ข้อความต้นฉบับในหน้า
20-0347
อะไรทำให้เรามีวินิจฉัยที่ดี?
๑) เราเกิดในสถานที่ที่ดี
สถานที่ที่ดีเป็นอย่างไร คือ
ทั้งไม่แร้นแค้น ไม่อดอยาก พอ
จะหาข้าวปลาอาหารได้กิน
๒) เราได้พ่อแม่ที่ดีให้การ
อบรมแก่เรามา
๓) เราเกิดในสถานที่ที่มี
พระพุทธศาสนาเผยแผ่มาถึง
จึงมีโอกาสได้ลิ้มรสธรรมะมา
ตั้งแต่เล็ก จะมากจะน้อยก็ถูก
เขาจึงทำผิดๆ พลาดๆ เสียๆ หายๆ ตามที่เขา
พอจะคิดออกได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้ามีคนพาล คนเกเร
มาชักชวนชี้ทางในทางผิดๆ ให้ แล้วเขาคิดตามไม่ทันว่า
สิ่งเหล่านั้นผิด สิ่งเหล่านั้นเลว สิ่งเหล่านั้นไม่ดี เขาจะ
พลอยประพฤติเลียหายตามคนพาลที่มาชักชวนเขาไป
ตรงนี้ก็เป็นความผิดพลาดมหันต์ของสังคมทีเดียว
ภาพตรงนี้ต้องมองให้ชัด คืออย่าเพิ่งไปตำหนิ
ติเตียนใครว่า คนนั้นเขารักชั่ว คนนี้เขาไม่รักความดี
อย่าเพิ่งไปมองกันอย่างนั้น ลองมีบุญได้เกิดมาเป็นคนแล้ว
มันอยากตีด้วยกันทั้งนั้น แต่ว่าจนใจ สติปัญญาน้อย ไม่รู้
ว่าที่ดีจริงๆ นั้นเป็นอย่างไร
แม้แต่พวกเราเองที่เช้าวัดปฏิบัติธรรมกันอยู่นี่
ถ้าสมมุติว่า ไม่ได้เกิดในเมืองไทย ไปเกิดในประเทศอื่นที่
ไร้ความเจริญ ไปเกิดอยู่แถบขั้วโลกเหนือ ขั้วโลกใต้
ชนิดที่ไม่มีมนุษย์จะไปเยี่ยมถึง ใครจะไปติดต่อด้วยก็นาน
บีทีครั้ง อาจจะยี่สิบปี สามสิบปี จึงจะมีมนุษย์เขาไปเยี่ยม
กล้ายืนยันได้เลยว่า ด้วยสติปัญญาของเราที่มีติดตัวมา
ตั้งแต่วันเกิด ย่อมไม่พอที่จะให้เราคิดดี พูดดี ทำดี ได้
อย่างกับที่เป้นอยู่ในวันนี้
ขอให้มองภาพตรงนี้ให้ชัดก่อนว่า ตัวเราเอง
ถ้าไม่ได้เกิดในสิ่งแวดล้อมที่ดีอย่างที่เราได้อยู่ขณะนี้ เรา
อาจจะแย่ อาจจะเลว อาจจะตกต่ำ ยิ่งกว่าคนที่ถูก
ประณามว่า เป็นคนเลวอยู่ในสังคมปัจจุบันนี้ ก็เป็นได้
แต่ว่าที่เราดีได้มาขนาดนี้ เพราะอะไร? เพราะเรามี
วินิจฉัยที่ดี
๓๔ โอธาณ สคร กันยายน พ.ศ. 10*3737
กรอกหูมาบ้าง จากคุณพ่อ คุณแม่ จากลุงป้าน้าอา เวลา
ไปโรงเรียนก็มีครูบาอาจารย์ สอนสั่งให้บ้าง พอสมควร
ทีเดียว
บางคนเวลาไปโรงเรียน เดินผ่านวัดวาอาราม
พอจะเคยได้ยินคำเทศน์คำสอนของพระกันมาบ้าง จึงได้
มาเป็นผู้เป็นคนอยู่ขณะนี้ ขอให้มองให้เห็นความเป็นผู้มี
โชคดีของคัวเองให้ชัดๆ
แต่ถึงกระนั้นก็ตาม เคยมีผู้ที่เกิดในสมัยพุทธกาล
ซึ่งต้องถือว่า เขาโชคดีมากๆ ที่เกิดมาทันยุคที่พระสัมมา
สัมพุทธเจ้ายังทรงพระชนม์อยู่ แล้วได้มีโอกาสฟังธรรม
จากพระสัมมาสัมพุทธเจ้าโดยตรงบ้าง จากพระอรหันต์
ซึ่งมีอยู่มากในยุคนั้นบ้าง ฟังแล้วเกิดศรัทธาอยากจะเป็น
พระ อยากจะเป็นพระดี เป็นคนดีก็เข้ามาบวชกัน แต่
เมื่อบวชแล้ว บางทีก็ยังไม่สามารถจะเป็นพระดีได้เต็มที่
ตามมาตรฐานที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงกำหนดเลย
บางรูปสติปัญญาสูงได้ฟังเทศน์จากพระดัมมา-
สัมพุทธเจ้าเพียงครั้งเดียวก็บรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์
เรียกว่าเช้ามาตรฐานพระดีตั้งแต่ก้าวแรก บางรูปหย่อน
ลงมาอีกหน่อยต้องฟังเทศน์หลายๆ ครั้งหน่อย จึงจะได้
เป็นพระอรหันต์ แต่บางรูปสติปัญญาหย่อนลงมาอีก ฟัง
เทศน์เฉยๆ ไม่พอ ยังต้องถูกพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ซีกหัดขัดเกลา ขนาบแล้วขนาบอีก จึงจะเอาดีได้
และมีบางพวกอีกเหมือนกัน สติปัญญาของท่าน
หย่อนยาน ย่ำแย่มาก แม้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรง
เคี่ยวเข็ญแล้ว เขายังเอาดีไม่ได้ ซึ่งบางรูปก็ทนบวชอยู่