ข้อความต้นฉบับในหน้า
หลวงพ่อตอบปัญหา
อธิษฐาน - อุทิศ
นั่งสมาธิทำไมได้ผลเร็ว-ช้าต่างกัน
โอกาสเข้าถึงธรรมกาย
และภาวนาว
พ.ศ
• อธิษฐาน – อุทิศ
ถาม ถ้าเราจบอาหารก่อนใส่บาตร แล้วไม่ได้กรวดน้ำ
คนที่เราอุทิศให้จะได้รับผลบุญไหมคะ
ตอบ จบก็คือจบ อุทิศก็คืออุทิศ คนละอย่างกัน
จบคือการอธิษฐาน โดยการยกของหรือถาดใส่
ของที่จะถวายพระขึ้นเหนือศีรษะ หรือจรดหน้าผาก
แล้วตั้งจิตอธิษฐานว่าด้วยอำนาจบุญที่ข้าพเจ้าได้กระทำนี้
ขอให้หมดกิเลสไปพระนิพพาน”
แต่เวลากรวดน้ำเขาขอว่า “ทานที่ข้าพเจ้าทำ
ดีแล้วนี้ ขอให้ถึงแก่ญาติคนนั้นๆ
การอธิษฐานเป็นการสร้างอธิษฐานบารมี
เป็นการตั้งความปรารถนา มุ่งผลอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อ
ตนเอง
ส่วนการกรวดน้ำ เป็นการแสดงการอุทิศส่วน
กุศลให้แก่ผู้อื่น ถ้าให้แก่คนที่อายุน้อยกว่าเรา ก็เป็น
ลักษณะของเมตตาบารมี ถ้าให้กับผู้ที่เป็นผู้ใหญ่กว่าเรา
มีพระคุณแก่เรา นั่นเป็นการแสดงกตัญญูกตเวที
เพราะฉะนั้นการจบอาหารก่อนใส่บาตรกับ
การกรวดน้ำหลังตักบาตรนี้ต่างกันนะ
การกรวดน้ำนั้นเป็นการอุทิศส่วนกุศลให้แก่
หมู่ญาติเป็นอุบายวิธีทำให้ใจสงบเยือกเย็นและกว้างขวาง
พร้อมที่จะอุทิศผลบุญให้ผู้อื่นอย่างเต็มที่ คนที่ฝึกสมาธิ
มาตีแล้วสามารถเข้าสมาธิแผ่ส่วนบุญได้เลย ไม่จำเป็น
ต้องใช้น้ำเป็นสื่อ เพราะฉะนั้นถ้าหาน้ำไม่ทันหรือ
โอกาสไม่อำนวย ทำบุญแล้วก็ควรนึกอุทิศส่วนกุศลทันที
ในขณะที่ใจยังปีติอิ่มอยู่ในบุญ
ในทำนองเดียวกัน เมื่อจะตักบาตร
ทำทานก็ควรจบหรือนึกอธิษฐานบุญ ตั้งผัง
กำหนดทิศทางการส่งผลของบุญให้ถูกต้อง
ก่อนด้วย
ส่วนที่ถามว่าผู้ที่เราอุทิศให้ด้วยใจ
แต่ไม่ได้กรวดน้ำให้ จะได้ส่วนบุญหรือไม่นั้น
ก็ขึ้นอยู่กับผู้รับเองว่าเขาอยู่ในฐานะที่จะได้
รับส่วนบุญหรือไม่นั้นต้องรอไปก่อน การ
อุทิศด้วยใจ ถ้าอุทิศขณะใจเป็นสมาธิ มั่นคง
ผ่องใสเต็มที่ ก็ส่งบุญได้ถึงผู้รับเร็วขึ้น
กัลยาณมิตร ๙๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