ข้อความต้นฉบับในหน้า
กรรมในอดีต
ในสมัยพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงพระนามว่า
กัสสปะ พระโพธิสัตว์เกิดเป็นพราหมณ์ชื่อ โชติปาละ
เพราะความไม่เลื่อมใส จึงกล่าวกับพระสุคตพระนามว่า
กัสสปะว่า "การตรัสรู้ของสมณะโล้นจักมีมาแต่ที่ไหน
การตรัสรู้เป็นของที่ได้โดยยาก” ด้วยวิบากของกรรมนั้น
พระโพธิสัตว์จึงเสวยทุกข์ในนรกเป็นต้น เป็นเวลานาน
และภพชาติสุดท้าย จึงต้องทำทุกรกิริยาถึง 5 ปี จึงได้
บรรลุพระโพธิญาณ
๒. ถูกใส่ความ
พุทธเจ้าพระนามว่าสุรภี ว่าภิกษุนี้ทุศีลมีธรรมอันลามก
จึงตกนรกหลายพันปี และภพชาติสุดท้าย จึงถูกกล่าว
เรื่องนางสุนทรี
๔. ถูกคนดักฆ่า
๒
เมื่อพระเทวทัตได้เจ้าชายอชาตศัตรูเป็นพวกแล้ว
จึงขอกำลังจากพระเจ้าอชาตศัตรูให้ส่งนายขมังธนูไป
ปลงพระชนม์พระพุทธเจ้า แล้วส่งคน ๒ คนไปคอยดัก
ฆ่าคนที่ฆ่าพระพุทธเจ้า ส่งอีก 4 คนไปดักฆ่า ๒ คนนั้น
ส่งอีก 4 คนไปดักฆ่า ๔ คนนั้น และส่งอีก ๑๖ คนไป
ดักฆ่า 4 คนนั้น เพื่อจะได้ปิดปากไปแต่ละทอด ไม่ให้
เมื่อพระพุทธองค์ทรงแสดงธรรมเครื่องพ้นโลกแก่ ใครจับได้ว่าใครเป็นคนสั่งฆ่าพระพุทธองค์
พุทธบริษัทแล้ว เหล่าเดียรถีย์กลับเสื่อมลาภสักการะ
แต่เหตุการณ์กลับพลิกผัน บุคคลเหล่านั้นได้ฟัง
จนต้องออกอุบายให้นางจิญจมาณวิกาทำลายพุทธเจ้า ธรรมของพระพุทธเจ้า กลับเลื่อมใสประกาศตนเป็นอุบาสก
นางจึงทำทีว่ามีครรภ์กับพระพุทธเจ้า โดยนำท่อนไม้ พระผู้มีพระภาคเจ้าให้คนเหล่านั้นเดินทางกลับคนละ
กลมผูกไว้ที่ท้อง แกล้งด่าประจานพระผู้มีพระภาคเจ้า
ต่อหน้าประชุมชนขณะทรงแสดงธรรม เมื่อความจริง
ปรากฏ ไม้ที่ผูกไว้หลุดตกลงมา จึงถูกประชาทัณฑ์ และ
เมื่อนางล่วงพ้นจากทัสสนะคือการเห็นของพระพุทธเจ้า
ก็ถูกธรณีสูบลงไปอเวจีมหานรก
กรรมในอดีต
เคยใส่ความพระนันทะ พระสาวกของพระสัพ
พาภิภูพุทธเจ้า จึงตกนรกถึงหมื่นปี เมื่อเกิดเป็นมนุษย์ก็
ถูกใส่ความมากมาย และเพราะกรรมที่เหลือนั้นจึงถูก
นางจิญจมาณวิกากล่าวตู่ด้วยถ้อยค่าไม่จริงต่อหน้าหมู่ชน
- ถูกข้อหาฆ่าคนตาย
๓.
นางสุนทรีศิษย์เดียรถีย์ ช่วงเช้าทำเดินออกจาก
วัดเชตวันและบอกกับใครๆ ว่าตนนอนในพระคันธกุฎี
เดียวกับพระพุทธเจ้าแล้วจึงออกมา พออีก ๒ - ๓ วัน
ต่อมาพวกเดียรถีย์จ้างนักเลงไปฆ่านางสุนทรี เป็นเชิง
ให้เห็นว่านางถูกฆ่าเพื่อจะปิดปาก แต่พอพระราชาส่ง
คนไปสืบตามร้านสุรา จึงจับพวกนักเลงได้และลงโทษผู้
ว่าจ้างด้วย
กรรมในอดีต
เคยเกิดเป็นนักเลงชื่อมนาฬิ ได้ด่าพระปัจเจก
เส้นทางกับที่พระเทวทัตสั่ง จึงไม่มีการฆ่า ไม่มีการตาย
เกิดขึ้นแม้แต่คนเดียว เพราะเมื่อชุดที่คอยดักฆ่ารอนานไป
เมื่อเห็นพระพุทธเจ้าจึงทูลถาม เมื่อได้ฟังธรรมต่าง
แสดงตนเป็นอุบาสกทุกชุด
กรรมในอดีต
ในอดีตพระพุทธเจ้าเกิดเป็นเด็กเล่นอยู่ในทางใหญ่
เห็นพระปัจเจกพุทธเจ้าเสด็จดำเนินอยู่ ด้วยความเขลา
ความคึกคะนองจึงเผาสิ่งต่างๆ ขวางทางไว้ ด้วยผลแห่ง
กรรมนั้น ในภพชาติสุดท้ายจึงถูกพระเทวทัตส่งคนให้มา
ฆ่า
๕. ถูกสะเก็ดหิน
เจ้าชายอนุรุทธะ เมื่อประสงค์จะบรรพชา ได้
ชักชวนบุคคลต่างๆ ได้บวชด้วยกันรวมกับตนเองเป็น ๗
ท่าน คือ เจ้าชายภัททิยะ เจ้าชายอานนท์ เจ้าชายภัคคุ
เจ้าชายกิมพิละ ช่างภูษามาลาชื่ออุบาลี และเจ้าชายเทว
ทัต หลังจากบวชแล้วทุกรูปต่างบรรลุธรรมชั้นสูง
ยกเว้นพระเทวทัตได้บรรลุเพียงโลกียฌาน แต่เมื่อถูก
ลาภสักการะครอบงำจิต มุ่งปกครองสงฆ์ด้วยตนเอง จึง
เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าขอให้สละภิกษุสงฆ์ให้ตน ตนจะ
บริหารเอง
กัลยาณมิตร ๑๓๗ มกราคม ๒๕๔๒