้วยสุราเป็นประจำทุกเย็น คิดว่าเพื่อ
ทำให้รับประทานอาหารอร่อย มีอยู่วันหนึ่งมีเพื่อนมาหา
ตอนเย็น จึงตั้งวงกินเหล้ากัน ๓ คน จำนวน ๒ ขวด
คุณเทพไม่ใคร่สบายอยู่ก่อนแล้ว เมื่อมาดื่มสุรามากจึง
ป่วยหนัก ต้องส่งโรงพยาบาล ขณะที่นอนป่วยยังไม่หาย
ดีอยู่ที่โรงพยาบาล คืนวันหนึ่งได้ยินเสียงเรียกปลุกให้ลุก
ขึ้น โดยใช้คำพูดว่า “อุบาสก ตื่นเถอะ อุบาสก ตื่นเถอะ
ลุกขึ้นสวดมนต์ทำสมาธิ” ก็คิดในใจว่า ที่นั่นไม่มีอุบาสก
ที่ไหน มีแต่ตนเองนอนอยู่ แต่พอนึกได้ว่า แม้ตนเองจะ
เป็นแค่พนักงานของวัดก็จริง แต่ได้เคยบวชเป็นอุบาสก
แก้ว ก็น่าจะได้รับชื่อเรียกว่าอุบาสกได้ คิดแล้วก็แน่ใจว่า
ต้องเป็นเสียงเรียกตนจึงลุกขึ้นนั่ง ก็เห็นพี่อุบาสิกาผู้
หนึ่งบอกให้สวดมนต์ จึงสวดมนต์ สวดไปได้สักครู่แล้ว
จำไม่ได้ แต่กลับเปล่งเสียงคำสวดคำสุดท้ายออกมาว่า ธัม-
มะ-ชะ-โย ก็ไม่รู้ว่าเปล่งออกมาได้อย่างไร
คุณเทพจึงพยายามกล่าวให้ศีลจนได้ สัตว์นรกบริเวณ
นั้นทุกหลุมต่างพากันพนมมือท่วมหัวรับศีล ๕ และพา
กันพ้นจากหลุมทรมาน
จากนั้นพี่อุบาสิกาพามาพบพ่อที่สถานที่อีกแห่ง
พ่อแต่งกายสีขาวทั้งชุดเดินแบกกระบุงข้าวเปลือกใบใหญ่
นำไปให้คนโน้นคนนี้ ไม่มีเวลาหยุด เมื่อถามว่าทำไม
ต้องทำอย่างนี้ ผู้เป็นพ่อตอบว่า นี่ยังดีที่มีเสื้อผ้าใส่ เป็น
เพราะบุญที่ลูกบวชอุบาสกแก้วแล้วนึกอุทิศส่วนกุศลให้พ่อ
พ่อจึงมีผ้านุ่งห่ม แต่เดิมเปลือยกายล่อนจ้อนเดินแบก
กระบุงด้วยซ้ำไป แบกมาตั้งแต่วันที่ตายคือ ปี พ.ศ. ๒๕๒๓
โน่นแล้ว จะต้องแบกต่อไปอีก ๒ วันนรก จึงจะพ้นจาก
การถูกทำโทษอย่างนี้ เพราะเมื่อมีชีวิตอยู่ ชอบยืม
ข้าวเปลือกทำพันธุ์จากผู้อื่นแล้วลืมใช้หนี้
แล้วพี่อุบาสิกาก็พาไปดูอีก ๒ แห่ง แห่งหนึ่งคือ
พวกทำความผิดเรื่องชู้สาว สัตว์นรกที่นั่นล้วนแต่แก้ผ้า
มีหมาตัวใหญ่วิ่งไล่ตามกัด ต้องปีนหนีขึ้นไปบนต้นไม้
ต้นไม้นั้นทีแรกไม่มีหนาม พอสัตว์นรกปีนขึ้นไป หนาม
