ข้อความต้นฉบับในหน้า
แม่คงสงสัยว่าทำไมตอบแปลกอย่างนั้น ลูกตอบว่าตัวเอง ลูกเคยรู้สึกว่า ความเข้มแข็งมักจะอยู่คู่กับความเครียด
เพราะเห็นว่าอะไรต่างๆ จะทำอะไรเราไม่ได้เลยหากว่า
เราเข้มแข็งและมุ่งมั่น แต่ตัวเราที่ประมาทอ่อนแอ ที่ยัง
หวั่นไหว เป็นอุปสรรคในการสร้างบารมี นอกจากนั้น
แล้วคิดว่าไม่มี หากว่าเราชนะตนเองได้ก็ชนะได้ทุกสิ่ง
ชนะใจตนเองไม่ให้ทำในสิ่งที่ไม่ควรทำ และให้ทำในสิ่งที่
ควรทำ ฟังดูจริงจังไหมคะ
ลูกสังเกตตัวเองว่า เวลาที่เข้มแข็งจะมี
สติปัญญาและมีสมาธิ สอนตัวเองได้และมีกำลังใจ แล้ว
ก็ขจัดความวิตกกังวล ความกลัวออกเสียได้ และไม่ขี้เกียจ
ด้วยค่ะ ลูกเคยได้ยินมาว่า ความเกียจคร้านเหมือนเชื้อ
อหิวาตกโรค กล่าวคือ หนึ่งเพิ่มเป็นสอง สองเพิ่มเป็นสี่
สี่เพิ่มเป็นแปด แปดเพิ่มเป็นสิบหก เพราะฉะนั้น ต้อง
ระวังอย่าให้มันเกิดขึ้น เปรียบเทียบได้ตลกและน่ากลัวดี
แต่ตอนนี้ลูกไม่มีอารมณ์ขี้เกียจเลยค่ะ หมดอารมณ์ไปเอง
ตอนนี้พวกเรากำลังอยู่ในบรรยากาศของการ
ปฏิบัติธรรมมาก รวมถึงลูกด้วย วันแรกๆ รู้สึกว่า
ความกดอากาศต่ำ ตอนนี้ลูกจึงปรับให้พอดีค่ะ ประมาณ
๒ สัปดาห์ที่ผ่านมายังชะล่าใจไปหน่อย ยังมีตั้งใจและไม่
ตั้งใจบ้าง พอทราบว่าพี่ๆ หลายคนนั่งสมาธิได้ผลที่
พัฒนาขึ้น ลูกจึงตั้งใจมากขึ้นทำให้เมื่อไม่กี่วันมานี้
กังวลบ้างเป็นพักๆ แต่ก็พยายามให้กำลังใจตัวเองตลอด
ทำใจให้เข้มแข็งและร่าเริง บอกกับตัวเองว่า เราอาจจะ
ช้ากว่าคนอื่น แต่ไม่เป็นไร เราจะต้องปรับเข็มทิศของ
เราเสียใหม่ ว่าเราทำได้ เราต้องมั่นใจไม่มีอะไรต้องกังวล
เราจะอยู่แต่ในห้องของวันนี้และตัวเราเท่านั้น คิดอย่าง
นี้แล้วก็รู้สึกดีขึ้นจนเกือบเป็นปกติธรรมดา
ลูกทราบว่า หากจะนั่งสมาธิได้ผลดีจะต้องทำใจ
สบายๆ และต้องไม่กังวล จึงพยายามให้เป็นเช่นนั้น
ช่วงนี้รู้สึกตัวเองเข้มแข็งมากขึ้น ความเข้มแข็งนี่แหละค่ะ
ที่ทำให้ลูกสบายใจ ถ้าเป็นเมื่อก่อนคงรู้สึกท้อแท้มากกว่านี้
เอาจริงเอาจัง แต่ไม่ใช่หรอกค่ะ ถ้าเราไม่อ่อนแอแล้ว
เราจะสบายใจและไม่เครียดด้วย ตอนนี้ก็ปรับให้ตั้งใจนั่ง
สมาธิและตรึกองค์พระอย่างสบายๆ ไม่ให้วิตกหรือ
หวาดหวั่นว่าจะทำไม่ได้ เมื่อใดที่เกิดไม่สบายใจในเรื่อง
อะไรก็ตาม ลูกก็พยายามนำเรื่องเหล่านั้นออกไปจากใจ
ด้วยสติ ด้วยปัญญาเท่าที่สามารถจะทำได้ค่ะ และ
พยายามยิ้มบ่อยๆ จะได้รู้สึกสดชื่น เวลาที่รับประทาน
อาหารเสร็จลูกมักจะไปเดิน ช่วงเดินนี้จะตรึกได้มาก
และรู้สึกมีความสุข ยิ่งอากาศเย็นจะยิ่งชอบมากขึ้นอีก
เวลานั่งในรอบจะวางใจเฉยๆ มององค์พระผ่านๆ จะค่อยๆ
นิ่งขึ้น ลูกกำลังปรับให้ใจเฉยๆ ให้มากกว่านี้ เวลาที่คุณ
แม่นั่ง คุณแม่ทำอย่างไรคะจึงจะไม่มีความอยากเห็น
แบบอยากลึกๆ ถ้าเราไม่มีความอยากเลย ก็คงหยุดใจ
ได้สนิทนะคะ
ในระหว่างที่ลูกเดินออกกำลังกาย บางครั้งก็มีพี่
อุบาสิกาที่คุ้นเคยมาคุยและเดินด้วย คำถามที่ได้รับ
ความนิยมมากที่สุดคือ เป็นอย่างไรบ้าง นั่งสมาธิดีไหม
ลูกก็ตอบไปทุกครั้งว่าดีค่ะ (คิดว่าดีไว้ก่อน) คือ เราจะ
ต้องพอใจในทุกประสบการณ์ใช่ไหมคะคุณแม่ และถ้า
เป็นพี่ที่ค่อนข้างสนิทก็จะถามเรื่องสุขภาพด้วยความเอื้อ
อาทร ลูกมักจะตอบว่า แข็งแรงดี ถ้าไม่สบายก็จะพัก
แล้วก็ไม่มีอะไร มีบางครั้งพี่จะถามเรื่องธรรมะกับลูก
บอกกับตัวเองว่า เราอาจจะช้ากว่าคนอื่น แต่ไม่เป็นไร เราจะต้องปรับเข็มทิศของเราเสียใหม่
ว่าเราทำได้ เราต้องมั่นใจไม่มีอะไรต้องกังวล เราจะอยู่แต่ในห้องของวันนี้และตัวเราเท่านั้น
กัลยาณมิตร ๑๐๓ กรกฎาคม ๒๕๕๒