ข้อความต้นฉบับในหน้า
เจดีย์สีขาวขวามือคือ อนิมีสเจดีย์ สถานที่ที่พระพุทธองค์สวยวิมุตติสุขในสัปดาห์ที่ ๒
สระมุจจสินค์ อนุสรณ์แห่งการเสวยวิมุติสุขในสัปดาห์ที่ 5
เพียงแม่ทัพคนนั้นกลัวตายมากกว่ากลัวบาปอีกนิดเดียว
พวกเราคงไม่มีโอกาสเข้ามากราบพระพุทธรูปองค์นี้แน่นอน
น่าอนุโมทนาบุญกับแม่ทัพท่านนั้น ที่ช่วยรักษาพระพุทธรูป
งดงามนี้ไว้ได้ให้ชาวพุทธอีกนับไม่ถ้วนได้มาสักการะชื่นชม
ออกจากพระวิหารคณะของเราเดินลัดเลาะเที่ยว
ชมบริเวณโดยรอบไปจนถึง เสาหินพระเจ้าอโศก ที่แสดง
ถึงสถานที่ที่โสตถิยพราหมณ์ ถวายหญ้าแห้งแปดฟอน
ในตอนเย็นก่อนที่พระพุทธองค์ตรัสรู้ หญ้าแปดฟอนนั้น
พระองค์ได้ทรงปูลาดเป็นรัตนบัลลังก์ ประทับบำเพ็ญ
เพียรกระทั่งตรัสรู้ ผู้เขียนมาหยุดยืนมองอยู่แล้วตั้งจิต
อนุโมทนา ชื่นชมในบุญของพราหมณ์โสตถิยะ พร้อมกับ
รู้สึกภาคภูมิใจในพุทธประวัติของพระพุทธองค์ วาพระบรม-
ศาสดาของเรามีพระประวัติชัดเจน มีพยานหลักฐานทุก
ขั้นตอนตลอดพระชนม์ชีพ ตั้งแต่วันที่พระองค์ประสูติ
กระทั่งถึงวันปรินิพพาน เขียนทิ้งไว้เพียงเท่านี้ให้ผู้อ่าน
นึกต่อเอาเองว่า ทำไม ? ใครบางคนจึงบังอาจสงสัยได้ว่า
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเรามีตัวตนจริงหรือ II?
๒๔ | กัลยาณมิตร กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๕
เดินเลยเสาพระเจ้าอโศกไปอีกไม่ไกลนัก ก็จะเห็น
สระน้ำใหญ่อยู่ทางใต้ของพระวิหาร มีชื่อว่า สระมุจจลินท์
เป็นสระจำลอง มีพระพุทธรูปปางนาคปรกประดิษฐานอยู่
กลางสระ เป็นอนุสรณ์เครื่องระลึกถึง สัปดาห์ที่ 5
หลังจากพระพุทธองค์ตรัสรู้แล้วทรงเสด็จไปยังร่มไม้จิกหรือ
มุจจลินท์ ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของต้นพระศรีมหาโพธิ์
และประทับอยู่ที่นั้นเป็นเวลา ๗ วัน ท่ามกลางสายฝนและ
ลมหนาวที่พัดกระหน่ำา พระยานาคชื่อ มุจจลินท์ ได้เลื้อย
ขึ้นมาขดตัวเป็นวง ๗ รอบ อาราธนาพระพุทธองค์ประทับ
แล้วแผ่พังพานปกป้องพระพุทธองค์ไว้มิให้ต้องฝนและ
ลมหนาว
จากนั้นพวกเราก็เดินไปชม อนมิสเจดีย์ เป็นที่
พระพุทธองค์เสวยวิมุตติสุข ในสัปดาห์ที่สองหลังจากตรัสรู้
เขาสร้างเป็นวิหารเล็กๆ สูงประมาณ ๕๕ ฟุต อยู่บนเนินดิน
ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของต้นพระศรีมหาโพธ รูปทรง
เลียนแบบพระมหาวิหาร
ในสัปดาห์ที่สามที่พระพุทธองค์เสวยวิมุตติสุข
พระองค์เสด็จมาเดินจงกรมอยู่ ๗ วัน ตรงกลางระหว่าง
ต้นพระศรีมหาโพธกับอนิมิสเจดีย์ อนุสรณ์ที่สร้างไว้ให้
ระลึกถึงคือ ฐานปูนที่ก่อสูงจากพื้นดินประมาณ 4 ฟุต แล้ว
สลักหินเป็นรูปดอกบัว ๑๙ ดอก เรียกว่า รัตนจงกรมเจดีย์
ระหว่างทางที่เดินเที่ยวชมอยู่นั้น ผู้เขียนเห็นหินสลัก
รูปร่างแปลกๆ หลายขึ้น วางเรียงรายอยู่ตามข้างทางเดิน
บ้าง บนขอบระเบียงบ้าง ตั้งข้อสังเกตว่าเหมือนรูปโยนี
และศิวลึงค์ ของศาสนาฮินดู ได้เรียนถามท่านอาจารย์
บรรจบ บรรณรุจิ ว่าใช่หรือไม่ ท่านอาจารย์หยุดยืนดูอยู่