พระพุทธรูปในประเทศไทย วารสารกัลยาณมิตร ปี 2542 ฉบับที่ 2 หน้า 67
หน้าที่ 67 / 132

สรุปเนื้อหา

พระพุทธรูปที่พัฒนามาจากศิลปะแบบคุปตะนั้น จะมีลักษณะจีวรแนบพระวรกาย และไม่มีจีบ บาง ครั้งทำจีวรบางโปร่งใส จนเห็นรอยขอบอุตราสงค์และอันตรวาสก ซึ่งหากมิได้เข้าใจในพุทธศิลป์ อย่างดีพอแล้ว ก็อาจคิดไปว่าเหมือนกับพระพุทธรูป ทรงสวมเสื้อคอกลม มากกว่าจะครองจีวร พระพุทธรูปศิลาปางปฐมเทศนา พระพุทธรูปบายนแห่งเขมร เป็นต้น ซึ่งในความเป็นจริงตามพัฒนาการศิลปแห่ง การสร้างพระพุทธรูปนั้น เป็นความพยายามของช่างในอดีต เพื่อเน้นพุทธลักษณะให้เด่นชัดขึ้น พระพุทธรูปในประเทศไทย พระพุทธรูปในประเทศไทย มีพัฒนาการมาไม่น้อยกว่าแห่งใดในโลก ทั้งนี้เพราะประวัติศาสตร์ชนชาติและ วัฒนธรรมไทยนั้น มีความรุ่งเรืองมานานแล้วบนผืนแผ่นดินสุวรรณภูมินี้ จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์และ โบราณคดีสมัยใหม่ เชื่อได้ว่า ชนชาติไทยมิได้ย้ายมาจากไหน แต่

หัวข้อประเด็น

- พระพุทธรูปในประเทศไทย

ข้อความต้นฉบับในหน้า

พระพุทธรูปที่พัฒนามาจากศิลปะแบบคุปตะนั้น จะมีลักษณะจีวรแนบพระวรกาย และไม่มีจีบ บาง ครั้งทำจีวรบางโปร่งใส จนเห็นรอยขอบอุตราสงค์และอันตรวาสก ซึ่งหากมิได้เข้าใจในพุทธศิลป์ อย่างดีพอแล้ว ก็อาจคิดไปว่าเหมือนกับพระพุทธรูป ทรงสวมเสื้อคอกลม มากกว่าจะครองจีวร พระพุทธรูปศิลาปางปฐมเทศนา พระพุทธรูปบายนแห่งเขมร เป็นต้น ซึ่งในความเป็นจริงตามพัฒนาการศิลปแห่ง การสร้างพระพุทธรูปนั้น เป็นความพยายามของช่างในอดีต เพื่อเน้นพุทธลักษณะให้เด่นชัดขึ้น พระพุทธรูปในประเทศไทย พระพุทธรูปในประเทศไทย มีพัฒนาการมาไม่น้อยกว่าแห่งใดในโลก ทั้งนี้เพราะประวัติศาสตร์ชนชาติและ วัฒนธรรมไทยนั้น มีความรุ่งเรืองมานานแล้วบนผืนแผ่นดินสุวรรณภูมินี้ จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์และ โบราณคดีสมัยใหม่ เชื่อได้ว่า ชนชาติไทยมิได้ย้ายมาจากไหน แต่ได้อาศัยอยู่และมีวัฒนธรรมอันเจริญรุ่งเรืองใน แถบนี้มาเป็นเวลานาน การพัฒนาการทางพระพุทธปฏิมากรของไทย มีมากว่าพันปีแล้ว และมีการนำเอาวัฒนธรรมจากที่อื่นๆ เข้ามาผสมผสานบ้าง แต่ก็ไม่ได้นำมาทั้งหมด และมีลักษณะอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของเชื้อชาติ ทั้งนี้เพราะ ประเทศที่มีความรุ่งเรืองทางพระพุทธศาสนา มักจะไปมาหาสู่กันเสมอ และเป็นธรรมเนียมว่าชาวพุทธไปที่ไหน ไปเยี่ยมใคร ย่อมจะต้องนำเอาของมีค่าไปมอบให้ และสิ่งที่มีค่ามากที่สุด ย่อมจะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจาก พระพุทธปฏิมากร การแบ่งยุคสมัยของพระพุทธปฏิมากร ขึ้นอยู่กับผู้มีอำนาจเชิงศิลปในยุคนั้นๆ มากกว่า ซึ่งอาจไม่ตรงกับ สมัยทางประวัติศาสตร์เสียทีเดียว และไม่จำเป็นที่นักวิชาการทางศิลปในยุคต่อมาจะต้องเห็นด้วยทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ในประเทศไทยนั้น นิยมแบ่งยุคสมัยของพระพุทธปฏิมากรตามที่สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ และศาสตราจารย์ยอร์ช เซเด ได้จัดไว้เป็นยุคสมัยดังนี้ สกุลช่างทวาราวดี พุทธศตวรรษที่ ๑๐-๑๖ สกุลช่างศรีวิชัย พุทธศตวรรษที่ ๑๓-๑๘ สกุลช่างหริภุญชัย พุทธศตวรรษที่ ๑๓-๑๗ สกุลช่างลพบุรี พุทธศตวรรษที่ ๑๕-๑๘ สกุลช่างอู่ทอง พุทธศตวรรษที่ ๑๗-๑๙ สกุลช่างสุโขทัย พุทธศตวรรษที่ ๑๙-๒๐ สกุลช่างเชียงแสน พุทธศตวรรษที่ ๑๘-๒๐ สกุลช่างอยุธยา พุทธศักราช ๑๘๙๓-๒๓๑๐ สกุลช่างรัตนโกสินทร์ พุทธศักราช ๒๓๒๕-ปัจจุบัน ลักษณะจีวรพระพุทธรูปในประเทศไทย นิยมสร้างทั้งแบบห่มคลุม และ ห่มดอง และขึ้นอยู่กับยุคสมัยในการสร้างด้วย อย่างไรก็ตาม ทั้งสองแบบ มัก กัลยาณมิตร ๖๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More