ข้อความต้นฉบับในหน้า
ที่จะได้ไม่ต้องเสียเงินทองในโรงเรียนของทางโลกที่เขาจัดให้ทั่วไปนะครับ
เราก็เลยพอมีสามเณรอยู่บ้างในปัจจุบันนี้ พอมีอยู่บ้าง แต่ว่ามีน้อยนะครับ
ไม่ได้ว่ามีมาก แล้วจะหมดด้วย
แต่พอพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติฉบับที่ออกมาทุกคนต้อง
เรียนจบ ม. ๖ อายุ ๑๘ ปี คราวนี้ จะไม่มีสามเณรเลย แต่จะหายไป
จากวัดเลยครับ ก็จะไม่มีใคร ที่จะมาเรียนภาษาบาลี มาเรียนธรรมะ เพราะ
จะต้องรอให้เยาวชนเหล่านี้
ที่จบต่อไปมหาวิทยาลัย
และเรียนจบมหาวิทยาลัย
จบมหาวิทยาลัยก็อายุ ๒๓-
๒๔ ขึ้นมาเวลามาบวชก็มา
บวชพรรษาหนึ่งหรือบวช
๑๐ วัน ๕ วัน ๗ วัน ก็ไม่
มีใครจะมาเรียนบาลี ไม่มี
ใครทรงความรู้ทั้งที่วิชา
ภาษาบาลีหรือวิชาพุทธ
ศาสนานี่เป็นสิ่งที่จะต้อง
ทรงไว้ เพื่อที่จะเอาไปสอน
ศีลธรรมให้คนทั้งประเทศ
ก็จะขาดผู้ทรงความรู้ด้านนี้
นะครับ
๒
ข้าราชการเงินเดือน
จํากัดรายได้จํากัดอยู่แล้ว
ยิ่งเป็นคนไม่มีศีลธรรม
ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย ใช้ในสิ่ง
ไม่ควร เพราะไม่เคยฟัง
ธรรมะของพระพุทธเจ้าเลยว่า
การเลี้ยงชีวิตที่สมควรนั้น
เขาเลี้ยงขนาดไหน
เรามีปัญหา ๒ อย่างนะครับ ๑) ปัญหาว่าเราไม่มีหลักสูตรสอน
ในโรงเรียนศีลธรรม ๒) เราไม่มีคนจะมาเรียนศีลธรรม ไม่มีผู้ทรงความ
รู้ คือ พระภิกษุสามเณรที่ทรงความรู้ แต่เดิมมา เช่น บาลีประโยค ๙
ธรรมะศึกษาเอก นักธรรมชั้นเอก ก็จะไม่มีใครมาเรียน เพราะพระราช
บัญญัติการศึกษาบอกว่าต้องจบ ม.๖
วารสาร : อันที่จริงแล้วการเรียนบาลีเขาก็เทียบให้ไม่ใช่หรือครับ
เทียบเท่ามัธยมศึกษาปีนั้น ปีนี้ว่า ประโยคสามเทียบชั้นไหน ประโยคหก
เทียบชั้นไหน
อ. ถาวร : ครับ ที่ผ่านมาก็เทียบ ที่จะไปข้างหน้าก็เทียบ ก็คงแก้ปัญหา
ผมคิดว่าเขาคงจะแก้ปัญหาด้วยการประกาศว่าให้เทียบได้น่ะครับ แต่ก็
ไม่ได้เขียนไว้ในนั้นนะครับ แต่ก็จะมีการเทียบต่อไปในข้างหน้า แต่การ
ประกาศว่าเทียบกับการประกาศและมี
ข้อหนึ่งที่บอกว่า เยาวชนไทยทุกคนจะ
ต้องเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ตรงนี้
ทุกคนต้องมุ่งเข้าโดยลืมโรงเรียนพระปริยัติ
ทั้งที่โรงเรียนพระปริยัติก็เทียบได้ใช่ไหม
คืออ่อนกำลังลงไป ก็จะมองไม่เห็นเลย
เพราะทุกคนก็จะมุ่งเพราะถูกบังคับโดย
ม. 5 แล้วนักร่างกฎหมายหรือว่า
กรรมาธิการ, ส.ส. หรือว่าพวกประชา
พิจารณ์นี้ เวลาผมเห็น พ.ร.บ นี้ เค้า
บอกว่า การสอนศีลธรรมไม่จำเป็นต้อง
พระหรอก ผมบอกว่าแม้แต่พระก็จะไม่
ได้สอน พระเองก็จะไม่มี ไม่มีพระจะมา
เรียนธรรมะ มีแต่พระบวชตามประเพณี
เพื่อที่จะไปแต่งงาน บวชแล้วก็สึกไป
แต่งงาน ถามว่าใครจะเป็นเจ้าอาวาส
ลองดูประวัติของเจ้าอาวาสในประเทศ
ไทยนะครับ ๔๐% มาจากสามเณร มา
จากสามเณรต่อไปนี้สามเณรหมดแล้ว
ใครจะเป็นเจ้าอาวาส ก็จะเอาหลวงตาที่
ท่านเกษียณอายุแล้วมาบวช ถูกมั้ยครับ
คือแก่จนไม่มีแรงจะทำงานแล้ว จะมา
เป็นผู้บริหารวัด วัดก็จะร้างต่อไป ตอน
นี้ก็เริ่มร้างแล้ว สามหมื่นวัด เป็นวัดร้าง
หกเจ็ดพันวัดแล้วนะครับ
แล้วบางวัดก็มีพระองค์เดียวคือ
หลวงตา เป็นเจ้าอาวาสก็ไม่ได้ เพราะ
พรรษาไม่ครบห้า ก็เฝ้าวัดไปเท่านั้นเอง
เณรจะรับใช้ไม่มีก็ไม่มีใครมาบวช นักเรียน
เด็กก็ไปอยู่โรงเรียนมัธยมหมด ขณะนี้ยัง
ไม่มี ขณะนี้นะครับ แล้วต่อไปใครจะ
เรียนบาลี ใครจะเป็นเจ้าอาวาส ใครจะ
กัลยาณมิตร ๑๑๐ มกราคม ๒๕๕๒