อายตนนิพพาน วารสารกัลยาณมิตร ปี 2542 ฉบับที่ 1 หน้า 18
หน้าที่ 18 / 172

สรุปเนื้อหา

นิพพาน ผุดผ่องของพระองค์นั้น จะไปไหน ? ก็ไปในอายตน นิพพาน เรียกว่า อายตนนิพพานเลยทีเดียว คือพ้นออก ไปจากโลกเรานี้ พ้นออกไปจากภพสาม พ้นออกไปไกล เท่าไร เรื่องนี้ต้องตั้งใจฝึกสมาธิให้เข้าถึงธรรมกาย แล้วไปดูด้วยตัวเอง แต่บอกไว้หน่อยหนึ่งก็ได้ว่า การเข้า นิพพานอย่างนี้ เรียกว่า เข้า อายตนนิพพาน พระพุทธเจ้าดับ ขันธปรินิพพานแล้วธรรมกาย ของพระองค์จะไปอยู่ในนิพพาน ประเภทที่ ๒ นี้ เรียก อายตน รูปร่างหน้าตาของอายตน สมัยพุทธกาลที่ผ่านมาฟังว่า “มีอยู่นะ ภิกษุทั้งหลาย อายตนะที่ไม่มีปฐวี ไม่มี อาโป ไม่มีเตโช ไม่มีวาโย ไม่มีอากาสานัญจายตนะ ไม่ มีวิญญาณัญจายตนะ ไม่มีอากิญจัญญายตนะ ไม่มี เนวสัญญานาสัญญายตนะ ไม่มีโลกนี้ ไม่มีปรโลก ไม่มี ดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ทั้ง สองอย่าง เราไม่กล่าวอายตนะ นั้นว่าเป็นการมา การ

หัวข้อประเด็น

- อายตนนิพพาน

ข้อความต้นฉบับในหน้า

นิพพาน ผุดผ่องของพระองค์นั้น จะไปไหน ? ก็ไปในอายตน นิพพาน เรียกว่า อายตนนิพพานเลยทีเดียว คือพ้นออก ไปจากโลกเรานี้ พ้นออกไปจากภพสาม พ้นออกไปไกล เท่าไร เรื่องนี้ต้องตั้งใจฝึกสมาธิให้เข้าถึงธรรมกาย แล้วไปดูด้วยตัวเอง แต่บอกไว้หน่อยหนึ่งก็ได้ว่า การเข้า นิพพานอย่างนี้ เรียกว่า เข้า อายตนนิพพาน พระพุทธเจ้าดับ ขันธปรินิพพานแล้วธรรมกาย ของพระองค์จะไปอยู่ในนิพพาน ประเภทที่ ๒ นี้ เรียก อายตน รูปร่างหน้าตาของอายตน สมัยพุทธกาลที่ผ่านมาฟังว่า “มีอยู่นะ ภิกษุทั้งหลาย อายตนะที่ไม่มีปฐวี ไม่มี อาโป ไม่มีเตโช ไม่มีวาโย ไม่มีอากาสานัญจายตนะ ไม่ มีวิญญาณัญจายตนะ ไม่มีอากิญจัญญายตนะ ไม่มี เนวสัญญานาสัญญายตนะ ไม่มีโลกนี้ ไม่มีปรโลก ไม่มี ดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ทั้ง สองอย่าง เราไม่กล่าวอายตนะ นั้นว่าเป็นการมา การไป การ ในการตรัสรู้ของพระองค์ ก่อนจะทรงสำเร็จ หยุดอยู่ การจุติ การอุบัติ อายตนะนั้น ไม่มีที่ตั้งอาศัย(แต่ก็ เป็นพระพุทธเจ้าได้ ไม่เป็นไป ทั้งไม่ต้องมีเครื่อง นิพพานเป็นอย่างไร พระองค์ตรัส เอาไว้ชัดเจนซึ่งปรากฏเนื้อความ พระองค์ก็ต้องทรงผ่าน การเป็นพระโสดาบันก่อน เป็นพระสกิทาคามีก่อน ยึดหน่วง, นั่นแหละคือจุดจบ อยู่ในพระไตรปิฎก ส่วนของ ขุททกนิกาย อุทาน โดยตรัสเล่า ถึงลักษณะของอายตนนิพพานให้ กับเหล่าพระภิกษุทั้งหลาย ใน เป็นพระอนาคามีก่อน แล้วจึงเป็นพระอรหันต์ ของทุกข์” จากประโยคที่พระองค์ตรัสว่า “มีอยู่นะภิกษุทั้งหลาย” คำว่า “มี อยู่” ของพระองค์นั้นหมายถึง อะไร? ทรงหมายถึง “อายตน นิพพาน” ว่า จริงๆ แล้วมีอยู่นะ ภิกษุทั้งหลาย ไม่ใช่ไม่มี ใน ศาสนาของเรานี้ มีนิพพานอยู่แน่นอน ส่วนคำว่า “อายตนะ” คืออะไร? อายตนะ ก็คือ สถานที่ เพราะฉะนั้น ที่พระองค์ตรัสว่า “อายตนะที่ไม่มี ปฐวี” ก็คือเป็นสถานที่ ไม่มีธาตุดิน “ไม่มีอาโป” เป็นสถานที่ ไม่มีธาตุน้ำ “ไม่มีเตโช” เป็นสถานที่ไม่มีธาตุไฟ “ไม่มีวาโย แม้แต่ลมเพลมพัดก็ไม่มี เพราะเป็นสถานที่ไม่มีธาตุลม แล้วพระองค์ก็ทรงอธิบายอายตนนิพพานในเชิง ปฏิเสธต่อไปว่า “ไม่มีอากาสานัญจายตนะ” คือ เป็นสถานที่ที่ไม่ใช่ พรหมโลก ชั้นที่ผู้ได้อรูปฌานชั้นที่๑ ไปอยู่ “ไม่มีวิญญาณัญจายตนะ” คือไม่ใช่พรหมโลกชั้นที่ มีผู้ได้อรูปฌานชั้นที่ ๒ ไปอยู่ “ไม่มีอากิญจัญญายตนะ” คือไม่ใช่พรหมโลก ชั้น ที่ผู้ได้อรูปฌานชั้นที่ ๓ ไปอยู่ “ไม่มีเนวสัญญานาสัญญายตนะ” คือ ไม่ใช่พรหม กัลยาณมิตร ๑๖ มกราคม ๒๕๔๒
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More