ข้อความต้นฉบับในหน้า
ผู้ใหญ่ในยุคนั้นถึงกับ
เหมือนศาสนาน้องใหม่ ที่เพิ่งจะได้มี
โอกาสคืนกลับสู่แดนกำเนิด มีอายุไม่ถึง
ร้อยปี บุคคลผู้ได้ชื่อว่าเป็นผู้นำพระพุทธ
ศาสนาคืนกลับสู่แดนกําเนิดก็คือ พระ
เถระชาวเนปาลผู้หนึ่ง ชื่อพระปรัชญา
กล่าวว่า บ้านเมืองเรามี
โรงเรียนเกิดขึ้นทั่ว
ประเทศโดยไม่ต้องสร้าง
เพราะคนไทยเชื่อมั่นว่า
บุคคลผู้มีความรู้ที่จะ
สามารถสอนบุตรหลาน
ของตนให้เป็นคนดีได้
นั้น คือ พระภิกษุ
นันทะมหาเถระ
ท่านพระปรัชญานันทะมหา
เถระ เป็นชาวพุทธเนปาลโดย
กำเนิด เมื่อเจริญวัยขึ้น ท่าน
ได้ศึกษาพระพุทธศาสนาที่
การศึกษาและกลับมาเริ่มต้นเผยแผ่
พระพุทธศาสนาอีกครั้ง รัฐบาลเนปาล
ขณะนั้นเป็นรัฐบาลฮินดู ได้สังเกตและ
จับตามองการเผยแผ่พระพุทธศาสนา
ของท่านพระปรัชญานันทะและบรรดา
ศิษยานุศิษย์ ในที่สุดก็มีคำสั่งให้พระภิกษุ
ลาสิกขาให้หมด หากไม่ลาสิกขาก็ต้อง
เดินทางออกนอกประเทศ ประชาชนที่
กราบไหว้พระพุทธรูป พระเจดีย์จะต้อง
ถูกจับ นับเป็นยุคมืดของพุทธศาสนาใน
ธิเบตและบวชเป็นพระลามะ เนปาล
ต่อมาได้เดินทางจาริก
จวบจนกระทั่งในปี พ.ศ. ๒๔๙๔
ไปยังสังเวชนียสถานทั้ง ๔ แห่ง หลังจากชัยชนะของฝ่ายปฏิวัติประชาชน
และได้พบกับพระภิกษุเถรวาท ท่านจึงได้กลับมาและเริ่มต้นฟื้นฟู
ชาวพม่าที่เมืองกุสินารา ท่าน พระพุทธศาสนาในเนปาลอย่างจริงจังอีก
ได้สนทนาธรรมกับพระภิกษุ ครั้ง จนเจริญรุ่งเรืองตราบกระทั่งทุกวันนี้
ชาวพม่ารูปนั้น ในที่สุดท่าน ท่านพระปรัชญานันทะมหาเถระ
เกิดความเลื่อมใสศรัทธาใน มรณภาพแล้ว ในท่านั่งขัดสมาธิเมื่อวันที่
ที่วัดศรีศากยะ
๑๒ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๖
สิงหวิหาร ประเทศเนปาล
เนปาล ผ่านยุคมืดแห่งพระพุทธ
ศาสนามาได้ด้วยความยากลำบาก รอย
พระพุทธศาสนาแบบเถรวาท
ต่อมาท่านจึงได้บวชเป็นพระ
ภิกษุเถรวาท และเดินทางไป
ศึกษาพระพุทธศาสนายัง
ประเทศพม่า เมื่อท่านสำเร็จ
แผลที่บาดลึกลงในจิตใจของชาวพุทธใน
ยุคนั้นยังหลงเหลือให้เห็นในปัจจุบัน
พระพุทธรูปที่งดงามวิจิตรประดิษฐานอยู่
ทั่วไปในวัดวาอารามต่างๆ ทุกวัดมี
สภาพเหมือนกันคือ พระพุทธรูปจะได้รับ
การป้องกันขโมยและภัยจากผู้ไม่หวังดี
อย่างแน่นหนา โดยนำไปประดิษฐานใน
พระพุทธรูปประดิษฐานในห้องมืดทึบ ปิดประตูใส่กรอนแน่นหนา
กัลยาณมิตร ๘๖
มกราคม ๒๕๔๒
ห้องมืดทึบ ปิดประตูลั่นกลอนใส่กุญแจไว้
หลายชั้น การจะกราบไหว้พระทำได้
เพียงภายนอกห้องเท่านั้น ส่วนการจะได้
มองพระพักตร์ของพระพุทธรูปเพื่อน้อม
รำลึกถึงพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอย่าง