ข้อความต้นฉบับในหน้า
ถามว่าถ้าเรามีเรื่องต้องคิดในเวลานั่งสมาธิจะทำอย่างไร
นอกจากคิดไปเองหรือเปิดโอกาสให้ ซึ่งตอนนี้ลูกปิด
ลูกตอบว่าให้หมั่นดึงใจกลับมาบ่อยๆ แล้วจะดีขึ้น หรือ โอกาสนั้นด้วยการมององค์พระจนช่วงนี้รู้สึกเห็นองค์
ไม่ก็ภาวนาไปด้วย
มีพี่อุบาสิกาคนหนึ่ง น่ารักมากค่ะ ดูบริสุทธิ์
เหมือนเด็กเลย นัดเวลาที่ลูกว่างบอกว่ามีของจะให้ลูก
ตอนแรกลูกก็นึกว่าจะให้หนังสือ พอได้เวลา พี่เค้าก็
หยิบถุงใส่ดวงแก้วและดวงแก้วอีกดวงหนึ่งมาให้ และก็
เล่าให้ฟังว่าตั้งใจจะให้แต่ไม่มีโอกาสสักที ลูกรู้สึกซึ้งใน
ความตั้งใจในการให้ของพี่เขามาก ฟังดูแล้วเห็นความตั้งใจ
ไม่ใช่ว่าลูกไม่เคยได้หรือไม่เคยมีนะคะ เคยได้ทีละมากๆ
ก็เคยค่ะ ก็ให้คนอื่นต่อไม่ค่อยเก็บไว้ แต่ครั้งนี้ประทับใจ
เพราะเป็นดวงที่โตที่สุดที่เขามีอยู่และพี่เขาเอาไปนั่ง
สมาธิหลายวันก่อนจะให้ ทำให้ลูกรู้สึกว่าเราจะต้องทำ
พระชัดขึ้นมาอีกนิดแล้วค่ะ ลูกรู้สึกว่าพี่น้องทางธรรม
น่ารักนะคะ เป็นห่วงเป็นใยดี และหวังดีต่อกัน
การกระทำที่มาจากใจที่ปรารถนาดี เป็นสิ่งที่
ทำให้ผู้รับชื่นใจ และมีความสุข และผู้ให้ก็มีความสุข
ด้วยเช่นกัน หากจะให้เลือกระหว่างการเป็นผู้รับและผู้ให้
ลูกว่าการเป็นผู้ให้ประเสริฐกว่า เราอาจจะให้โดยไม่รับได้
แต่เราไม่ควรที่จะรับโดยไม่ให้ ลูกเคยได้ฟังเรื่องที่เกิด
ขึ้นจริงเรื่องหนึ่งซึ่งประทับใจมาก เกี่ยวกับเด็กคนหนึ่ง
ซึ่งอยากที่จะเป็นผู้ให้เรื่องมีอยู่ว่า มีผู้ชายคนหนึ่งชื่อพอล
ได้รับรถยนต์คันใหม่เป็นของขวัญจากพี่ชาย ขณะที่เขา
อยู่ใกล้รถ มีเด็กหนุ่มคนหนึ่งเดินวนอยู่แถวรถคันใหม่
ตนเองให้ดีนะ ให้ดีมากขึ้นสมกับที่เขาให้สิ่งที่มีค่าต่อเขา นั้นและพูดอย่างชื่นชมว่า “รถคุณหรือครับ” พอลบอกว่า
กับเรา รับรองว่าดวงแก้วดวงนี้ลูกคงไม่กล้าไปให้ใครต่อ
คงต้องเก็บไว้กับตัว หรือไม่ก็ต้องมีเหตุสมควรจริงๆ แต่
คิดว่าคงไม่มีเหตุนั้นนะคะ
คุณแม่จำที่ลูกเขียนถึงพี่อุบาสิกาคนหนึ่งใน
จดหมายฉบับที่แล้วได้ไหมคะ ที่ลูกบอกว่าลูกเคารพ
