การใส่ร้ายและผลกรรม วารสารกัลยาณมิตร ปี 2542 ฉบับที่ 7 หน้า 49
หน้าที่ 49 / 139

สรุปเนื้อหา

เทศนาและทรงกล่าวว่า เมื่อพระองค์เห็นเช่นนั้นจึงหยุดแสดงพระธรรม ตกลงมาเช่นนั้น ก็เกิดความตกใจสุดขีด คิดจะวิ่งหนีไป โดยเร็วด้วยว่ากลอุบายของตนแตกแล้ว แต่ถูกคนที่นั่ง “ดูก่อนน้องหญิง ถ้อยคำที่เจ้ากล่าวมานั้นจะ อยู่ใกล้ๆ นางฉุดตัวเอาไว้และด่าว่านาง ว่าเป็นนางกาลี เป็นจริงหรือไม่ มีเพียงเรากับเจ้าเท่านั้นที่จะรู้ได้” มากล่าวใส่ความเท็จแก่สมเด็จพระบรมครูเช่นนี้ และ ขณะเดียวกันนั้นบัณฑุกัมพลศิลาอาสน์แห่งท้าววชิรปาณี ได้นำตัวนางออกไปจากวัดพระเชตวันมหาวิหาร สักรินทรเทวราชผู้เป็นใหญ่ในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ก็ร้อน และแข็งกระด้างขึ้นในทันที ครานั้นจึงทรงส่องพระเนตร เมื่อนางผู้มีอกุศลทิฏฐธัมมเวทนียกรรมเดิน ออกมานอกวัดเพียงลับพระเนตรองค์พระชินสีห์เท่านั้น เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก็เสด็จลงมาจากดาวดึงส์ ก็เกิ

หัวข้อประเด็น

- การใส่ร้ายและผลกรรม

ข้อความต้นฉบับในหน้า

เทศนาและทรงกล่าวว่า เมื่อพระองค์เห็นเช่นนั้นจึงหยุดแสดงพระธรรม ตกลงมาเช่นนั้น ก็เกิดความตกใจสุดขีด คิดจะวิ่งหนีไป โดยเร็วด้วยว่ากลอุบายของตนแตกแล้ว แต่ถูกคนที่นั่ง “ดูก่อนน้องหญิง ถ้อยคำที่เจ้ากล่าวมานั้นจะ อยู่ใกล้ๆ นางฉุดตัวเอาไว้และด่าว่านาง ว่าเป็นนางกาลี เป็นจริงหรือไม่ มีเพียงเรากับเจ้าเท่านั้นที่จะรู้ได้” มากล่าวใส่ความเท็จแก่สมเด็จพระบรมครูเช่นนี้ และ ขณะเดียวกันนั้นบัณฑุกัมพลศิลาอาสน์แห่งท้าววชิรปาณี ได้นำตัวนางออกไปจากวัดพระเชตวันมหาวิหาร สักรินทรเทวราชผู้เป็นใหญ่ในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ก็ร้อน และแข็งกระด้างขึ้นในทันที ครานั้นจึงทรงส่องพระเนตร เมื่อนางผู้มีอกุศลทิฏฐธัมมเวทนียกรรมเดิน ออกมานอกวัดเพียงลับพระเนตรองค์พระชินสีห์เท่านั้น เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก็เสด็จลงมาจากดาวดึงส์ ก็เกิดอัศจรรย์พื้นพสุธาก็แตกแยกออกเป็นช่องตรงที่ เทวโลกพร้อมเทพบุตร ๔ พระองค์ และมีประกาศิตให้ นางเหยียบ มีเปลวไฟพลุ่งขึ้นมาตรงช่องแผ่นดินนั้นเผา ไหม้นางจิญจมาณวิกา ปรากฏแก่สายตาของพุทธบริษัท ทั้งหลาย และแล้วร่างของนางก็ค่อยๆ หายลงไปภายใต้ พื้นปฐพีที่แยกออกนั้น แล้วพลันกายเป็นสัตว์นรกร่าง ร้ายยืนให้ไฟเผาไหม้กายอยู่ในอเวจีนรก ด้วยผลกรรม อันเป็นโทษแห่งการกล่าวร้ายพระสัมมาสัมพุทธเจ้าด้วย ถ้อยคำอันเป็นเท็จนั่นเอง สังคมมีอิทธิพลต่อความคิดของปัจเจกบุคคล ด้วยเหตุที่นางจิญจมาณวิกาไปปะปนอยู่ในกลุ่มคนเดียรถีย์ จึงทำให้นางเห็นผิดเป็นชอบและมีนิสัยแบบคนพาล อีกทั้งเรื่องของการใส่ร้ายป้ายสีนั้น จะเห็นได้ว่ามีมา สังคมมีอิทธิพลต่อความคิดของปัจเจกบุคคล ด้วยเหตุที่นางจิญจมาณวิกาไปปะปนอยู่ใน กลุ่มคนเดียรถีย์ จึงทำให้นางเห็นผิดเป็น ชอบและมีนิสัยแบบคนพาล อีกทั้งเรื่อง ของการใส่ร้ายป้ายสีนั้น จะเห็นได้ว่ามีมา นานตั้งแต่ครั้งพุทธกาลจนถึงปัจจุบัน เทพบุตรแปลงเพศเป็นมุสิกชาติคือหนูเข้าไปกัดด้ายกับ ผ้าที่หน้าท้องนางให้ตกลงมา ท่ามกลางสายตาของพุทธ บริษัททั้งหลาย และบันดาลให้ลมพัดผ้าที่นางนุ่งทับไว้ ให้เปิดขึ้น เมื่อนางจิญจมาณวิกาเห็นท่อนไม้ที่ผูกไว้ นานตั้งแต่ครั้งพุทธกาลจนถึงปัจจุบัน ดังนั้นจึงไม่เป็น เรื่องแปลกสักเท่าไหร่หากจะมีผู้เข้าใจผิด อันเนื่องมา จากการได้รับข้อมูลข่าวสารด้านเดียวแบบไม่ครบถ้วน ดังนั้น สิ่งที่ควรทำคือการบอกกล่าวในสิ่งที่ถูกต้อง และ ให้อภัยแก่ผู้ที่เข้าใจผิดนั้น เพื่อการสร้างสันติสุขและ สามัคคีให้เกิดขึ้นแก่สังคม ดังพุทธพจน์ที่พระสัมมา สัมพุทธเจ้ากล่าวไว้ในมหาสารชาดก ๒๗ / ๒๙ ว่า “เมื่อเกิดเหตุร้ายแรง ย่อมต้องการคนกล้าหาญ เมื่อเกิดข่าวตื่นเต้น ย่อมต้องการคนหนักแน่น เมื่อมีข้าวน้ำบริบูรณ์ ย่อมต้องการคนที่รัก เมื่อเกิดเรื่องราวลึกซึ้ง ย่อมต้องการบัณฑิต” กัลยาณมิตร ๔๔ กรกฎาคม ๒๕๕๒
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More