การเมืองและความรับผิดชอบของพลเมือง วารสารกัลยาณมิตร ปี 2543 ฉบับที่ 7 หน้า 48
หน้าที่ 48 / 108

สรุปเนื้อหา

ความสนใจกับเกมการเมืองอย่างชนิดเข้าไปในสายเลือด เกาะติดสถานการณ์ความเคลื่อนไหวทุกย่างก้าว แม้แต่คำ สาดโคลนใส่กัน การแฉเบื้องหลังของฝ่ายตรงข้าม และนำมาวิเคราะห์ถกเถียงกันอย่างเอาจริงเอาจัง โดยมุ่งหวังจะ เก็บปูมหลังการทำงานของนักการเมืองแต่ละคน จากการเลือกตั้งครั้งนี้ เพราะมีจิตสำนึกลึกๆ ว่า เพื่อเมืองไทยจะมี อะไรดีขึ้นบ้าง แม้ตัวเองจะทำอะไรได้ไม่มากนัก ในฐานะของชาวพุทธที่หันมาศึกษาธรรมะ และเป็นพลเมืองของชาติคนหนึ่งเราควรจะวางตัวไว้ ณ จุดไหน และควรทำอย่างไร ในเรื่องนี้ ?? มีคนเคยบอกว่า “เรื่องการเมือง คนถือศีลไม่ต้องเข้ามายุ่งหรอก เป็นเรื่องของทางโลกเขา” ก็เพราะเชื่อกัน แบบนี้น่ะสิ บ้านเมืองถึงต้องตกอยู่ในสภาพที่ยากจะเยียวยาเช่นนี้ ถ้าคนดีในสังคมต่างวางเฉย แต่ละคนพากันเอาตัวรอด เมื่อเห็นบ้านเม

หัวข้อประเด็น

- การเมืองและความรับผิดชอบของพลเมือง

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ความสนใจกับเกมการเมืองอย่างชนิดเข้าไปในสายเลือด เกาะติดสถานการณ์ความเคลื่อนไหวทุกย่างก้าว แม้แต่คำ สาดโคลนใส่กัน การแฉเบื้องหลังของฝ่ายตรงข้าม และนำมาวิเคราะห์ถกเถียงกันอย่างเอาจริงเอาจัง โดยมุ่งหวังจะ เก็บปูมหลังการทำงานของนักการเมืองแต่ละคน จากการเลือกตั้งครั้งนี้ เพราะมีจิตสำนึกลึกๆ ว่า เพื่อเมืองไทยจะมี อะไรดีขึ้นบ้าง แม้ตัวเองจะทำอะไรได้ไม่มากนัก ในฐานะของชาวพุทธที่หันมาศึกษาธรรมะ และเป็นพลเมืองของชาติคนหนึ่งเราควรจะวางตัวไว้ ณ จุดไหน และควรทำอย่างไร ในเรื่องนี้ ?? มีคนเคยบอกว่า “เรื่องการเมือง คนถือศีลไม่ต้องเข้ามายุ่งหรอก เป็นเรื่องของทางโลกเขา” ก็เพราะเชื่อกัน แบบนี้น่ะสิ บ้านเมืองถึงต้องตกอยู่ในสภาพที่ยากจะเยียวยาเช่นนี้ ถ้าคนดีในสังคมต่างวางเฉย แต่ละคนพากันเอาตัวรอด เมื่อเห็นบ้านเมืองเป็นแบบนี้ต่างดูดาย แล้วอ้างว่า เป็นกรรมของสัตวโลก การวางเฉยอย่างไร้สติเช่นนี้ พระพุทธศาสนาไม่ถือว่าเป็นเรื่องของอุเบกขา แต่เป็นการขาดความ รับผิดชอบทั้งต่อตนเอง และสังคมโดยรวม เพราะถ้าคนเลวถูกเลือกมาบริหารประเทศ เขาก็จะใช้อำนาจอิทธิพล ข่มเหง รังแกผู้อื่นให้สยบ แล้วแผ่ขยายอำนาจไปจนถึงเป้าหมายสูงสุดที่เขาต้องการได้ แล้วเมื่อถึงเวลานั้น อะไรจะเกิดขึ้นกับ ประเทศ...กับ...เรา ?? อย่างการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ที่จะมาถึงนี้ เราคงไม่เลือกเขาเข้ามาเพียงเพื่อกินเงินเดือน ๑๐๒,๕๐๐ บาท หรือ ใช้งบประมาณสำหรับการพัฒนากรุงเทพฯ นับแสนๆ ล้าน ฟรีๆ หรอก ลึกๆ ของประชาชนทุกคนต่างหวังที่จะมีอะไรที่ ดีขึ้น มาแก้ปัญหาของเขาได้จริงๆ แต่ถ้าเราเลือกคนผิด ก็จะเกิดสิ่งที่ดีที่สุดอีกเหมือนกัน คือ การคอรัปชั่นที่มี ประสิทธิภาพที่ดีที่สุด เราจะปล่อยให้เป็นเช่นนี้หรือ? ข้อคิดจากจุดนี้ก็คือ แล้วเราจะมีวิธีการเลือกอย่างไรที่จะให้ได้คนดีที่สุดล่ะ ? ขออ้างถึง พระสูตร และอรรถกถาแปล ขุททกนิกาย เล่ม ๕๒ ของมหามกุฏราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เรื่อง กปิชาดก เป็นเรื่องที่ว่าด้วย คุณสมบัติของผู้บริหารหมู่คณะ ในประโยคที่พญาวานรได้กล่าวกับพระราชาก่อนสิ้นใจ เพราะสละชีพเพื่อบริวาร ว่า “ข้าแต่มหาราช ธรรมดาพระราชา ผู้ไม่ทรงบีบคั้นแว่นแคว้นราษฎร เหมือนหีบอ้อยเลย ทรงลุอำนาจอคติ ผูกใจเขาอยู่ด้วยสังคหวัตถุธรรม ๔ อย่าง ทรงดำรงอยู่ในราชธรรม ๑๐ ประการ แล้วทรงสละชีวิต ของตนเหมือนข้าพระองค์” จากประโยคข้างต้นทำให้เห็นถึงคุณสมบัติของผู้ที่เราจะเลือกมาบริหารหมู่คณะว่า ผู้นำต้องไม่เบียดเบียน ต้องไม่เบียดเบียนบริวารทั้งกาย วาจา ใจ ตัวอย่างกรณีพฤษภาทมิฬ กรณีการเบียดบัง ภาษีประชาชน โดยการคอรัปชั่น กรณีเงินช่วยชาติของหลวงตามหาบัว และการกอบโกยผลประโยชน์เข้าหาตัวเองให้ มากที่สุด ขณะที่ตัวเองดำรงตำแหน่งอยู่ ฯลฯ ถ้าคนที่เราจะเลือกมีแววแบบนี้เราก็ต้องไม่เลือก ๔๖ | กัลยาณมิตร กรกฎาคม ๒๕๕๓
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More