ข้อความต้นฉบับในหน้า
เป็นเรื่องรอง แน่นอนว่าชีวิตของคนเรา เลือดเนื้ออยู่ได้
ด้วยอาหาร มีจุดกำเนิดและที่สุด แต่จิตวิญญาณอยู่ได้
ด้วยจิตใจที่สงบ ใส บริสุทธิ์ จุดกำเนิดเกิดเมื่อไรไม่รู้
แต่ที่สุดหากไม่บรรลุธรรมในชาตินี้ ก็ต้องเวียนเกิดเวียน
ตายทุกข์ทรมานในวัฏสงสาร ผ่านนรก ผ่านสวรรค์ ทุก
ขุม ทุกชั้น ทนลำบากตรากตรำนับภพนับชาติไม่ถ้วน
หากสามารถบรรลุธรรมได้ นั่นคือที่สุดของชีวิต จุด
ประสงค์ของการเกิดคือการไม่เกิด
ตระหนักเสมอว่า มันเกิดขึ้นที่ใจของเรานี่เอง ใจมีปัญหา
คำพูดเลยมีปัญหา ใจมีปัญหา การกระทำเลยมีปัญหา
คนคิดไม่ดี จะให้ทำดีได้อย่างไร เปรียบเหมือนเบ้า
หลอมไม่สมบูรณ์ ไม่สวยงาม จะสร้างผลงานที่สมบูรณ์
สวยงามย่อมเป็นไปไม่ได้องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ทรงสอนถึงสภาวะจิตใจเอาไว้ชัดเจนเกี่ยวกับสภาพใจที่
เศร้าหมองดังที่ปรากฏในพระไตรปิฎกว่า
มะโนปุพพังคะมา ธัมมา
มะนะสา เจ ปะทุฏเฐนะ
ตะโต นัง ทุกขะมันเวติ
มะโนเสฏฐา มะโนมะยา
ภาสะติ วา กะโรติ วา
จักกังวะ วะหะโต ปะทัง
ธรรมทั้งหลาย มีใจเป็นใหญ่ มีใจเป็นประธาน
สำเร็จด้วยใจ หากบุคคล มีใจขุ่นมัว จะพูดอะไรก็ตาม
จะทำอะไรก็ตาม ทุกข์ย่อมจะติดตามผู้นั้น เหมือนล้อ
เกวียนหมุนตามรอยเท้าโคฉะนั้น
และพระองค์ก็ยังได้ตรัสถึงสภาวะจิตใจที่ดีเอา
ไว้เหมือนกันว่า
แต่ถ้าไม่บรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ในชาตินี้
หมั่นสร้างบุญสร้างบารมีอยู่ทุกวันเป็นประจำ เข้าวัด
รักษาศีล ฟังธรรม ปฏิบัติธรรมเป็นนิจ เมื่อตายไป จุด
ประสงค์ของการตายคือการไม่ตาย เป็นการตายเพื่อ
มาสร้างบารมีอย่างนี้อีก เพื่อปฏิบัติธรรมกลั่นจิตกลั่นใจ
ให้ใส สำเร็จมรรคผลนิพพานในที่สุด อย่างนี้จึงเป็น
วัฏจักรชีวิตเพื่อชีวิตอมตะ แต่ถ้าเกิดมาแล้ว ดำรงชีวิต
อยู่เพื่อทำอย่างอื่น นอกจากสร้างบารมี คุณค่าของชีวิต
ย่อมไม่มี มีชีวิตอยู่ก็เหมือนนกเหมือนกา ที่ต่างก็มีชีวิต มะโนปุพพังคะมา ธัมมา
มีลมหายใจ ตะเกียกตะกายเพื่อเอาตัวรอดบนโลกใบนี้
เหมือนกัน น่าสงสารเพื่อนร่วมโลก พระภิกษุสามเณรก็
ไม่ได้ไหว้ ไม่ได้เห็น ไม่ได้ทำบุญด้วย ไม่ต้องพูดถึงเลย
ว่าจะมีโอกาสได้ทำบุญ มองเห็นเขาทีไร อดนึกถึงความ
โชคดีอันมหาศาลของเราชาวไทยมิได้ ที่มีศาสนาพุทธ
หยั่งลึกอยู่ในผืนแผ่นดินไทยมาตั้งแต่สมัยปู่ย่าตาทวด
ถึงกระนั้น ปัจจุบันนี้ อดสงสารแทนปู่ย่าตาทวดรุ่นเก่าก่อน
ที่ท่านรักษาพระพุทธศาสนามาให้เรา เพราะเดี๋ยวนี้ หา
มะนะสา เจ ปะสันนนะ
ตะโต นัง สุขะมันเวติ
มะโนเสฏฐา มะโนมะยา
ภาสะติ วา กะโรติ วา
ฉายาวะ อะนุปายินี ฯ
ธรรมทั้งหลายมีใจเป็นใหญ่ มีใจเป็นประธาน
สำเร็จด้วยใจ หากคนเรามีใจผ่องใส จะพูดอะไรก็ตาม
จะทำอะไรก็ตาม ความสุขย่อมจะติดตามคนนั้นไป
เหมือนเงาติดตามตัวไป
บทสรุปตรงนี้ก็คือ อุปสรรคทั้งมวลล้วนเกิดขึ้น
จากใจและจบลงด้วยใจ อย่างที่พูดถึงแต่ต้นว่า องคุลิมาล
ชาวพุทธ ชาวไทยเข้าวัดสวดมนต์เจริญสมาธิภาวนาได้ ฟังพระดำรัสพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเพียงไม่กี่พระดำรัส
ยากเต็มทน มีแต่พูดถึงวัด แต่ไม่ยอมเข้าวัดกัน
ปัญหาชีวิต ปัญหาสังคม ยังแก้ไม่มีวันจบแน่นอน
ตราบใดที่ผู้แก้ปัญหา และผู้สร้างปัญหายังไม่เข้าวัด
แค่เรื่องเด็กเกเรในโรงเรียน ในปัจจุบัน แก้กันอยู่จน
สมองแทบระเบิดก็แก้ไม่ได้ มันจะแก้ได้อย่างไร เมื่อผู้
แก้ก็ยังทำอยู่ ก็เหมือนเขาว่า เอาคนป่วยไปทำงาน
สุดท้ายงานก็ไม่ได้ ตัวผู้ป่วยก็ทรุดหนัก
ปัญหาทุกปัญหาย่อมมีทางแก้ไขได้ โดยพึ่ง
จากเดิมเป็นโจรชั่วร้ายกาจเพราะในใจองคุลิมาลได้รับ
ทราบจากอาจารย์ของตนเองที่สอนว่า ถ้าฆ่าคนได้ถึง
๑,๐๐๐ คน จะทำให้สำเร็จวิชาขั้นสุดยอดได้ เมื่อใจ
เข้าใจเช่นนั้นการกระทำจึงพลอยเป็นเช่นนั้นตามไปด้วย
แต่หลังจากฟังธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าแก้ปัญหาที่
จิตใจ ปรับความเข้าใจให้ถูกต้องจึงกลายเป็นคนดี บวช
เป็นพระในพระพุทธศาสนาเป็นพระอรหันต์ได้
และในสมัยพุทธกาลมีเรื่องหนึ่งที่ไม่คิดว่าจะ
กัลยาณมิตร
GO กรกฎาคม ๒๕.๕.๒