ข้อความต้นฉบับในหน้า
หากเราตั้งใจจะท่า
จริงๆ ก็ต้องไม่ยอม
ให้มีอะไรมาขัดขวาง
ส่วนวิธีการก็เป็นเรื่อง
ที่ต้องใช้สมองคิดว่า
ควรจะทำอย่างไรจึง
จะเหมาะสมที่สุด
ก็ยอมเรียนตั้ง 5 ปี แล้วก็เลิกไปเพราะ การใช้ปัญญาทบทวนในสิ่งที่ท่าว่าเป็น
อย่างไร ลูกเขียนมาเป็นกุ้งเป็นแคว แต่ก็
สรุปได้ว่าอยู่ในหลักอิทธิบาท ๔ นี่เอง
พึ่งจะนึกออกค่ะ พระธรรมคำสอนของ
องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าลึกซึ้งและ
ครอบคลุม คุณแม่นึกดูสิคะ ลูกเขียนเป็น
หน้า ๒ หน้าแล้วตามความรู้สึก แต่ถ้า
ให้สรุปก็คงต้องใช้หลักอิทธิบาท ๔ นี่ละค่ะ
จึงจะสมบูรณ์ที่สุด พระธรรมคำสอนเป็น
ส่วนหนึ่งของพระรัตนตรัย และเป็นสิ่งที่
มันหมดความสําคัญลงทีละน้อยแล้ว
สำหรับลูก และก็มีกิจกรรมอย่างอื่นที่
ต้องทำมากกว่า ที่ลูกว่าต้องปรับเพราะ
วันใดวันหนึ่งที่เราไปเจอกับสิ่งที่ยาก
ลำบากหรือไม่ถนัด แต่เป็นเรื่องที่ “ต้อง
ทำ” และ “ควรทำ” ทำแล้วดีต่อตัวเรา ดี
ต่อคนอื่น เราก็น่าจะทำเพื่อตัวเราเอง
เราไม่ยอมทำเราก็ไม่ได้ หากรักตัวเองก็
ควรจะทำจริงไหมคะ เช่นเรื่องการสร้าง
บารมีเป็นต้น เป็นเรื่องที่ใครทำให้ไม่ได้ ประเสริฐ หากได้มาศึกษาและสามารถ
ต้องสร้างเอง จะยากหรือไม่ขึ้นอยู่ที่ตัว นำไปปฏิบัติได้ในชีวิตประจำวันก็จะทำให้
เราสำคัญที่สุด เรื่องอื่นยังเป็นรอง ไม่มี มีความสุขและประสบความสำเร็จได้
อุปสรรคใดจะขัดขวางได้หากเราตั้งใจจะ ทรงคุณค่ายิ่งกว่ารัตนะใดๆ อย่างแท้จริง
ทำจริงๆ ก็ต้องไม่ยอมให้มีอะไรมาขัดขวาง พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่าสามารถ
ส่วนวิธีการก็เป็นเรื่องที่ต้องใช้สมองคิด พิสูจน์ได้ทุกเวลา และเมื่อปฏิบัติตาม
ว่าควรจะทำอย่างไรจึงจะเหมาะสมที่สุด พระธรรมคำสอนแล้วจะรู้ได้ด้วยตนเองว่า
อ้อ! ลูกว่าต้องใช้หลักอิทธิบาท ๔ ค่ะ ใน
การทำเป้าหมายให้บรรลุอิทธิบาท ๔ มี
ฉันทะ ความรักความพอใจในสิ่งที่ทำวิริยะ
ความเพียร จิตตะ การเอาใจใส่ วิมังสา
กัลยาณมิตร ๑๐๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒
ประเสริฐอย่างไร ลูกคิดว่าไม่จำเป็นจะ
ต้องศึกษาธรรมตอนที่มีความทุกข์นะคะ
ลูกเห็นคนส่วนมากมักจะเข้าวัดเวลาทุกข์
แต่จริงๆ แล้วแม้ในยามปกติก็น่าจะมา