กิจกรรมทางศาสนาในโรงเรียน วารสารกัลยาณมิตร ปี 2542 ฉบับที่ 1 หน้า 104
หน้าที่ 104 / 172

สรุปเนื้อหา

ศีลรับพรด้วยกัน กรวดน้ำด้วยกัน คนมีตังค์เขาก็เอามารวมกัน มีอะไร โรงเรียนหรือผู้ปกครองบ้างหรือเปล่า...? ก็มาทำกันไปอย่างนี้ ก็ทำด้วยความสบายใจ ไม่ได้ถูกบีบบังคับอะไร นักเรียนเขาก็ได้ทำกิจกรรมพระพุทธศาสนา เขาต้องทำศาสนพิธี ตั้งโต๊ะอาหาร ตั้งโต๊ะหมู่บูชา ไหว้พระรับศีล กล่าวคำถวายสังฆทาน สามเณรที่เราไปบวชเขาก็ กล่าวสัมโมทนียกถาได้ ให้พรได้ ให้ธรรมะ ฝึกกันทุกวัน นักเรียนที่ไปบวชค่อนข้างเกเร พอบวชเข้าแล้วมีคนกราบ ทุกวัน มีคนมาทำกิจกรรมนี้ ให้ทุกวัน และก็ต้องถูก บังคับให้ดี บังคับวันเดียวก็ อาจจะไม่ดีพอ ก็บังคับกันอยู่ ๓ เดือนนะครับ นี่นอก พรรษานะครับ ก็ทำอย่างนี้ แล้วทุกคน กิจกรรมอย่างนี้ ได้มาจากไหนละครับ ก็ผม ได้แบบอย่างจากวัด พระธรรมกายก็ไปทำอย่างนั้น คิดเองไม่ออกหรอกครับ สรุปว่าปีแรกได้ผล ได้ผ

