การอบรมสั่งสอนของคุณยาย วารสารกัลยาณมิตร ปี 2544 ฉบับที่ 9 หน้า 32
หน้าที่ 32 / 116

สรุปเนื้อหา

หลวงพี่นึกในใจ “จะไปสอนใครได้ เราไม่มีวิชชาธรรมกาย เหมือนคุณยาย” แต่พอบวชไม่นาน ต้องมาพูดแทนคุณยาย สอนแทนคุณยาย อุบาสก คุณยายท่านยังอบรมสั่งสอนตอนสมัยหลวงพี่เป็น เรื่องรับประทานอาหาร เวลาเรารับประทานอาหาร เรามักจะคุยกัน จริงๆ แล้วคนโบราณเขาสอนดี เวลา รับประทานข้าวไม่ให้คุยกัน เนื่องจากเม็ดข้าวมันอาจจะ หล่นไปอุดหลอดลมท่าให้สำลักข้าว จริงๆ แล้วเป็นประเพณี ซึ่งปู่ย่าตายายสอนไว้เหมือนกัน แต่เวลารับประทาน อาหารมักจะเผลอ แต่ก็ได้คุณยายนี่แหละท่านมาคอยชี้แนะ คอยพร้าสอน แล้วอีกจุดหนึ่งที่ประทับใจคือที่วัดของเรา คุณยาย ท่านวางกฎระเบียบได้ดีมาก คือพระที่นี่จะไม่สูบบุหรี่ ถ้าเราเห็นพระต่างจังหวัดสูบบุหรี่ เราก็เข้าไปกราบ นิมนต์อาราธนาท่านได้ ขอท่านสักวันหนึ่ง ทุกคนในที่นี้ที่ ไปพูดไปคุยกับท่านได้ เพราะ

