การแบ่งยุคสมัยของพระพุทธปฏิมากร วารสารกัลยาณมิตร ปี 2542 ฉบับที่ 2 หน้า 65
หน้าที่ 65 / 132

สรุปเนื้อหา

การแบ่งยุคสมัยของพระพุทธปฏิมากร ขึ้นอยู่กับผู้มีอำนาจเชิงศิลปในยุคนั้นๆ มากกว่า ซึ่งอาจ ไม่ตรงกับสมัยทางประวัติศาสตร์เสียทีเดียว และไม่จำเป็นที่นักวิชาการทางศิลปในยุคต่อมาจะ ต้องเห็นด้วยทั้งหมด พัฒนาการการสร้างพระพุทธรูป นับตั้งแต่มีการสร้างพระพุทธรูปครั้งแรก จวบจนกระทั่งปัจจุบันนี้ลักษณะการสร้างพระพุทธรูปได้เปลี่ยนแปลง ไปตามยุคสมัย และตามคติของผู้สร้างซึ่งมักโอนอ่อนผ่อนตามวัฒนธรรมประเพณีของแต่ละท้องถิ่น การแบ่งยุคสมัยของศิลปะทางพระพุทธรูป อาจารย์ คึกเดช กันตามะระ ซึ่งศึกษาวิจัย และชำนาญทางด้านนี้ ได้แบ่งพระพุทธรูปตามสมัยของสกุลช่างไว้ต่อไปนี้ สกุลช่างคันธาระ (พุทธศตวรรษที่ ๗-๑๒) อยู่แถบอาณาจักรคันธารราฐ ซึ่งเป็นประเทศปากีสถานและทางตอนเหนือของประเทศอินเดีย ลักษณะค่อน ไปทางเทพเจ้ากรีก องค์ประ

หัวข้อประเด็น

- การแบ่งยุคสมัยของพระพุทธปฏิมากร

ข้อความต้นฉบับในหน้า

การแบ่งยุคสมัยของพระพุทธปฏิมากร ขึ้นอยู่กับผู้มีอำนาจเชิงศิลปในยุคนั้นๆ มากกว่า ซึ่งอาจ ไม่ตรงกับสมัยทางประวัติศาสตร์เสียทีเดียว และไม่จำเป็นที่นักวิชาการทางศิลปในยุคต่อมาจะ ต้องเห็นด้วยทั้งหมด พัฒนาการการสร้างพระพุทธรูป นับตั้งแต่มีการสร้างพระพุทธรูปครั้งแรก จวบจนกระทั่งปัจจุบันนี้ลักษณะการสร้างพระพุทธรูปได้เปลี่ยนแปลง ไปตามยุคสมัย และตามคติของผู้สร้างซึ่งมักโอนอ่อนผ่อนตามวัฒนธรรมประเพณีของแต่ละท้องถิ่น การแบ่งยุคสมัยของศิลปะทางพระพุทธรูป อาจารย์ คึกเดช กันตามะระ ซึ่งศึกษาวิจัย และชำนาญทางด้านนี้ ได้แบ่งพระพุทธรูปตามสมัยของสกุลช่างไว้ต่อไปนี้ สกุลช่างคันธาระ (พุทธศตวรรษที่ ๗-๑๒) อยู่แถบอาณาจักรคันธารราฐ ซึ่งเป็นประเทศปากีสถานและทางตอนเหนือของประเทศอินเดีย ลักษณะค่อน ไปทางเทพเจ้ากรีก องค์ประกอบทุกส่วนเหมือนจริง สกุลช่างมถุรา (พุทธศตวรรษที่ ๗-๑๖) มีระยะเวลาที่คาบเกี่ยวกันกับคันธาระ ลักษณะเด่นคือ ส่วนพระอุระ และพระนาภีจะทำจีวรบางแนบเนื้อ ไม่ มีเส้นจีบ คล้ายจีวรเปียกน้ำ สกุลช่างอมราวดี (พุทธศตวรรษที่ ๘-๑๐) พื้นที่ครอบคลุมบริเวณอินเดียตอนใต้ พระพุทธรูปมีลักษณะผสมผสานทั้งอิทธิพลของมถุรา และคันธาระ สกุลช่างคุปตะ (พุทธศตวรรษที่ ๑๐-๑๒) มีศูนย์กลาง ณ เมืองปาตลีบุตร อาจารย์คึกเดช กันตามะระ ชี้แจงว่าเป็นการแสดงออกชั้นสูงของอุดมคติ สร้างพระพุทธรูปเพื่อให้เห็นพระวรกายอันสมบูรณ์ ทำจีวรโปร่งใสแนบเนื้อจนเห็นเส้นขอบอันตรวาสก เห็นรูป ทรงองค์เองที่แสดงความสง่างามตามมหาปุริสสลักษณะได้ครบถ้วน สกุลช่างปาละวะ (พุทธศักราช ๙๘๐-๑๓๒๕) อยู่ทางอินเดียฝ่ายใต้ สร้างให้มีลักษณะเส้นโค้งมากขึ้น และมีดวงพระพักตร์เรียวงดงาม สกุลช่างปาละ (พุทธศักราช ๑๓๐๘-๑๖๒๙) มีศูนย์กลางอยู่ที่เมืองนาลันทา และเมืองแถบอ่าวเบงกอล เชื่อว่าศิลปะยุคนี้เผยแพร่มายังสุวรรณภูมิมากที่สุด สกุลช่างโจฬะ (พุทธศักราช ๑๓๘๙-๑๘๒๒) อยู่ทางตอนใต้ของอินเดีย และเชื้อสายทมิฬ ในประเทศศรีลังกา ได้เริ่มต้นการเติมพระเกศเปลวลงบนเกตุ ดอกบัวตูมของพระพุทธรูป นักวิชาการเชื่อว่ามีอิทธิพลต่อศิลปะสุโขทัยในหลายส่วน แต่ก็ไม่ได้รับมาทั้งหมด ลักษณะพระพุทธรูปโบราณในสมัยต่างๆ ๑. พระพุทธรูปศิลา ปางสมาธิ ประดิษฐานที่เมืองอนุราธปุระ ประเทศศรีลังกา ราวพุทธศตวรรษที่ 4 ประทับ นั่งขัดสมาธิ พระหัตถ์ขวาซ้อนทับพระหัตถ์ซ้าย จีวรแนบพระองค์ ทำให้เห็นสัดส่วนของพระพุทธรูปอย่างชัดเจน พระศอมีร่อง ๒ ชั้นแสดงรอยของผ้า ข้อพระหัตถ์ทั้งสอง และข้อพระบาททั้งสองมีรอยหยักของผ้า ๒ กัลยาณมิตร ๖๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More