การทำความดีในสังคม วารสารกัลยาณมิตร ปี 2542 ฉบับที่ 7 หน้า 89
หน้าที่ 89 / 139

สรุปเนื้อหา

เกิดขึ้น ไม่รู้ถ้าเกิดขึ้นในยุคสมัยของ พวกเราคงต้องถูกต่อว่าเอาแน่ๆ เพราะปัจจุบันภาพของคนทำความดีใน สายตาของชาวพุทธที่ปัญญาชน ทั้งหลายเอาปัญญามาชนกัน วิพากษ์วิจารณ์ก็คือ อย่างไรก็ได้ที่ดู ตายเท่าไร สรรพสิ่งล้วนแล้วเกี่ยวเนื่องกัน ดังคำพูดที่ว่า เก็บดอกไม้สะเทือนถึง ดวงดาว การกระทำ คำพูดและความ คิดของคนๆ หนึ่ง ย่อมมีอิทธิพลต่อ บุคคลรอบข้าง อยู่ใกล้คนใจเย็นก็ พลอยทำให้เป็นคนใจเย็น อยู่ใกล้คน สุภาพก็พลอยทำให้เป็นคนสุภาพ พ่อ แม่เป็นคนมีนิสัยใจคออย่างไร มีจิตใจ อย่างไร ลูกก็เป็นคนอย่างนั้น ทุกๆ แล้วไม่ทันสมัย ถ้าทันสมัยปรับปรุง วิธีการทำจากเดิมถือว่า ผิด การ ทำความดีต้องลำบากๆ จึงจะถูก เรื่องในสมัยพุทธกาลที่จะพูด ถึงนี้ก็คือ อนาถปิณฑิกเศรษฐีจ้างลูก ตัวเองไปทำความดี ไปเข้าวัดฟังธรรม ท่านเศรษฐี เนื