ก็ยาวยื่นออกมาจากลำต้น คมมากบาดเนื้อตัวเหวอะ
หวะเจ็บปวด แห่งสุดท้ายที่พาไปดูเป็นที่อยู่คนที่ชอบดื่ม
สุรายาเสพย์ติด เป็นกระทะใบใหญ่โตมหึมา มีของเหลว
พี่อุบาสิกาผู้นั้นจึงพูดว่า “อุบาสก เธอมีจิตใจ
ผูกพันกับวัดมาก ฉันจะพาไปดูนรก จะไปไหม” คุณเทพ
รับปากแล้วเดินตามไป หนทางที่ไปมี 6 แยก ทางหนึ่ง
รกมาก อีกทางหนึ่งเตียน จึงตามพี่อุบาสิกาผู้นั้นไปทาง
เตียน ในใจก็คิดถึงพี่สาวกับพ่อที่ตายไปแล้วว่าจะอยู่ไหน ร้อนเดือดพล่านอยู่ในนั้นต้มเคี่ยวสัตว์นรกร้องกันโหยหวน
ได้ไปเห็นนรกแห่งหนึ่งที่พี่สาวอยู่ อยู่กันเป็นหลุมๆ มี มีผู้คุมนุ่งผ้าแดงจับสัตว์นรกมาบีบคอให้อ้าปาก แล้วตัก
ความร้อนมาก ตัวพี่สาวมีใบหูใหญ่โต ปากเท่ารูเข็ม ล่า
ตัวเล็กลีบ พี่สาวบอกว่า เมื่อมีชีวิตอยู่ ฟังแม่บ่นว่าอะไร
นิด อะไรหน่อย เป็นโกรธเคือง มารับกรรมที่นี่จึงต้องมี
หูใหญ่ให้หนักมากเอาไว้ ฟังอะไรไม่โกรธง่ายๆ คุณเทพ จากนั้นพี่อุบาสิกาก็พากลับมาส่งที่โรงพยาบาล
อยากช่วยพี่สาวมาก พี่อุบาสิกาบอกว่า ต้องกล่าวคำาให้ เมื่อรู้สึกตัวขึ้นมา จ่าเหตุการณ์เหล่านั้นได้ทั้งหมด
ศีล ๕ ให้ได้ พี่สาวจึงจะพ้นที่ทรมานแห่งนี้ ถ้ากล่าวไม่ ทำให้กลัวบาปมาก เลิกทำชั่วทุกอย่าง ถือศีล ๕ เคร่งครัด
ได้ ตัวคุณเทพเองก็จะไม่ได้กลับไปเข้าร่างมนุษย์อีกต่อไป และเล่าเรื่องที่ไปเห็นมาให้เพื่อนพนักงานต่างๆ ทราบ
ของเหลวเดือดๆ ที่ในกระทะกรอกปาก เป็นที่ทุกข์
ทรมานมาก คุณเทพรู้ทันทีว่า ถ้าตนเองตายตอนนี้จะ
ต้องมาอยู่ที่นี่
เพราะบุญที่ลูกบวชอุบาสกแก้วแล้วนึกอุทิศส่วนกุศลให้พ่อ พ่อจึงมีผ้านุ่งห่ม แต่เดิมเปลือยกาย
ล่อนจ้อนเดินแบกกระบุงด้วยซ้ำไป แบกมาตั้งแต่วันที่ตายคือ ปี พ.ศ. ๒๕๒๓ โน่นแล้ว จะต้อง
แบกต่อไปอีก ๒ วันนรก จึงจะพ้นจากการถูกทำโทษอย่างนี้ เพราะเมื่อมีชีวิตอยู่ ชอบยืม
ข้าวเปลือกทำพันธุ์จากผู้อื่นแล้วลืมใช้หนี้
กัลยาณมิตร ๑๑๒ กรกฎาคม ๒๕๕๒