และเสียใจที่เขาจากไป ก่อนไปเขาก็ให้ของลูกมาสิ่งหนึ่ง
ซึ่งลูกนำติดตัวเกือบตลอด เวลาที่ลูกดูของ ลูกก็จะ
นึกถึงองค์พระ เพราะว่าผู้ที่ให้ของสิ่งนี้คือพี่อุบาสิกาคน
นี้เป็นผู้ที่มีองค์พระอยู่ในใจตลอดเวลา เมื่อสัปดาห์ก่อน
ลูกหยิบมาดู รู้สึกว่าใจจะเศร้านิดๆ นะคะคือไม่มาก
แบบแวบๆ เข้ามา ลูกก็สอนตัวเองว่า ดูแล้วต้องไม่
เศร้าต้องดูแล้วเข้มแข็ง ดูแล้วนึกถึงองค์พระ จะได้
เหมือนคนให้ไงล่ะ ดูแล้วใจหม่นหมองจะไปดูทำไม
ตั้งแต่นั้นมาเวลาดูก็นึกถึงองค์พระ เราไม่ว่างพอที่จะมี
เวลาสําหรับความทุกข์ใช่ไหมคะแม้นิดเดียวก็ไม่อยากให้มี
“พี่ชายของฉันให้เป็นของขวัญ” เด็กคนนั้นทำหน้า
ประหลาดใจ “คุณหมายความว่า พี่คุณให้รถคุณฟรีๆ
อย่างนั้นหรือ แหม ผมอยาก..... พอลรู้ว่าเด็กคนนั้นคง
อยากได้พี่ชายอย่างนี้บ้าง แต่สิ่งที่เด็กพูดทำให้เขา
ประหลาดใจมาก “ผมอยาก” เด็กหนุ่มพูดต่อ “ให้ผม
เป็นพี่อย่างนั้นได้บ้าง" พอลรู้สึกทึ่ง และพูดออกมาว่า
“อยากนั่งรถเล่นกับฉันไหม” “ครับ อยากมากเลยครับ”
หลังจากขับรถเล่นอยู่พักหนึ่ง เด็กชายหันมาพูดกับเขา
ด้วยดวงตาวาวแวว “คุณจะกรุณาขับรถไปหน้าบ้านผม
ได้ไหมครับ” พอลยิ้มน้อยๆ เขาคิดว่า เด็กหนุ่มต้องการ
ให้เพื่อนบ้านเห็นว่าเขานั่งรถคันโตกลับบ้าน แต่พอลคิด
ผิดอีกแล้ว “คุณจอดตรงบันไดนั่นแหละครับ” เด็กหนุ่ม
ร้องขอแล้ววิ่งขึ้นบันได และเดินกลับมาพร้อมกับอุ้ม
เด็กชายตัวเล็กๆ ขาพิการมาด้วยแล้ววางน้องลงที่บันได
ล่าง และกอดน้องแน่นพลางชี้ไปที่รถ “นั่นไง บัดดี้ รถ
จริงๆ มันก็ไม่มีเรื่องอะไรที่จะทำให้ทุกข์มากมายหรอกค่ะ คันที่พี่เล่าให้ฟังเมื่อกี้ไง พี่ชายของเขาซื้อให้เป็นของขวัญ
การกระทำที่มาจากใจที่ปรารถนาดี เป็นสิ่งที่ทำให้ผู้รับชื่นใจ และมีความสุข และผู้ให้ก็มีความ
สุขด้วยเช่นกัน หากจะให้เลือกระหว่างการเป็นผู้รับและผู้ให้ ลูกว่าการเป็นผู้ให้ประเสริฐกว่า
เราอาจจะให้โดยไม่รับได้ แต่เราไม่ควรที่จะรับโดยไม่ให้
กัลยาณมิตร ๑๐๔ กรกฎาคม ๒๕๔๒