ข้อความต้นฉบับในหน้า
ให้นายสาวทราบ
นางสุชาดาปลื้มใจเป็นที่สุด
รีบจัดข้าวมธุปายาสใส่ถาดทองคำ
น่า ไปยังต้นไทรใหญ่ พอได้เห็น
พระพุทธองค์สมจริงตามค่า ที่สาวใช้
รายงานก็ยิ่งเกิดความปิติยินดีมากขึ้น
ดีดว่าเป็นรุกขเทวดาจริงๆ จึงเข้าไป
นั่นเอง
สภาพบ้านเรือนชาวชนบท ใกล้เนินดินบ้านนางสุชาดา
มูลวัวผสมหญ้าแห้งแล้วเก็บไว้เป็นเชื้อเพลิง
ขอเล่าถึงนางสุชาดาลักเล็กน้อยเผื่อว่าผู้อ่านบางท่าน
อาจจะหลงลืมไปแล้วว่านางเป็นใคร ทำไมพวกเราจึงต้อง
ดั้นด้นไปเยือนบ้านนางด้วย นางสุชาดาเป็นลูกสาวของ
เศรษฐีที่ตำบลนี้ คือ อุรุเวลาเสนานิคม ต่อมาได้แต่งงาน
กับเศรษฐีอีกตระกูลหนึ่ง นางได้บนบานศาลกล่าวขอให้
นางมีบุตรชายสักคนหนึ่ง หลังจากนั้นนางก็ได้บุตรชาย
สมความปรารถนา ซึ่งต่อมาคือพระยสะ ผู้ซึ่งอุทานว่า
“ที่นี่เป็นทุกข์หนอ ที่นี่ขัดข้องหนอ" จนได้มาฟังธรรมจาก
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าและบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์นั่นเอง
เมื่อนางสุชาดาได้บุตรชายตามความปรารถนาแล้ว
จึงตั้งใจจะแก้บน ด้วยกาวปรุงข้าวมธุปายาส ที่หุงต้มด้วย
น้ำนมโคสดอย่างดี และให้สาวใช้ล่วงหน้าไปปัดกวาด
ทำความสะอาดสถานที่เตรียมบูชาเทวดา ที่ใต้ต้นไทรใหญ่
แห่งหนึ่งในหมู่บ้าน สาวใช้ได้มาเห็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ประทับนั่งผินพระพักตร์ไปทางทิศตะวันออก มีรัศมีสีทอง
สว่างไสวไปทั่วบริเวณ สาวใช้จึงเข้าใจว่าพระพุทธองค์คือ
รุกขเทวาที่ประจำอยู่ที่ต้นไทรแห่งนี้ จึงรีบกลับไปรายงาน
๒๖
กัลยาณมิตร กันยายน พ.ศ. ๒
กราบถวายข้าวพร้อมถาดทองคำ ราคา
แสนกหาปณะด้วยปีติยินดียิ่ง
พระพุทธองค์ทรงรับข้าวมธุปายาสจากนางสุชาดา
แล้ว ทรงเดินทักษิณาวรรตรอบต้นไทรสามรอบ จากนั้น
บ
ลงสรงน้ำชำระพระวรกาย แล้วเสด็จกลับมาประทับนั่งใต้
ต้นไทร ทรงปั่นข้าวมธุปายาสเป็นก้อนใหญ่ได้ ๔๔ ก้อน
แล้วเสวยจนหมด พระกระยาหารมื้อนี้เป็นมื้อที่สำคัญมาก
เพราะเป็นอาหารที่ท่า ให้พระองค์ทรงอิ่มอยู่ได้ถึง ๔๗ วัน
โดยไม่ต้องเสวยอะไรอีก
เมื่อเสวยเสร็จแล้วทรงนำ ถาดทองคำ ไปลอยน้ำ
ทรงอธิษฐานเสี่ยงพระบารมีว่า หากพระองค์จะได้ตรัสรู้
อนุตรสัมมาสัมโพธิญาณแล้ว ขอให้ถาดลอยทวนน้ำขึ้นไป
ปรากฎว่าถาดลอยทวนน้ำแล้วจมลงสู่นาคพิภพ
บ้านนางสุชาดาในวันนี้ที่เราเห็นคือ เนินดินโล่งกว้าง
เมื่อเดินขึ้นไปอยู่บนยอดเนิน เหลียวมองไปโดยรอบ เห็น
ท้องไร่ท้องนาเขียวขจีคัดกับขอบฟ้าสีน้ำเงินสด เลยไปแล
เห็นหาดทรายกว้างริมส่งน้ำเนรัญชราอยู่ลิบๆ เชื่อกันว่า
บริเวณนี้คือที่ตั้งปราสาท ๗ ชั้นของนาง ปัจจุบันเหลือ
เพียงเนินดินว่างเปล่า แต่ชื่อของนางสุชาดายังคงได้รับ
การบันทึกไว้ในพระพุทธศาสนาตลอดไป ในฐานะผู้สร้าง
บุญใหญ่ ถวายภัตตาหารมื้อสำคัญสำหรับพระพุทธองค์
เราเดินข้ามคันนามาไกลโข จนถึงริมส่งแม่น้ำ
เนรัญชรา หาดทรายกว้างมากเพราะแม่น้ำแห้งขอด
น้ำไหลคล้ายลำธารมากกว่าจะเป็นแม่น้ำผืนทรายแห้งแล้ง
ร้อนระอุคณะของเรายึดเอาพื้นที่ใต้ร่มไม่ใหญ่เป็นที่สวดมนต์
ระลึกถึงพระพุทธองค์กันอีกครั้ง ตรงนี้ที่สันนิษฐานกันว่า
พระพุทธองค์ทรงลอยถาดทองคำ
ผู้เขียนนึกเลยเถิดไปถึงว่าพญานาคตนนั้น ที่ลืมตา
ตื่นขึ้นเมื่อถาดทองจมลงสู่ใต้บาดาลลงซ้อนกับถาดของ