หัวข้อประเด็น

- การทำความดีในสังคม

ข้อความต้นฉบับในหน้า

เกิดขึ้น ไม่รู้ถ้าเกิดขึ้นในยุคสมัยของ พวกเราคงต้องถูกต่อว่าเอาแน่ๆ เพราะปัจจุบันภาพของคนทำความดีใน สายตาของชาวพุทธที่ปัญญาชน ทั้งหลายเอาปัญญามาชนกัน วิพากษ์วิจารณ์ก็คือ อย่างไรก็ได้ที่ดู ตายเท่าไร สรรพสิ่งล้วนแล้วเกี่ยวเนื่องกัน ดังคำพูดที่ว่า เก็บดอกไม้สะเทือนถึง ดวงดาว การกระทำ คำพูดและความ คิดของคนๆ หนึ่ง ย่อมมีอิทธิพลต่อ บุคคลรอบข้าง อยู่ใกล้คนใจเย็นก็ พลอยทำให้เป็นคนใจเย็น อยู่ใกล้คน สุภาพก็พลอยทำให้เป็นคนสุภาพ พ่อ แม่เป็นคนมีนิสัยใจคออย่างไร มีจิตใจ อย่างไร ลูกก็เป็นคนอย่างนั้น ทุกๆ แล้วไม่ทันสมัย ถ้าทันสมัยปรับปรุง วิธีการทำจากเดิมถือว่า ผิด การ ทำความดีต้องลำบากๆ จึงจะถูก เรื่องในสมัยพุทธกาลที่จะพูด ถึงนี้ก็คือ อนาถปิณฑิกเศรษฐีจ้างลูก ตัวเองไปทำความดี ไปเข้าวัดฟังธรรม ท่านเศรษฐี เนื่องจากเป็นถึงพระโสดาบัน มีความสงสารลูกตัวเอง มากที่ไม่เคารพเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา เป็นคนแข็ง กระด้างทำตัวเฉื่อยชาต่อการสร้างบุญสร้างบารมี จึง ออกอุบายอยากจะให้ลูกเป็นคนดีด้วยการจ้างให้ไปฟัง ธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าแสดง วันแรกๆ ที่ลูกตัว เองไปฟังธรรม ลูกไปวัดก็จริงแต่ก็ได้แอบไปนอน วัน ต่อมาจึงออกอุบายให้ลูกจำธรรมะมาด้วยจึงจะให้เงิน ในวันนั้นนั่นเอง ขณะที่ลูกของท่านเศรษฐีฟังธรรมเพื่อ หวังจะจำให้ได้ด้วยความตั้งใจนั้นเองเลยเข้าถึงธรรม เป็นการดูแลสังคมภายนอกให้ดีขึ้น เพราะพลังแห่ง พอกลับมาบ้าน ถ้าเป็นวันก่อนๆ หากยังไม่ได้เงินก็จะ ไม่ทานข้าว แต่วันนั้นไม่รับเพราะอาย เพราะได้บรรลุ ธรรมเป็นคนดีไปแล้ว ในสมัยพุทธกาลยังมีการจ้างกันไปฟังธรรม ปฏิบัติธรรม จะเห็นได้ว่าการทำความดีไม่จำเป็นต้อง เหมือนกัน การแก้ปัญหาไม่จำเป็นต้องอย่างที่เราเคยได้ เห็นหรืออย่างที่ได้ยินผู้รู้เขาพูดกัน แต่ขอให้รอดูที่ผล อย่างเช่นอนาถบิณฑิกเศรษฐีใช้กระบวนการแก้ปัญหา ด้วยเงินเชื่อมถึงจิตใจของลูก หรืออย่างพระองคุลิมาล ท่านก็มีปัญหาที่ใจ ใจที่มืดบอด เมื่อได้รับแสงสว่างพระ สัทธรรมจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เลยสว่างไสวขึ้นมา แทนที่ก่อนหน้านั้น พระเจ้าปเสนทิโกศลจะยกทัพไปปราบ เพื่อแก้ปัญหา แต่จริงๆ เมื่อไปแล้ว ไม่รู้จะมีคนเจ็บคน ความคิดการกระทำและคำพูด จึงมีค่า ต่อบุคคลรอบข้าง ถ้าอยากให้สังคมดี ต้องเริ่มนับหนึ่งจาก เรา เหมือนคลื่นในแม่น้ำต้องกระจายจากตัวเองออก ก่อนจึงจะมีคลื่นลูกต่อๆ ไป อย่ารอให้คนอื่นมาทำดีกับเรา เราจึงทำดีต่อเขา แต่ลงมือทำความดี ต่อทุกๆ คน ที่ เรามองเห็นที่เราพบ อย่างเช่น การพูดที่สุภาพ การพูด ที่เพราะๆ การยิ้มแย้มทักทายอย่างสุภาพอ่อนหวาน การดูแลตนเอง การเอาใจใส่ตรวจตราดูคุณธรรมของ ตนเอง โดยการฝึกใจด้วยการปฏิบัติธรรม คือการแก้ ปัญหาของตัวเอง และสังคมอย่างถูกจุด นั้นเท่ากับ มดีที่เกิดจากใจอันทรงพลัง ด้วยการปฏิบัติธรรม ความดท ไม่มีขีดจํากัด ในสังคมโลก หากมองการแก้ปัญหาไม่ว่าจะ เป็นของตัวเอง ปัญหาในครอบครัวตลอดจนปัญหาของ บ้านเมืองด้วยสายตาแห่งพุทธธรรม คือเอาธรรมะของ พระพุทธเจ้ามาตรวจสอบ ล้วนเป็นการแก้ปัญหาที่สร้าง ปัญหา ถึงแม้จะมีการคิดค้นคำพูดดีๆ วิธีการดีๆ มาแก้ ปัญหา แต่สุดท้ายก็วกไปวนมา การแก้ปัญหาจึงเป็น กระบวนการสร้างปัญหาไปอีก ยิ่งในปัจจุบันยิ่งเห็นได้ชัด ภาพแห่งปัญหาทั้งมวลจะจบลง ถ้าเราลงมือปฏิบัติธรรม เพราะปัญหาทั้งหลาย เกิดขึ้นที่ใจต้องแก้ด้วยใจ ด้วย การปฏิบัติธรรม กัลยาณมิตร ๘๒ กรกฎาคม ๒๕๔๒
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More