การฝึกปรับตัว วารสารกัลยาณมิตร ปี 2542 ฉบับที่ 1 หน้า 151
หน้าที่ 151 / 172

สรุปเนื้อหา

จะมีเรื่องต่างๆ เข้ามา ลูกก็จะฝึกปรับไป เรื่อยๆ ไม่เอาเรื่องมาเก็บในใจ ลูกว่า ความกังวลอาจจะมีบ้างเป็นธรรมดา ไม่ ช้าก็หายไปเองค่ะ คุณแม่ไม่ต้องกลัวว่า ลูกจะอึดอัดหรือทนไม่ไหว เพราะแรกๆ ลูกอาจจะไม่ชินบ้าง ก็มีอึดอัดนิดหน่อยค่ะ แต่ลูกจะฝึกตัวเองให้ไม่คิดกังวลหรือท้อแท้ จะได้ไม่มีจุดเริ่มต้นของการอดทน หรือ ต้องทน ลูกจะนึกถึงองค์พระและข้อดี ของการฝึกตนแทน ซึ่งลูกเชื่อมั่นว่าลูก ทำได้ค่ะหรือ ถ้าลูกอึดอัดจริงๆ ลูกก็เชื่อ ว่า อย่างไรเสียลูกก็ต้องทนได้ เพราะ มันไม่ใช่เรื่องที่ดุเดือดขนาดที่ทนไม่ไหว อะไรอย่างนั้นหรอกค่ะ เป็นเพียงแค่จุด ลูกก็จะได้วิ่งลงคลองแน่ๆ ก็ใช่ว่า เหตุการณ์นี้จะไม่เคยเกิดขึ้น มันเคยเกิด ขึ้นแล้วแต่ไม่ใช่กับลูกค่ะ เป็นคนรู้จักที่ กำลังขี่จักรยานซึ่งแม้ลูกไม่เล่าต่อ คุณ แม่ก็คงนึก

