ข้อความต้นฉบับในหน้า
การ์ตูนคุณธรรม ภิรมย์ สุขะจินตนากาญจน์
เจ้าชายผู้ทรงเทวธรรม
ว่าด้วยความเป็นผู้มีหิริโอตตัปปะ
สัปปุรุษผู้สงบระงับ
ประกอบด้วยหิริและ
โอตตัปปะ ตั้งมั่นอยู่ใน
ธรรมอันผ่องแผ้ว ท่าน
เรียกผู้นั้นว่า เป็นผู้มี
ธรรมของเทวดาในโลก
เทวธรรม คือคุณธรรม
สองประการด้วยกัน
ได้แก่ หิริ และโอตตัปปะ
หิริ คือ ความละอาย
ต่อบาป โอตตัปปะ คือ
ความเกรงกลัวต่อผล
ของบาป
หิริ มีเจตนาละอายต่อความชั่วสามประการด้วยกันคือ
คิดชั่ว พูดชั่ว และทำชั่ว โดยปรารภ
ตัวเองเป็นเหตุให้เกิดความละอาย
อุปมาดั่งว่า มีเหล็กสองก้อน ก้อนหนึ่งเป็นเหล็กเย็น แต่
เปื้อนอุจจาระ เหล็กอีกก้อนหนึ่งเป็นเหล็กร้อนแดง แต่ไม่
เปื้อนอะไร เหล็กเย็นไม่เป็นอันตรายแต่เป็นที่น่ารังเกียจ
ใครๆ จึงไม่ยอมหยิบ เปรียบเสมือนหิริ เหล็กร้อนทำให้
กลัวไม่กล้าแตะต้อง เพราะกลัวอันตรายจากความร้อนนั้น
ซึ่งเปรียบเสมือนโอตตัปปะ
ข้อสาม เมื่อคำนึงถึงความสามารถ ครั้นจะต้องมา
ทำความชั่ว เช่น ลักขโมย หรือขอเขากิน เป็นต้น ก็
นึกละอาย กลัวเขาจะดูถูกดูหมิ่นว่า สิ้นไร้ฝีมือ
ข้อสี่ เมื่อคำนึงถึงความเป็นพหูสูต
คือ คิดถึงความที่ตนเองเป็นผู้มีการ
ศึกษา ครั้นจะต้องมาทำความชั่ว
เช่น ฉ้อโกงเขา เป็นต้น ก็นึก
ละอายและกลัวผู้อื่นติเตียน
โอตตัปปะ มีลักษณะเป็นความกลัว
ภัยจากผลแห่งความชั่วที่จะเกิด
ตามมาภายหลัง เช่น กลัวตกนรก
กลัวคนติฉินนินทา เป็นเรื่องของ
การปรารภผู้อื่นเป็นเหตุ
สาเหตุที่จะทำให้บุคคลเกิดหิริโอตตัปปะ
ขึ้นได้ มีอยู่ ๔ ประการด้วยกัน ข้อหนึ่ง
เมื่อคำนึงถึงชาติสกุลของตน ครั้นจะทำ
ความชั่ว ก็ละอาย
กลัวจะถูกตำหนิ
ติเตียนไปถึง
บรรพบุรุษ เสียชื่อเสียงวงศ์ตระกูล ข้อสอง
เมื่อคำนึงถึงวัย ครั้นจะทำความชั่วก็ละอาย
และกลัวเด็กจะลบหลู่ดูหมิ่น
สิ้นความเคารพนับถือ
เอาเถิดเราเชื่อแล้วว่า ท่านเป็นผู้รู้เทวธรรมจริง เรา
อนุญาตให้ท่านดื่มและใช้น้ำในสระนี้ได้ตามใจชอบ แต่
จะคืนน้องให้ท่านได้เพียงคนเดียวเท่านั้น เพราะเรายัง
ต้องกินเนื้อมนุษย์เป็นอาหารอยู่ ท่านต้องการจะให้
ปล่อยน้องคนไหนก็จงรีบบอกมา
ถ้าเช่นนั้น เรา
ขอน้องชายคน-
เล็กคืน
กัลยาณมิตร กรกฎาคม ๒๕๔๓ | ๘๑