ข้อความต้นฉบับในหน้า
เราจะต้องขายหระราชาให้พ้นจากความตาย
เหมือนคนที่สามารถท้าทุกอย่าง
เห่อลูกซองตัวเอง
ละมั่งไม่ได้คำนึงถึงความมิดที่พระราชา
ไต้ท้าไากับตน
เนอดีดกาล
พระเจ้าพรหมหัตเสวย
ราชสมปติอยู่ในพระนครพาราณสี พระโพธิสัตว์
ใต้เกิดเป้นพญาละมั่งอาศัยอยู่ในป่าใหญ่ พระ
ราชาทรงชอบการล่าสัตว์เป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะ
การล่าเนื้อ พระองค์เป็นผู้ทรงพละกำลังที่เข้มแข็ง
สมบูรณ์ ไม่มีใครเท่าเทียมได้ พระองค์ไม่ทรงเห็น
เลยว่าใครจะมีความสามารถสมบูรณ์แข็งแรงเท่า
กับพระองค์เลย
วันหนึ่ง พระราชาเสด็จออกไปล่าเนื้อใน
ป่าพร้อมกับอามาตย์ พระองค์รับสั่งให้ทุกคนปิด
กั้นทางให้ดี อย่าให้ละมั่งหนีออกไปได้ ถ้าละมั่ง
หนีออกไปทางผู้ใด พระองค์จะทรงลงอาญาแก่ผู้
นั้น พวกอำมาตย์จึงพากันล้อมป่าไว้ แล้วดีพื้นดิน
ด้วยไม้พลอง ช่วยกันต้อนละมั่งให้วิ่งไปทางที่พระ
ราชาประทับ พญาละมั่งลุกขึ้นวิ่งไปรอบๆ ป่านั้น
สามรอบ เพื่อมองหาช่องทางที่จะหนี เห็นคน
จำนวนมากยืนถือธนูรายเรียง แขนจรดแขน ธนู
จรดธนู มีเพียงสถานที่ที่พระราชายืนอยู่นั้นที่เดียว
ที่เป็นช่องทางพอที่จะหนีรอดไปได้ พญาละมั่งจึง
วิ่งตรงไปทางพระราชา พระราชาทรงทอดพระ
เนตรเห็นพญาละมั่งมีกําลังมาก จึงปล่อยธนูออก
ไป พญาละมั่งเป็นสัตว์ที่ฉลาด ถ้าเห็นลูกศรตรง
มาข้างหน้า จะหมอบโดยเร็วแล้วหยุดนิ่ง ถ้าลูก
ศรมาข้างหลังก็วิ่งหนีไปโดยเร็ว ถ้าลูกศรมาข้าง
บนก็เลี้ยวหลังหลบเสีย ถ้าลูกศรมาด้านข้าง ก็
หลีกเลี่ย ถ้าลูกศรมาติดๆ กัน ก็หมุนตัวล้มลง
เพื่อให้ลูกศรผ่านไป
เมื่อพระราชาเห็นพญาละมั่งล้มลง ทรง
คิดว่าละมั่งคงถูกยิงด้วยลูกศร จึงทรงเปล่งพระ
ลีหนาทด้วยความดีพระทัยว่า “เรายิงละมั่งได้แล้ว
เรายิงละมั่งได้แล้ว" แต่พญาละมั่งกลับผุดลุกวิ่ง
หนีไปโดยเร็ว
พอเห็นละมั่งวิ่งหนีไป พวก
อำมาตย์ทั้งหลายต่างพากันร้องถามว่าละมั่งหนีไป
กัลยาณมิตร 1"~ไ
เมษายน ๒๕๓๙