การช่วยเหลือผู้ถูกลงโทษ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2543 ฉบับที่ 7 หน้า 57
หน้าที่ 57 / 108

สรุปเนื้อหา

ประหารผู้หนึ่ง ซึ่งถูกลงโทษด้วยการเสียบเป็น ให้ได้รับ ทุกขเวทนาอยู่อย่างนั้นจนกว่าจะตายไปเอง พระองค์ก็ทรง เข้าไปไต่ถามความเป็นไป ขณะนั้นนายโจรได้เหลือบเห็น พระเจ้าพิมพิสารก่อนก็ตะโกนขึ้นว่า “ข้าแต่พระเจ้าแผ่นดิน! มีอะไรกินบ้างหรือไม่ ถ้ามีก็รีบเอามาไวๆ ถ้าไม่มีก็อย่าได้เข้ามาใกล้ ข้านี้เป็น โจรใจร้าย ได้รับโทษตามกฎหมายของท่านในครั้งนี้แสน สาหัสฉกรรจ์นัก” เมื่อทรงได้ยินดังนั้น องค์นฤบดีพิมพิสารโสดาบัน ก็ยิ่งทรงมีพระทัยสงสารเป็นยิ่งนัก แล้วมีพระราชดำรัสแก่ นายโจรว่า “ดูกรเจ้าโจรเอ๋ย! การที่เจ้ารับกรรมในครานี้เป็น ผลจากการกระทำของเจ้า แต่เราก็จนใจจริงๆ เพราะไม่มี อาหารสิ่งใดติดมือมาเลย เอาเถิดเมื่อเรา กลับถึงเมืองแล้ว จักให้คนนำอาหารมาให้ เจ้า" แล้วพระองค์ก็เสด็จกลับสู่พระนคร ครั้นเมื่อถึงเวลาเ

