กรรมและผลกรรม วารสารกัลยาณมิตร ปี 2544 ฉบับที่ 9 หน้า 48
หน้าที่ 48 / 116

สรุปเนื้อหา

เพราะเป็นเรื่องที่ละเอียดซับซ้อน เป็นสิ่งที่ พัวพันกันข้ามภพข้ามชาติ จะพิสูจน์กัน ตามหลักวิทยาศาสตร์ หรือเทคโนโลยี สมัยใหม่ก็ทำไม่ได้ วิธีการเดียวเท่านั้นที่จะ พิสูจน์ได้ คือต้องทำใจให้หยุดนิ่งตามหลัก พุทธศาสตร์ อาศัยใจที่สะอาดบริสุทธิ์อย่าง เดียว จึงจะสามารถเปิดเผยความลี้ลับของ โลกและชีวิต และเช้าใจไปตามความเป็นจริง เหมือนที่สุภมาณพเคยทูลถามพระพุทธเจ้าว่า “ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ อะไรหนอแล เป็น เหตุเป็นปัจจัยให้พวกมนุษย์ปรากฏความเลว และความประณีตต่างกัน มนุษย์บางพวก ปรากฏมีอายุสั้น มีอายุยืน มีโรคมาก มี โรคน้อย มีผิวพรรณทราม มีผิวพรรณงาม มีศักดาน้อย มีศักดามาก มีโภคะน้อย มีโภคะมาก เกิดในสกุลตา เกิดในสกุลสูง ไร้ปัญญา มีปัญญา ขอพระองค์ได้ทรงชี้บอกข้าพระองค์ด้วยเถิด” พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า “ด

หัวข้อประเด็น

- กรรมและผลกรรม

ข้อความต้นฉบับในหน้า

เพราะเป็นเรื่องที่ละเอียดซับซ้อน เป็นสิ่งที่ พัวพันกันข้ามภพข้ามชาติ จะพิสูจน์กัน ตามหลักวิทยาศาสตร์ หรือเทคโนโลยี สมัยใหม่ก็ทำไม่ได้ วิธีการเดียวเท่านั้นที่จะ พิสูจน์ได้ คือต้องทำใจให้หยุดนิ่งตามหลัก พุทธศาสตร์ อาศัยใจที่สะอาดบริสุทธิ์อย่าง เดียว จึงจะสามารถเปิดเผยความลี้ลับของ โลกและชีวิต และเช้าใจไปตามความเป็นจริง เหมือนที่สุภมาณพเคยทูลถามพระพุทธเจ้าว่า “ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ อะไรหนอแล เป็น เหตุเป็นปัจจัยให้พวกมนุษย์ปรากฏความเลว และความประณีตต่างกัน มนุษย์บางพวก ปรากฏมีอายุสั้น มีอายุยืน มีโรคมาก มี โรคน้อย มีผิวพรรณทราม มีผิวพรรณงาม มีศักดาน้อย มีศักดามาก มีโภคะน้อย มีโภคะมาก เกิดในสกุลตา เกิดในสกุลสูง ไร้ปัญญา มีปัญญา ขอพระองค์ได้ทรงชี้บอกข้าพระองค์ด้วยเถิด” พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า “ดูก่อนมาณพ สัตว์ทั้งหลายมีกรรมเป็นของตน เป็นทายาท แห่งกรรม มีกรรมเป็นกำเนิด มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์ มีกรรมเป็นที่พึ่งอาศัย กรรมเท่านั้นที่ จำแนกสัตว์ให้เลวและประณีตได้ บุคคลบางคนในโลกนี้จะเป็นสตรีหรือบุรุษก็ตาม เป็นผู้มักท่า ชีวิตสัตว์ให้ตกล่วง เป็นคนเหี้ยมโหด ไม่เอ็นดูเกื้อกูลในหมู่สัตว์มีชีวิต เขาตายไปจะเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก เพราะกรรมที่ได้ทำ ไปแล้วนั้น หากตายไป แม้ไม่เข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก ถ้ามาเป็นมนุษย์ เกิด ณที่ใดๆ ในภายหลัง จะเป็นคนมีอายุสั้น ดูก่อนมาณพ ปฏิปทาที่ เป็นไปเพื่อมีอายุสั้นนี้ คือ เป็นผู้มักทำ ชีวิตสัตว์ให้ตกล่วงไป จากนั้น พระองค์ทรงยกตัวอย่าง สมัยที่ยังบำเพ็ญบารมีเป็นพระโพธิสัตว์ ได้เกิดเป็นลูกของพราหมณ์มหาศาลมีสมบัติมากมาย ชื่อว่า ที่ปายนะ ท่านมีเพื่อนรักคนหนึ่ง ชื่อมัณฑพยะ เมื่อโตขึ้นไม่เห็นสาระในการที่จะต้องอยู่ครองเรือน จึงชักชวนเพื่อนทำบุญให้ทาน เป็นการใหญ่ ได้ขนสมบัติที่มีอยู่ทั้งหมด มากองไว้หน้าบ้าน ประกาศให้มหาชนมาขนเอาไป โดยไม่เสียดายเลย เนื่องจากทั้งสองท่านเป็นที่เคารพรักของคนทั้งเมือง การตัดสินใจออกบวช ของท่าน ทำให้มีผู้คนร้องห่มร้องไห้ไม่อยากให้ออกบวช เพราะรู้ว่าเป็นสิ่งที่ทำได้ยาก แต่เมื่อ ท่านตัดสินใจที่จะบำเพ็ญเนกขัมมบารมีแล้ว แม้จะมีใครมาหน่วงเหนี่ยวอ้อนวอนเอาไว้ ก็ไม่ใส่ใจ ไม่ห่วงใยอาลัยอาวรณ์ในสิ่งใดทั้งสิ้น ๔๖ ภาชาณ แร กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๔ ทั้งสองท่านได้ออกไปสร้างอาศรม บวชอยู่ในป่าหิมพานต์ได้ ๕๐ ปี ก็ชักชวนกันออก จากป่า เพื่อเข้ามาเสพรสเค็มรสเปรี้ยวในเมือง จึงได้เที่ยวไปตามชนบทจนถึงเมืองพาราณสี อาศัยอธิมุตติกสุสานเป็นที่พักบำเพ็ญเพียรภาวนาอยู่หลายวัน ที่ปายนดาบสเห็นว่าได้พำนัก อยู่ที่ป่าช้าหลายวันแล้ว ก็ออกเดินทางไปหมู่บ้านอื่นเพื่อแนะน่ามหาชนให้รู้จักสั่งสมบุญ เหลือเพียงมัณฑพยดาบสเท่านั้นที่อยู่ในสุสานนั้นตามลำพัง อยู่มาวันหนึ่ง พวกโจรได้เข้าไปขโมยของภายในเมือง เมื่อเจ้าของบ้านและ
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More