ข้อความต้นฉบับในหน้า
นิ้วโป้งนั้น ถือว่าเป็นนิ้วที่แข็งแรง เป็นนิ้วที่อยู่ลำดับ
หนึ่งของบรรดานิ้วทั้งหลาย โป้งประวัติศาสตร์ จึงเป็น
ร่องรอยของนิ้วผู้นำบุญที่เข้มแข็ง เป็นหนึ่งแห่งการ
เป็นผู้นำความดีสู่ชาวโลก เพราะบุคคลใดที่มีความดีเด่น
มักจะได้รับการยกหัวแม่โป้งให้ด้วยความชื่นชม
โป้งประวัติศาสตร์บนอาสนบัลลังก์ธรรม
จากพุทธประวัติที่กล่าวถึงการตรัสรู้ธรรม
ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่ทรงมีชัยชนะ
เหนือเหล่าพญามารทั้งหลายนั้น
ย่อมเป็นที่ทราบกันดีว่าพระพุทธ
องค์ทรงประทับพระวรกายนิ่ง
มาทวงที่ว่าที่ตรงนั้นเป็นของตน
โพธิบัลลังก์แห่งนั้น ดังพระไตรปิฎกตอนหนึ่งกล่าวถึง
พระพุทธองค์ตรัสกับพระอานนท์ว่า “โพธิบัลลังก์แห่งนั้น
พระองค์ทรงทำความพยายามเพื่อบัลลังก์มาตลอด
หลายแสนโกฏิกัลป์” นั่นก็หมายความว่าใต้ควงไม้ศรี
มหาโพธิ์ ที่พระพุทธองค์ตรัสรู้ธรรมนั้น เป็นสถานที่อัน
ศักดิ์สิทธิ์ที่พระองค์ทรงเคยบำเพ็ญเพียรมาแล้วหลาย
ภพหลายชาติ ดังนั้นมารจะมาอ้างสิทธิ์ว่าเป็นที่ของตน
ไม่ได้ ซึ่งหากสังเกตบทเจริญพระพุทธมนต์ของพระ
ภิกษุที่เจริญชัยมงคลคาถา ที่เริ่มต้นว่า “ชยันโต...” จะ
มีตอนหนึ่งที่กล่าวว่า “อะปะรา
ชิตะปัลลังเก..” นั่นก็คือ อุปราชิต
บัลลังก์ หรือบัลลังก์แห่งชัยชนะ
ของพระพุทธองค์ที่มีเหนือพญามาร
เป็นบัลลังก์ที่ไม่มีการแพ้ ซึ่งนั่นก็
เหนือโพธิบัลลังก์ แม้พญามารจะ
แต่พระองค์ทรงมีพระแม่ธรณีเป็น
พยานในสิทธิอันชอบธรรมแห่ง
เพราะสันติภาพไม่ใช่เกิด
จากการรุกรานทำร้ายใครๆ
ชัยชนะที่ใครๆ เข้าใจกันว่า
จะต้องต่อสู้ เบียดเบียน
ทําร้าย ฆ่าล้างผลาญกัน
เป็นเพียงการชนะศึก
แต่กลับแพ้สงคราม
๒๖ | กัลยาณมิตร กรกฎาคม ๒๕๔๓
สะท้อนให้เหล่านักสร้างบารมี
ทั้งหลายได้ย้อนมาพิจารณาตนเองว่า
พระพุทธองค์ทรงมีโพธิบัลลังก์แห่ง
การตรัสรู้ธรรม เป็นรัตนบัลลังก์ที่
พระองค์ได้ใช้สร้างบารมีมาหลาย
ภพหลายชาติ แล้วเราทั้งหลายจะ
ไม่ดำเนินรอยตามแบบอย่างแห่ง
พระพุทธองค์ด้วยการสร้างบัลลังก์
แห่งธรรมเพื่อการประพฤติปฏิบัติ
ให้เข้าถึงธรรม และมีชัยชนะเหนือ
พญามารเช่นดังพระพุทธองค์บ้าง
เลยหรือ