ข้อความต้นฉบับในหน้า
อายาเจดีย์ เจดีย์ที่ถือว่าเก่าที่สุด ใหญ่
ที่สุดของศรีลังกา ก็เป็นทรงโอคว่าเฉยๆ
หามียอดต่อแต่อย่างใดไม่ และน่า
สังเกตมากเนื่องจากถือว่าสร้างในสมัย
เดียวกันกับสาญจิ) แต่ที่มาใส่เป็นฉัตร
สามชั้นนั้นเข้าใจว่ามาจากการตีความ
จากรูปสลักนูนต่ำาทางพุทธศาสนาที่มี
อยู่ทั่วไปเป็นรูปเจดีย์ทรงสถูปค่อนข้าง
เรียว คล้ายรูปไข่ผ่าครึ่งทางขวาง
และมียอดเป็นเหมือนพานอันใหญ่
เทอดไว้ข้างบน คณะนักโบราณคดีผู้
ดูแลจึงตัดสินใจวางฐาน และยอดฉัตร
และการนำรัตนบัลลังก์กับต้น
สามชั้นลงไปบนยอดสาญจิในการ โพธิ์มาไว้บนยอดโดม ก็เพื่อแสดงให้รู้ ณ
ปฏิสังขรณ์เพื่อให้เกิดความสมบูรณ์ รัตนบัลลังก์ได้ต้นโพธิ์นั้นแหละที่
ตามความเข้าใจของปราชญ์ในยุคนั้น
ถามว่า ฐานสี่เหลี่ยม (Harmika)
และฉัตรสามชั้น (Parasol) นั้นคืออะไร
ตามทฤษฎี ตอบได้ว่า ฐานสี่เหลี่ยม คือ
รัตนบัลลังก์ หรือวัชรอาสน์ (Diamond
Throne) และฉัตรสามชั้น นั้นคือต้น
พระศรีมหาโพธิ์ และส่วนโค้งโอคว่ำ
ขององค์สถูปนั้น ให้ความหมายว่าเป็น
โลกแห่งสังสารวัฏ และมณฑลจักรวาล
(Cosmic World)
พระองค์ทรงหลุดพ้นจากห่วงใดๆ ใน
สังสารวัฏ
สำคัญที่สุด คือ การหลุดพ้นนั้น
เป็นเพราะพระองค์ทรงทำสมาธิเข้าถึง
สภาวะแห่งการตื่น การเบิกบานอยู่เสมอ
นั่นคือสภาวะแห่งการเป็นพุทธะ คือ
สภาวะแห่งธรรมกาย ดังที่เราท่าน
ทราบกันอยู่แล้วว่า เจ้าชายสิทธัตถะ
ศากยมุนี สมณโคดม สัมมาสัมพุทธเจ้า
นั้นประกอบขึ้นด้วยสภาวะควบคู่ แยก
กันมิได้เลย คือ สภาวะแห่งพระรูปกาย
อันงามครบสามสิบสองประการ กับ
สภาวะแห่งพระธรรมกาย ที่พระองค์
เขากง
จากนั้น เมื่อการสร้างเจดีย์เป็น
66
และการนำ
รัตนบัลลังก์กับต้นโพธิ์
มาไว้บนยอดโดม
ก็เพื่อแสดงให้รู้ ณ
รัตนบัลลังก์ใต้ต้นโพธิ์
นั้นแหละที่พระองค์
ที่นิยมจึงเกิดพัฒนาการเป็นรูปแบบ ทรงหลุดพ้นจากห่วง
จำเพาะในแต่ละท้องที่ เช่น ศรีลังกา ใด ๆ ในสังสารวัฏ
ได้พัฒนาตัวฐานขึ้นไปให้สูงขึ้น และ
ปรับต้นโพธิ์ หรือ ฉัตรสามชั้นให้
กัลยาณมิตร ๙๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