หัวข้อประเด็น

- การฝึกปรับตัว

ข้อความต้นฉบับในหน้า

จะมีเรื่องต่างๆ เข้ามา ลูกก็จะฝึกปรับไป เรื่อยๆ ไม่เอาเรื่องมาเก็บในใจ ลูกว่า ความกังวลอาจจะมีบ้างเป็นธรรมดา ไม่ ช้าก็หายไปเองค่ะ คุณแม่ไม่ต้องกลัวว่า ลูกจะอึดอัดหรือทนไม่ไหว เพราะแรกๆ ลูกอาจจะไม่ชินบ้าง ก็มีอึดอัดนิดหน่อยค่ะ แต่ลูกจะฝึกตัวเองให้ไม่คิดกังวลหรือท้อแท้ จะได้ไม่มีจุดเริ่มต้นของการอดทน หรือ ต้องทน ลูกจะนึกถึงองค์พระและข้อดี ของการฝึกตนแทน ซึ่งลูกเชื่อมั่นว่าลูก ทำได้ค่ะหรือ ถ้าลูกอึดอัดจริงๆ ลูกก็เชื่อ ว่า อย่างไรเสียลูกก็ต้องทนได้ เพราะ มันไม่ใช่เรื่องที่ดุเดือดขนาดที่ทนไม่ไหว อะไรอย่างนั้นหรอกค่ะ เป็นเพียงแค่จุด ลูกก็จะได้วิ่งลงคลองแน่ๆ ก็ใช่ว่า เหตุการณ์นี้จะไม่เคยเกิดขึ้น มันเคยเกิด ขึ้นแล้วแต่ไม่ใช่กับลูกค่ะ เป็นคนรู้จักที่ กำลังขี่จักรยานซึ่งแม้ลูกไม่เล่าต่อ คุณ แม่ก็คงนึกออกนะคะ เอาเป็นว่า พอลูก วิ่งบ่อยเข้าก็คุ้นเคยและก็ไม่เหนื่อยง่าย เหมือนเมื่อก่อนแล้วค่ะ แล้วก็รู้สึก ภาคภูมิใจนิดๆ เมื่อเช็คสุขภาพแล้วคุณ หมอบอกว่า หัวใจเต้นช้ากว่าคนอื่น ตอนแรกลูกฟังแล้วก็หน้าเสียเลยเพราะ ไม่เข้าใจว่าดีหรือไม่ดี แต่เมื่อคุณหมอ อธิบายว่าดี แสดงว่าออกกำลังกายบ่อย เพราะการที่หัวใจเต้นช้าแสดงว่าแข็งแรง หัวใจบีบตัวได้ดีและไม่ต้องทำงานหนัก เริ่มเท่านั้น หากเรื่องแค่นี้ลูกทนไม่ได้ ลูกฟังแล้วก็โล่งใจและดีใจค่ะ พอวิ่งครั้ง แล้วลูกจะไปทำอะไรได้ ใช่ไหมคะ ลูกคิด ว่าเมื่อเวลาผ่านไป และได้มองย้อนกลับมา ก็จะพบว่า มันไม่มีอะไรหนักหนาเลย เหมือนกับเวลาที่ลูกหัดวิ่งให้ได้นาน ๆ ใหม่ๆ กว่าจะเลยครึ่งชม.ไป ลูกก็เหนื่อย มาก หายใจไม่ทันในขณะที่กำลังเหนื่อย ลูกจะไม่คิดเลยว่าไม่ไหวหรือหยุดพักดีกว่า เพราะรู้ว่า ถ้าคิดอย่างนี้เดี๋ยวก็ต้องได้พัก ต่อไป ลูกจึงเต็มใจมากขึ้นเพราะรู้สึกว่า กำลังทำในสิ่งที่ดีกับตัวเรา ลูกอาจจะพูด ถึงเรื่องนี้บ่อย คุณแม่ก็อย่าพึ่งเบื่อนะคะ ลูกว่า เมื่อได้ทำสิ่งที่ตั้งใจไว้ได้สำเร็จก็จะ มีกำลังใจทำในเรื่องต่อไปด้วยค่ะ และลูก ก็ชอบใจกับคำพูดที่ว่า คนที่ไม่เคยทำ ผิดพลาดหรือล้มเหลวเลยก็คือคนที่ไม่ เคยทำอะไรเลย ประโยคนี้หมายความว่า หยุดเดินแน่ๆ ก็เลยไม่ยอมปล่อยให้ใจ ให้เรากล้าทำในสิ่งที่เรามั่นใจว่าดี อย่า ให้เรากล้าทําในสิ่ง คิดถึงคำนี้เลยลูกจะคิดแต่ว่าไหวอยู่แล้ว มัวแต่กลัวสิ่งต่างๆ ที่ทำให้ใจท้อถอย ที่เรามั่นใจว่าดี อย่ามัวแต่กลัวสิ่งต่างๆ ทำได้อยู่แล้ว เราทำไม่ได้แล้วใครจะทำได้ แล้วก็จะมองไปไกลๆ มองตรงจุดหมาย ปลายทาง หรือไม่ก็มองท้องฟ้า มองดวง อาทิตย์ แล้วก็คิดว่า สบายจังเลย (แต่ใจ หนึ่งก็...อี้ เหนื่อยจะแย่แล้ว) วันนี้ฟ้าสวย และรู้สึกว่าตัวลูกกลืนไปกับบรรยากาศ รอบข้างนั้น ใจก็ไม่ได้คิดอะไรอีกค่ะ ก็วิ่ง ต่อได้เรื่อยๆ แล้วก็หันกลับมามองทาง ข้างหน้า เกรงว่าถ้ามองฟ้าเพลิน งานนี้ หากไม่ได้ลองทำ เราก็จะไม่มีโอกาสรู้ เลยว่าเราทำได้ ไม่ได้ลองทำ เราก็จะไม่มีโอกาส ลูกยังจำได้ว่า เมื่อ 4 ปีก่อน ลูก ที่ทำให้ใจท้อถอยหาก ไปเข้าค่ายยุวกาชาดแล้วก็มีการเดินทาง ไกลแบบหฤโหด ลูกรู้สึกว่าขาจะหลุดก็ งานนี้เองค่ะ แล้วระหว่างทางก็ไม่ได้ดื่ม น้ำเลย พอเดินจนถึงจุดหมายปลายทาง ครูก็มาพูดให้เราดีใจว่า “เธอรู้มั้ย วันนี้เธอ เดินได้ ๑๔ กิโลฯ นะ ให้จำไว้เลยว่า วัน รู้เลยว่าเราทําได้ กัลยาณมิตร ๑๔๙ มกราคม ๒๕๕๐
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More