หัวข้อประเด็น

- การช่วยเหลือผู้ถูกลงโทษ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ประหารผู้หนึ่ง ซึ่งถูกลงโทษด้วยการเสียบเป็น ให้ได้รับ ทุกขเวทนาอยู่อย่างนั้นจนกว่าจะตายไปเอง พระองค์ก็ทรง เข้าไปไต่ถามความเป็นไป ขณะนั้นนายโจรได้เหลือบเห็น พระเจ้าพิมพิสารก่อนก็ตะโกนขึ้นว่า “ข้าแต่พระเจ้าแผ่นดิน! มีอะไรกินบ้างหรือไม่ ถ้ามีก็รีบเอามาไวๆ ถ้าไม่มีก็อย่าได้เข้ามาใกล้ ข้านี้เป็น โจรใจร้าย ได้รับโทษตามกฎหมายของท่านในครั้งนี้แสน สาหัสฉกรรจ์นัก” เมื่อทรงได้ยินดังนั้น องค์นฤบดีพิมพิสารโสดาบัน ก็ยิ่งทรงมีพระทัยสงสารเป็นยิ่งนัก แล้วมีพระราชดำรัสแก่ นายโจรว่า “ดูกรเจ้าโจรเอ๋ย! การที่เจ้ารับกรรมในครานี้เป็น ผลจากการกระทำของเจ้า แต่เราก็จนใจจริงๆ เพราะไม่มี อาหารสิ่งใดติดมือมาเลย เอาเถิดเมื่อเรา กลับถึงเมืองแล้ว จักให้คนนำอาหารมาให้ เจ้า" แล้วพระองค์ก็เสด็จกลับสู่พระนคร ครั้นเมื่อถึงเวลาเสวยพระกระยาหาร พระองค์ก็คิดระลึกขึ้นได้ว่า ทรงรับคำจะ นำอาหารไปให้นายโจร ด้วยกลัวว่าจะเสีย สัตย์จึงมีพระราชโองการให้จัดหาคนที่ สามารถนำเอาอาหารไปให้นักโทษโจรร้าย ในป่ามหาเปตโลกได้ภายในราตรีนั้น จะพระ ราชทานทรัพย์ให้จำนวน ๑,๐๐๐ ตำลึง อย่าว่าจะไปในยามราตรีเลย เพียงแค่ได้ยินคำว่ามหาเปต โลกเท่านั้น คนทั้งหลายก็เกิดความสะดุ้งกลัว ใจคอ หวาดหวั่นเหมือนกับใช้ให้ไปหาพระกาฬ ฉะนั้น จึงยากที่ จะหาผู้ใดอาสาไปกระทำการ พระองค์จึงให้อำมาตย์ ทั้งหลายไปป่าวประกาศในเมืองเพื่อหาคนใจกล้าไปยังมหา เปตโลกในยามราตรีให้จงได้ ด้วยทิฏฐธัมมเวทนียกรรม ฝ่ายกุศลก็เข้าดลจิตภรรยาแห่งนายกากวฬิยะคนเข็ญใจให้ เกิดใจกล้าคิดจักรับอาสา จึงออกมาจากเรือนแล้วเข้าไป แจ้งความแก่อำมาตย์เหล่านั้น และรับทรัพย์ ๑,๐๐๐ ตำลึงไว้ ในกาลนั้น ยังมียักษ์ตนหนึ่งชื่อว่า ทีฆฏผลยักษ์ สิง อยู่ที่ต้นตาลภายนอกมหานครมานานแล้วเห็นภรรยาแห่ง นายกากวฬิยะซึ่งแต่งกายเป็นบุรุษ แบกถาดทองใส่อาหาร เดินมาในยามวิกาลเช่นนั้นก็ร้องเรียกออกไปด้วยเสียงมนุษย์ว่า “เจ้าเป็นใคร ! เหตุใดจึงกล้าเข้ามาในอาณาเขต แห่งเรา หาไม่แล้วจะเคราะห์ร้ายรู้หรือไม่เล่า แล้วจะตกเป็น ภักษาหารของเรา" เมื่อนางได้ยินก็เอ่ยวาจาขึ้นด้วยความตกใจว่า “ท่านเป็นใคร ?” “เราเป็นยักษ์ เป็นบริวารแห่งท้าวเวสสุวรรณเทพ- บุตราธิบดี แล้วท่านเป็นใครล่ะ ?” “เราเป็นราชทูตแห่งพระเจ้าพิมพิสาร สมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวทรงใช้เราไปที่ป่ามหาเปตโลก ด้วยพระราช กิจรีบร้อน” “อ๋อ....ถ้าเช่นนั้นก็ไม่เป็นไร เมื่อครู่ท่านว่าท่านจะ ไปยังป่ามหาเปตโลก เราก็มีกิจของเราอย่างหนึ่ง ใคร่ขอ วานท่านผู้เป็นราชทูตให้ช่วยกิจเราอย่างหนึ่งด้วยเถิด เมื่อ ท่านไปใกล้ป่ามหาเปตโลก ท่านจงตะโกนร้องประกาศด้วย เสียงอันดังว่า บัดนี้! นางกาลีผู้เป็นธิดาแห่งท่านสุมนะเทวราช ซึ่งเป็นภรรยาแห่งทีฆฏผลยักษ์ ได้บุตรเป็นเพศชายแล้ว! ท่านจงประกาศตามที่เราสั่งนี่แหละ ถ้าคำป่าวประกาศของ ท่านรู้ไปถึงสุมนะเทวราชด้วยประการใดก็ตาม เราจะให้ ขุมทรัพย์ ๗ ขุม ที่เราเฝ้าอยู่ในบริเวณนี้แก่ท่าน เมื่อนางรับคำทีฆฏผลยักษ์แล้ว นางก็เดินไปร้อง ป่าวประกาศไปด้วยจนใกล้ถึงป่ามหาเปตโลก ขณะนั้น สุมนะเทวราชผู้เป็นใหญ่กว่ายักษ์ทั้งหลายในป่ามหาเปตโลก ได้ให้โอวาทแก่บริวารยักษ์จบลงแล้ว ก็มียักษ์ผู้มีศักดิ์น้อย ตนหนึ่ง เข้าไปกราบเรียนว่า กัลยาณมิตร กรกฎาคม ๒๕๕๓ | ๔๕
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More