หัวข้อประเด็น

- การอบรมสั่งสอนของคุณยาย

ข้อความต้นฉบับในหน้า

หลวงพี่นึกในใจ “จะไปสอนใครได้ เราไม่มีวิชชาธรรมกาย เหมือนคุณยาย” แต่พอบวชไม่นาน ต้องมาพูดแทนคุณยาย สอนแทนคุณยาย อุบาสก คุณยายท่านยังอบรมสั่งสอนตอนสมัยหลวงพี่เป็น เรื่องรับประทานอาหาร เวลาเรารับประทานอาหาร เรามักจะคุยกัน จริงๆ แล้วคนโบราณเขาสอนดี เวลา รับประทานข้าวไม่ให้คุยกัน เนื่องจากเม็ดข้าวมันอาจจะ หล่นไปอุดหลอดลมท่าให้สำลักข้าว จริงๆ แล้วเป็นประเพณี ซึ่งปู่ย่าตายายสอนไว้เหมือนกัน แต่เวลารับประทาน อาหารมักจะเผลอ แต่ก็ได้คุณยายนี่แหละท่านมาคอยชี้แนะ คอยพร้าสอน แล้วอีกจุดหนึ่งที่ประทับใจคือที่วัดของเรา คุณยาย ท่านวางกฎระเบียบได้ดีมาก คือพระที่นี่จะไม่สูบบุหรี่ ถ้าเราเห็นพระต่างจังหวัดสูบบุหรี่ เราก็เข้าไปกราบ นิมนต์อาราธนาท่านได้ ขอท่านสักวันหนึ่ง ทุกคนในที่นี้ที่ ไปพูดไปคุยกับท่านได้ เพราะเขตบุญสถานแห่งนี้จะไม่ให้ มียาเสพย์ติดเกิดขึ้น อยากฝากว่าคนที่อยู่ต่างจังหวัด เรา มีประเพณีที่ผิดๆ กันมาตลอด จะต้องมีบุหรี่มีอะไรถวายพระ มันก็เลยติดมา แต่พอมาอยู่ที่วัด หลวงพี่รู้สึกว่ามัน แตกต่างจากวัดที่ต่างจังหวัดคือคุณยายท่านห้ามพระสูบบุหรี่ เวลาจะรับแขก คุณยายท่านป้องกันตั้งแต่แรกแล้วว่า จะรับแขกต้องไปที่ศาลาโล่งๆ จะไม่ให้รับแขกที่กุฏิ ตรงนี้ คุณยายท่านป้องกันเรื่องนี้มาตลอด สมัยก่อนวัดเราปิด 5 โมงเย็น เปิด 5 โมงเช้า เวลาหลวงพ่อรับแขก คุณยาย ท่านจะเดินมามอง แค่คุณยายมองท่านต้องรีบลุกแล้ว ใครๆ ๓๐ กัลยาณมิตร กันยายน พ.ศ. ๒๕๑ นั่งอยู่ต้องรีบลุก เป็นการเดือนว่าถึงเวลากลับแล้ว ฉะนั้นที่เรารอดจากสื่อต่างๆ ที่ให้ร้ายหลวงพ่อไว้ เป็นอัน หมดสิ้นไปเพราะว่ามีแต่ข่าว แต่ไม่มีมูล ข้อนี้ถือว่าตัดทิ้ง ไปได้ มีกระทู้ธรรมอยู่บทหนึ่งที่ว่า เสโล ยถา เอกฒโน วาเตน น สมีรติ เอว์ นินทาปส์สาสุ น สมัฌชนฺติ ปณฺฑิตา ภูเขาหินแท่งทึบ ไม่สั่นสะเทือน เพราะแรงลมฉันใด บัณฑิตย่อมไม่หวั่นไหวในคำนินทา และสรรเสริญ ฉันนั้น (ขุ.ธ. ๒๕/๒๕) คุณยายท่านเปรียบประดุจเหมือนพระเจดีย์ทองคำ ที่ไม่หวั่นไหวต่อว่า นินทาและสรรเสริญ ช่วงที่เราถูกโจมตี ช่วงยุคที่เราขยายเนื้อที่ไป ๒,000 ไร่มีข่าวลงหนังสือพิมพ์ คุณยายท่านไม่ได้หวั่นไหว บอกบุญ เรื่อยไป ไม่ได้สนใจ ไม่ได้ตื่นเต้น ไม่เคยเห็นคุณยายท่าน ร้องไห้ หลวงพี่ยังไม่เคยเห็นคุณยายท่านโศกเศร้าเสียใจ ท่านจะนิ่งๆ เฉยๆ บอกว่า “คนที่ด่าวัดคือคนที่ออกจาก วัดไปนี่เอง" คุณยายไม่เคยศึกษาวิชาแพทย์ แต่ท่านสามารถที่ จะใช้วิชารักษาผู้ป่วย เวลาญาติโยมมากราบท่าน ส่วนใหญ่ จะมีแต่ความทุกข์ มีสุขเขาไม่ค่อยมามาอาศัยบารมีคุณยาย ทำให้หลายๆ ท่านหายเจ็บ หายป่วย หายไข้ รวยเรื้อรัง เลยทีนี้ บางคนมาตั้งแต่ยังไม่ค่อยมีรถขับ ทำบุญตั้งแต่ ๑๐บาท เดี๋ยวนี้ทำบุญเป็นล้านก็มี ตรงนี้ เพราะยิ่งทำ ยิ่ง รวย บางคนเขาบอกว่า เอ๊ะ..วัดเรารวย แล้วไม่อยากจะทำ อยากฝากว่าจริงๆ แล้ววัดไม่ได้รวย แต่สาธุชนต่างหาก ญาติโยมที่ทำ บุญแล้วฐานะดีขึ้น ทำ ให้เขาอยากทำ บุญ ช่วงเช้า หลังจากที่ถวายภัตตาหารพระเดชพระคุณ หลวงพ่อแล้ว ก็จะพาท่านไปปลูกต้นไม้ ต้นไม้ที่คุณยาย ชอบปลูกคือ ต้นกล้วย มะละกอ แล้วก็มีทรงบาดาล ซึ่ง ยังอยู่ทุกวันนี้ ที่หน้าวัดบริเวณริมกำแพง เหตุผลที่ต้อง ปลูกต้นกล้วย เพราะเป็นต้นไม้ที่ปลูกง่าย ขึ้นง่าย ลูกมัน ก็ได้ถวายพระ มะละกอปลูกเสร็จแล้วก็ได้ถวายพระขบฉัน จะเห็นว่าจิตใจของคุณยายเกาะเกี่ยวอยู่ในบุญตลอด จะ นึกถึงพระตลอด เพราะว่าใจของท่านมีองค์พระธรรมกาย อยู่ข้างใน เวลาทำ อะไรท่านจะนึกถึงบุญ ฉะนั้นเราต้อง
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More