ข้อความต้นฉบับในหน้า
หากพิจารณาจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์และโบราณคดี ลักษณะบริเวณส่วนพระองค์ของ
พระธรรมกาย ตลอดจนลักษณะการครองผ้า มีความใกล้เคียงกับพระพุทธรูปสมัยคุปตะ และ
พระธยานิพุทธไวโรจนะ ในพุทธศตวรรษที่ ๑๑
พระพุทธรูปยืน ปางอุ้มบาตร สร้าง
ขึ้นในสมัย รัชกาลที่๙ ลักษณะเทศ
แบบเปลวเพลิง ครองจีวรแบบห่ม
คลุม ส่วนพระองค์ทำจีวรเป็นแบบ
โปร่งใส เผยให้เห็นลักษณะพระอุระ
(ภาพจากหนังสือ พระพุทธรูปสมัย
รัตนโกสินทร์ โดยสมเกียรติ
โล่ห์เพชรรัตน์ บริษัทวัถุโบราณ
จํากัด)
พระพุทธรูปยืนปางเสด็จลงจากดาวดึงส์
เป็นพระพุทธรูป ทวาราวดี สร้างใน
ราวพุทธศตวรรษที่ , ขุดพบที่ หมู่
Do-om
๒ บ้านโคกวัด ต.โคกปีบ อ.ศรีมโหสถ
จ.ปราจีนบุรี เมื่อ ๙ มิถุนายน ๒๕๑๔
(ภาพจาก หนังสือพระพุทธรูปและสิ่ง
ศักดิ์สิทธิ์ 5 อาจารย์ประถม อาจสาคร
พล.อ.ต.ภาสกร จูฑะพุทธิ บริษัทภาษิต
จํากัด)
จะนิยมทำจีวรให้บางแนบพระองค์ เพื่อเน้นลักษณะขององค์พระพุทธรูปให้เด่นชัด มากกว่าจะเน้นลักษณะของจีวร
ลักษณะของพระพุทธรูป “พระธรรมกาย"
พระพุทธรูปที่จะนำไปประดิษฐาน ณ มหาธรรมกายเจดีย์ มีชื่อว่า “พระธรรมกาย” หล่อด้วยโลหะ ซิลิกอ
นบรอนซ์ ซึ่งเป็นบรอนซ์ที่มีความแข็งแกร่งสูงกว่าบรอนซ์ทั่วไป ปัจจุบันใช้เฉพาะงานที่ต้องการความทนทานสูง
เช่น ใบพัดเรือเดินสมุทร พระธรรมกายที่หล่อเสร็จแล้วจะได้รับการเคลือบผิวด้วยโลหะ ๓ ชั้น คือ นิเกิล ไททา
เนียม และทองคำ หน้าตักกว้าง ๑๕ เซนติเมตร ขนาดความสูง ๑๕ เซนติเมตร เมื่อรวมฐานจะมีความสูง ๑๘
เซนติเมตร ที่ฐานจารึกชื่อตามที่ผู้บริจาคประสงค์
พระพุทธรูป “พระธรรมกาย” เป็นพระพุทธ
นิ้วชี้พระหัตถ์ขวาจรดนิ้วหัวแม่มือพระหัตถ์ซ้าย
เพื่อให้ได้เห็นพุทธลักษณะมหาบุรุษ ๓๒
แสดงรอยผ้า และที่ข้อพระหัตถ์ทั้งสองมี
หากพิจารณาจากหลักฐานทาง
บริเวณส่วนพระองค์ของพระธรรมกาย
ความใกล้เคียงกับพระพุทธรูปสมัย
ในพุทธศตวรรษที่ ซึ่ง
ประเทศอินโดนีเซีย คือ ลักษณะ
๑๑
ล
รูปปางสมาธิ พระหัตถ์ขวาซ้อนทับพระหัตถ์ซ้าย
การครองผ้าเป็นการครองผ้าแบบแนบพระองค์
ประการอย่างชัดเจน รอบพระศอเป็นร่อง
รอยหยักของผ้า
ประวัติศาสตร์และโบราณคดี ลักษณะ
ตลอดจนลักษณะการครองผ้า มี
คุปตะ และพระธยานิพุทธไวโรจนะ
ประดิษฐานที่พระสถูปบรมพุทโธ
การครองผ้าเป็นแบบแนบพระองค์
กัลยาณมิตร ๖๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