หัวข้อประเด็น

- กิจกรรมทางศาสนาในโรงเรียน

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ศีลรับพรด้วยกัน กรวดน้ำด้วยกัน คนมีตังค์เขาก็เอามารวมกัน มีอะไร โรงเรียนหรือผู้ปกครองบ้างหรือเปล่า...? ก็มาทำกันไปอย่างนี้ ก็ทำด้วยความสบายใจ ไม่ได้ถูกบีบบังคับอะไร นักเรียนเขาก็ได้ทำกิจกรรมพระพุทธศาสนา เขาต้องทำศาสนพิธี ตั้งโต๊ะอาหาร ตั้งโต๊ะหมู่บูชา ไหว้พระรับศีล กล่าวคำถวายสังฆทาน สามเณรที่เราไปบวชเขาก็ กล่าวสัมโมทนียกถาได้ ให้พรได้ ให้ธรรมะ ฝึกกันทุกวัน นักเรียนที่ไปบวชค่อนข้างเกเร พอบวชเข้าแล้วมีคนกราบ ทุกวัน มีคนมาทำกิจกรรมนี้ ให้ทุกวัน และก็ต้องถูก บังคับให้ดี บังคับวันเดียวก็ อาจจะไม่ดีพอ ก็บังคับกันอยู่ ๓ เดือนนะครับ นี่นอก พรรษานะครับ ก็ทำอย่างนี้ แล้วทุกคน กิจกรรมอย่างนี้ ได้มาจากไหนละครับ ก็ผม ได้แบบอย่างจากวัด พระธรรมกายก็ไปทำอย่างนั้น คิดเองไม่ออกหรอกครับ สรุปว่าปีแรกได้ผล ได้ผลตรงที่ว่าเด็กเหล่านั้น ไม่กลับไปเสพยาอีกเลย และก็เรียนจบมัธยมศึกษา ทุกคน เฉพาะชั้น ม. ๓ ที่ นักจัดกิจกรรมนั่นคือ ผู้ที่ทำงานเก่ง ไม่ใช่คนเรียนเก่ง เพราะฉะนั้นถ้าเรารู้หลัก ตรงนี้ว่าเวลาเราสอนอะไรให้ นักเรียน ต้องดูว่าเอาไป ใช้งานอะไรได้ สอนวิชาการ ความรู้เพื่อเอาไปเรียนต่อ แต่กิจกรรมนั้น เพื่อให้เขาไปอยู่ในสังคมได้ เป็นคนทํางานเป็นนะครับ อ. ถาวร : ก็ส่วนใหญ่ก็ไม่เชิงว่า จะต่อต้าน เป็นแต่ว่าไม่เห็นด้วย ผอ. เอาเรื่องธรรมะมากไป ผอ. เอาบุญมากไป จะทำโรงเรียนให้เป็นวัดหรือยังไงเนี่ย นี่ โรงเรียนไม่ใช่วัดนะครับ วารสาร : อาจารย์แก้ปัญหานี้อย่างไร ครับ ? อ. ถาวร : เราก็ดูแล้ว เมื่อเราเป็นผู้ บริหารพูดตามความสงสัยของเขา ถ้าคน ที่ไหนเขาพูดกับเรา เราชี้แจงเขาได้ ถ้า คนไหนพูดอยู่ข้างนอกเราก็เฉยๆ ซะ เขาก็ไม่ได้มีอิทธิพลอะไรกับเรา ก็ได้แต่ พูดไปเท่านั้นเอง ส่วนผู้ปกครองคนที่ไม่ เห็นด้วย ก็ไม่ให้ลูกบวชก็ไม่เห็นเป็นไร คนที่เขาเห็นด้วยเขาก็ให้ลูกบวช ส่วนผู้ที่ ทําบุญกับเรา คนที่ไม่เห็นด้วยเราก็ไม่ได้ว่า คนที่เขาทำบุญก็มี ครูบาอาจารย์ครูที่ เห็นด้วยเขาก็มาร่วมมือ คนไหนไม่เห็น ด้วยเขาก็เฉย เขาทำหน้าที่ปกติของเขาไป ผมไม่ได้รบกวนหน้าที่ตรงนั้น ผมก็บอก ว่าใครจะมาเอาบุญด้วยก็มาอาสาท่างาน จะจบนั้นนะ พอเทอมที่สอง จะสอบ บวชตั้งแต่เริ่มเปิดภาคเรียนที่สองนี้ และก็เดือนมีนาคมสอบ เสร็จก็สึก ก็ไปสอบเรียนต่อ ม. ๔ กัน ตอนที่จะบวชให้ บวชทั้งชั้น คือ พูดง่ายๆ ว่าเราก็รับสมัครนักเรียน ม. ๓ ในแต่ละเทอม ประกาศรับ สมัครคนที่สมัครบวชก็คือเอามารวมไว้ที่ห้องนี้ ผมมี ม. ๓ อยู่ทั้งหมด ๑๐ ห้องเรียนเนี่ย ๓/๑ ถึง ๓/๑๐ ใครอยากจะมาบวชเขาก็มาสมัคร บอกเขารับไม่เกิน ๔๐ คนนะ พอเต็มแล้วก็หยุด ได้ ๔๐ คนนี้แหละก็ คือมาเป็นห้องหนึ่ง เณรทั้งห้องไม่ต้องไปนั่งปนกับเพื่อนที่เป็นฆราวาส วารสาร : ในการดำเนินงานของอาจารย์ ตั้งแต่เป็นผู้บริหารสถาบัน การศึกษามา แนวคิดของเราเคยถูกต่อต้านจากครูบาอาจารย์ใน ตรงนี้ด้วยกัน ก็ดูแล้วว่าถ้าจะว่าต่อต้าน ก็ไม่ใช่ต่อต้านเพียงแต่ว่าพูดบ่นไม่เห็นด้วย แต่ก็บอกว่าไม่เห็นด้วย คุณก็นั่งเฉยๆ ไป แต่คุณก็ไม่ได้คะแนนกับผมตรงนี้นะ (หัวเราะ) วารสาร : ในการทำงานบางทีมันก็อาจ จะไม่เข้าเป้าตามที่เราหวังไว้ทุกอย่าง อาจารย์มีหลักในการให้กำลังใจตัวเอง อย่างไร ? อ. ถาวร : อ๋อ ! การให้กำลังใจตัวเอง กัลยาณมิตร ๑๐๒ มกราคม ๒๕๕๕
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More