การทำศึกและการวางกลยุทธ์ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2543 ฉบับที่ 7 หน้า 87
หน้าที่ 87 / 108

สรุปเนื้อหา

ในที่มั่นไม่ออกรบ เป็นเวลาอยู่ ๓ ปี ทำให้เสบียงอาหาร ของกองทัพฉันเริ่มขาดแคลน และทหารฉันก็เริ่มเสียขวัญ ในที่สุด แม่ทัพฝ่ายรัฐฉินจึงส่งคนไปสืบความเคลื่อนไหวใน รัฐจ้าวและได้รู้เรื่องของเจ้าต่อด้วย แม่ทัพฝ่ายรัฐฉินจึงส่ง คนไปปล่อยข่าวลือในรัฐจ้าวว่า “กองทัพฉินไม่เกรงกลัวใครทั้งสิ้น ยกเว้นเจ้าพ่อที่ มีความรู้ในตำราพิชัยสงครามอย่างยอดเยี่ยมมาบัญชาการ รบเท่านั้น” ข่าวลือนี้ได้แพร่สะพัดออกไปจนถึงในวัง ฮ่องเต้ เสี้ยวเฉิงแห่งรัฐจ้าว จึงทรงตัดสินใจให้เจ้าต่อไปนำทัพ แต่ ลิ่นเซี่ยงหยูกลับทูลทัดทานและเตือนฮ่องเต้ว่า “อย่ามอบหมายหน้าที่สำคัญนี้ให้ เจ้าพ่อเป็นอันขาด จ้าวออกเป็นสองส่วน และล้อมไว้เป็นเวลานานกว่า ๔๐ วัน จนทหารจ้าวขาดแคลนเสบียง เสียขวัญ เจ้าพ่อจึงตัดสินใจ นำทหารฝ่าวงล้อมออกไป แต่ก็ต้องเสียท่า

หัวข้อประเด็น

- การทำศึกและการวางกลยุทธ์

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ในที่มั่นไม่ออกรบ เป็นเวลาอยู่ ๓ ปี ทำให้เสบียงอาหาร ของกองทัพฉันเริ่มขาดแคลน และทหารฉันก็เริ่มเสียขวัญ ในที่สุด แม่ทัพฝ่ายรัฐฉินจึงส่งคนไปสืบความเคลื่อนไหวใน รัฐจ้าวและได้รู้เรื่องของเจ้าต่อด้วย แม่ทัพฝ่ายรัฐฉินจึงส่ง คนไปปล่อยข่าวลือในรัฐจ้าวว่า “กองทัพฉินไม่เกรงกลัวใครทั้งสิ้น ยกเว้นเจ้าพ่อที่ มีความรู้ในตำราพิชัยสงครามอย่างยอดเยี่ยมมาบัญชาการ รบเท่านั้น” ข่าวลือนี้ได้แพร่สะพัดออกไปจนถึงในวัง ฮ่องเต้ เสี้ยวเฉิงแห่งรัฐจ้าว จึงทรงตัดสินใจให้เจ้าต่อไปนำทัพ แต่ ลิ่นเซี่ยงหยูกลับทูลทัดทานและเตือนฮ่องเต้ว่า “อย่ามอบหมายหน้าที่สำคัญนี้ให้ เจ้าพ่อเป็นอันขาด จ้าวออกเป็นสองส่วน และล้อมไว้เป็นเวลานานกว่า ๔๐ วัน จนทหารจ้าวขาดแคลนเสบียง เสียขวัญ เจ้าพ่อจึงตัดสินใจ นำทหารฝ่าวงล้อมออกไป แต่ก็ต้องเสียท่าทหารกองทัพฉิน จนได้ เจ้าพ่อตายภายใต้ห่าเกาทัณฑ์พร้อมกับทหาร กองทัพจ้าวจำนวนสี่แสนคนที่ล้มตายกันระนาว ส่วนที่ เหลือต่างก็หนีกระจัดกระจายกันไป หลังจากนั้นกองทัพฉินก็เข้าล้อมนครหานตาน เมืองหลวงของรัฐจ้าวเอาไว้ แต่โชคดีที่ฮ่องเต้ซิ่นหล แห่งรัฐเว่ยซึ่งเป็นพันธมิตรได้ยกกองทัพมาช่วย ทำให้รัฐ จ้าวรอดพ้นความพินาศครั้งนี้ไปได้ ดังนั้นสำนวน “ทำศึกบนกระดาษ” จึงหมายถึง คน ที่เก่งแต่คุยโวโอ้อวด แต่แก้ปัญหาที่เป็นจริง เขาไม่มีประสบการณ์ ในการทำศึกสักครั้ง เลย” แม้แต่มารดา ไม่ได้ สิ่งที่น่าคิด จากเรื่องนี้ก็คือ ของเจ้าพ่อเองก็ยัง เขียนหนังสือกราบ ทูลทัดทานในเรื่องนี้ ว่า “ลูกของนาง เป็นผู้รู้เพียงในตารา พิชัยสงครามเท่านั้น หาได้นำมาประยุกต์ใช้ได้จริง” แต่ฮ่องเต้ ไม่ทรงฟังคำกราบทูลเตือนดังกล่าว มี พระราชโองการให้เหลียนปอกลับมา แล้วทรงแต่งตั้งให้เจ้า ค่อเป็นแม่ทัพแทน พอเจ้าค่อถึงสนามรบก็สั่งเปลี่ยนยุทธศาสตร์ใหม่ ตามตำราพิชัยสงคราม และโยกย้ายตำแหน่งนายทหารครั้ง ใหญ่จึงทำให้จิตใจของนายทหารเกิดพะว้าพะวัง กองทัพฉินได้สืบทราบสภาพของรัฐจ้าวแน่ชัด ก็ ทำการโจมตีในค่ำคืนนั้น และโดยทีแรกก็แกล้งรบแพ้ เพื่อ ถอยหนีล่อให้กองทัพจ้าวมาติดกับและตัดเส้นทางลำเลียง เสบียงอาหารของกองทัพจ้าว เจ้าพ่อไม่รู้ว่านี่เป็นอุบายที่ วางไว้ พากองทัพตามตีต่อไป จึงถูกกองทัพฉินตีกองทัพ ประเทศไทยของเรา สร้างคนขึ้นมาจาก การสนับสนุนให้ ประชาชนเป็นคนมีสัจจะ หรือไม่ เพราะคนมีสัจจะจะมี ลักษณะอยู่ว่าคำพูดและการกระ ทำต้องเชื่อถือได้ ถ้าคนไทยสร้าง ชาติขึ้นมาอย่างนี้ แน่นอนประเทศ ไทยจะมีเครดิตที่เชื่อถือได้ในเวทีโลก เราจะไม่ตกเป็น เมืองขึ้นของใคร และเศรษฐกิจที่ตกต่ำก็จะฟื้นตัวขึ้นมาได้ ตามเครดิตของคนไทย เพราะฉะนั้น เริ่มต้นฝึกลูกสอนหลานของเราให้เป็น คนมีสัจจะ อย่าให้เขาเป็นพวก “ทำศึกบนกระดาษ” แล้ว สถานการณ์เศรษฐกิจของเมืองไทยจะดีขึ้นเรื่อย ๆ อย่างแน่นอน กัลยาณมิตร กรกฎาคม ๒๕๔๓ ๘๕
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More