ข้อความต้นฉบับในหน้า
wong
ALPA
คุณเอ๋ย คนที่พูดอย่างนี้ ไปทำบุญ เพราะใจของคนเมาตอน
แสดงว่าเขายังจับหลักการทำบุญ นั้น สติบันกะพร่องกะแพร่งอยู่ ไม่
ท่าทานในพระพุทธศาสนาไม่ได้ ค่อยได้นึกถึงบุญเท่าไรหรอกนะ
จริง ๆ แล้วในพระพุทธศาสนาสอน
ว่า การทําบุญถ้าจะให้ได้บุญมาก ๆ เราไปถวายกับพระภิกษุที่มีศีล ผู้มี
มีองค์ประกอบอยู่ ๔ ประการคือ
๔.ผู้รับเป็นผู้บริสุทธิ์ เช่น
ศีลตามธรรมดาท่านมีความบริสุทธิ์
๑.ทรัพย์สินเงินทอง หรือ อยู่ในตัวแน่นอนอยู่แล้ว ยิ่งถ้าเรา
ของที่น่ามาท่าบุญนั้นจะต้องเป็น ไปรู้ไปเห็นว่าท่านรักษาศีลได้เคร่ง
ของบริสุทธิ์คือไม่ได้คดโกงเอาของ ครัดจริง ใจเราก็ยิ่งเบิกบานในเวลา
ของใครมาทําบุญ
๒.มีเจตนาบริสุทธิ์ คือเพื่อ
ให้เป็นบุญเป็นกุศล ไม่ใช่สละให้
เพื่อต้องการชื่อเสียง หรือต้องการ
คะแนนเลียงสนับสนุน
๓.ผู้ให้คือตัวของเราเอง
ต้องบริสุทธิ์ ไม่ใช่เมาล็อกๆ แด็กๆ
ทํา บุญ
ทำบุญครั้งใดใต้องค์ประ-
กอบ ๔ ประการ ดังกล่าว เราก็ได้
บุญเต็มที่ไปเลย
คราวนี้ก็มาถึงข้อวินิจฉัยที่
ว่า เอาโลงศพไปถวายวัด หรือซื้อ
โลงบริจาคให้มูลนิธิ ได้บุญมาก
* เมษายน ๒๕๓๙
กัลยาณมิตร /ำไว.
กว่าท่าบุญกับพระจริงไหม ก็ต้อง
เอามาตรวจสอบกับองค์ประกอบ
ประการข้างต้น ถ้าพบว่า
๑.ทรัพย์ที่เอาไปซื้อโลงเป็น
๑
ทรัพย์ในกรรมสิทธิ์ของเราเอง ก็
ใช้ได้ในองค์ประกอบที่
๒.เรามีเจตนาบริสุทธิ์ เห็น
ญาติคนตายไม่มีเงินจะซื้อโลงมาใส'
ศพ เรามีเงินเราจึงซื้อให้เขาไปเลย
อย่างนี้ก็ถูกต้องตามองค์ประกอบที่๒
๓.ตอนที่เราซื้อโลงไปบริ
จาค เรามีสติสัมปชัญญะครบล้วน
ไม่ได้เมามายอะไรอยู่ เราผู้ให้ก็
บริสุทธิ์ ได้มาอีกองค์ประกอบหนึ่ง
ธ:-ผู้รับมอบจะเป็นมูลนิธิจะ
เป็นวัด จะเป็นพระภิกษุรูปใดรูป
หนึ่งก็ดี ถ้าท่านตั้งใจทำความดี
ท่านก็เป็นผู้บริสุทธิ์ตามความหมาย
ขององค์ประกอบสุดท้ายนี้
ถ้าการกระทำนั้นได้องค์
ประกอบครบทั้ง 5: ประการ บุญก็
เกิดแน่นอน แต่จะไปพูดว่า ทำกับ
ใคร ที่ไหนได้บุญมากได้บุญน้อย
กว่ากันนั้นไม่ได้ เพราะล้าต่างก็มี
ลักษณะครบองค์ประกอบเหมือนกัน
คำพูดนั้นจะเป็นการยกตนข่มท่าน
ซึ่งเป็นการไม่สมควรเลย เราตัดสิน
กันด้วยหลักเกณฑ์ของพระพุทธ
ศาสนาดีกว่า