การเลือกผู้นำในสังคม วารสารกัลยาณมิตร ปี 2543 ฉบับที่ 7 หน้า 42
หน้าที่ 42 / 108

สรุปเนื้อหา

เราจักให้ส่วนแห่งข้าวสาลีแก่ผู้นั้นดังนี้ ดูก่อนวาเสฏฐะและภารทวาชะ ะะ ครงานแล สัตว์เหล่านั้นจึงเข้าไปหา สัตว์ที่มีรูปงามกว่า น่าดูกว่า น่า เลื่อมใสกว่า มีศักดิ์ใหญ่กว่าแล้วได้ กล่าวคำนั้นว่า มาเถิดสัตว์ผู้เจริญ ท่าน จงว่ากล่าวผู้ที่ควรว่ากล่าวได้โดยชอบ จงติเตียนผู้ที่ควรติเตียนได้ จึงขับไล่ผู้ ที่ควรขับไล่ได้ ส่วนพวกเราจักให้ส่วน แห่งข้าวสาลีแก่ท่านดังนี้ สัตว์นั้นได้ รับคำของสัตว์เหล่านั้นว่า อย่างนั้น ผู้เจริญ ดังนี้แล้ว ได้ว่ากล่าวผู้ที่ควร ว่ากล่าวได้โดยชอบ ติเตียนผู้ที่ควร ติเตียนได้ ขับไล่ผู้ที่ควรขับไล่ได้ ส่วนสัตว์เหล่านั้น ก็ได้ให้ ส่วนแห่งข้าวสาลีแก่สัตว์นั้น ดูก่อนวาเสฏฐะและภารทวาชะ เพราะชนผู้เป็น หัวหน้า อันมหาชนสมมติแล้ว คำว่า มหาสมมติ จึงได้ เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก. ดูก่อนวาเสฏฐะแ

หัวข้อประเด็น

- การเลือกผู้นำในสังคม

ข้อความต้นฉบับในหน้า

เราจักให้ส่วนแห่งข้าวสาลีแก่ผู้นั้นดังนี้ ดูก่อนวาเสฏฐะและภารทวาชะ ะะ ครงานแล สัตว์เหล่านั้นจึงเข้าไปหา สัตว์ที่มีรูปงามกว่า น่าดูกว่า น่า เลื่อมใสกว่า มีศักดิ์ใหญ่กว่าแล้วได้ กล่าวคำนั้นว่า มาเถิดสัตว์ผู้เจริญ ท่าน จงว่ากล่าวผู้ที่ควรว่ากล่าวได้โดยชอบ จงติเตียนผู้ที่ควรติเตียนได้ จึงขับไล่ผู้ ที่ควรขับไล่ได้ ส่วนพวกเราจักให้ส่วน แห่งข้าวสาลีแก่ท่านดังนี้ สัตว์นั้นได้ รับคำของสัตว์เหล่านั้นว่า อย่างนั้น ผู้เจริญ ดังนี้แล้ว ได้ว่ากล่าวผู้ที่ควร ว่ากล่าวได้โดยชอบ ติเตียนผู้ที่ควร ติเตียนได้ ขับไล่ผู้ที่ควรขับไล่ได้ ส่วนสัตว์เหล่านั้น ก็ได้ให้ ส่วนแห่งข้าวสาลีแก่สัตว์นั้น ดูก่อนวาเสฏฐะและภารทวาชะ เพราะชนผู้เป็น หัวหน้า อันมหาชนสมมติแล้ว คำว่า มหาสมมติ จึงได้ เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก. ดูก่อนวาเสฏฐะและภารทวาชะ เพราะผู้เป็น หัวหน้าเป็นใหญ่แห่งเขต ฉะนั้น คำว่ากษัตริย์ กษัตริย์ จึง อุบัติขึ้นเป็นคำที่ ๒. ดูก่อนวาเสฏฐะและภารทวาชะ เพราะเหตุที่ผู้เป็น ใหญ่ย่อมยังชนเหล่าอื่นให้ ยินดีโดยชอบธรรม ฉะนั้น คำว่า ราชา ราชา ดังนี้จึงบังเกิดขึ้นเป็นคำที่ ๓. ดูก่อนวาเสฏฐะ และภารทวาชะ เพราะเหตุดังกล่าวมานี้แล การบังเกิดขึ้น ของหมู่กษัตริย์จึงเกิดมีขึ้นมา สรุปสาระสำคัญของพระสูตรนี้ได้ดังนี้คือ เมื่อเกิดความเสื่อมทรามทางศีลธรรมเกิดขึ้น การเลือกผู้น่าจึงเกิดตามมาเพื่อทำาหน้าที่ระงับความชั่วร้าย เลวทรามของสังคม ซึ่งในยุคแรกเป็นเรื่องของการดูถูก เหยียดหยามเรื่องผิวพรรณวรรณะ เรื่องความหยาบและ ความประณีตของร่างกาย ดังนั้น การเลือกผู้นำในยุคแรก จึงเลือกตั้งผู้นำที่มีคุณสมบัติ ๔ ประการ คือ เป็นผู้มีรูป งามยิ่งกว่าใคร เป็นผู้น่าดูน่ามองยิ่งกว่าใคร เป็นผู้น่า เลื่อมใสยิ่งกว่าใคร และเป็นผู้มีความสามารถมากกว่าใคร ๔๐ | กัลยาณมิตร กรกฎาคม ๒๕๕๓ และเมื่อได้รับการเลือกตั้งมา แล้วผู้ที่ได้รับการเลือกตั้งต้องทำหน้าที่ ๓ ประการ คือ 0. ต้องตักเตือนคนที่ต้อง ตักเตือนอย่างถูกต้อง เป็นลักษณะของ การให้คุณ คือมุ่งหวังประโยชน์และ ความสุขความเจริญแก่บุคคลนั้น ปรารถนาให้เกิดความดีงาม ๒. ต้องตำหนิคนที่ต้องตำหนิ อย่างถูกต้อง เป็นลักษณะของการให้โทษ คือมุ่งกระทำให้เกิดความสำนึกผิดใน สิ่งที่ได้กระทำลงไป ให้เกิดความ ละอายต่อบุคคลอื่น ๓. ต้องกำจัดคนที่ต้องกำจัดอย่างถูกต้อง เป็น ลักษณะของการขับไล่ให้พ้นจากหมู่คณะ ไม่ให้สมาคมกับ หมู่คณะอีกต่อไป เพราะถ้าปล่อยไว้จะนำความเสียหายมา ให้กับหมู่คณะเพิ่มมากขึ้น แล้วผู้ได้รับการเลือกตั้งจะได้อะไรบ้างเมื่อมหาชน เลือกให้มาทำหน้าที่ดังกล่าว ผู้ได้รับการเลือกตั้งย่อมได้ สิทธิในการทำหน้าที่ตามหน้าที่ดังกล่าวมาแล้วอย่าง สมบูรณ์และยังได้รับการอุปถัมภ์บำรุงเลี้ยงดูจากมหาชน อย่างเต็มที่ สำหรับหลักเกณฑ์การเลือกตั้งหรือวิธีการเลือกตั้ง ในยุคแรกนั้นสามารถสรุปได้เป็น ๓ วิธี ดังนี้ ๓ ๑. การลงมติโดยมหาชนอย่างพร้อมเพรียงกัน พร้อมใจกันเลือกบุคคลใดบุคคลหนึ่งขึ้นมาเป็นผู้ปกครอง โดยผู้ที่ได้รับเลือกเรียกว่า มหาสมมติ ถ้าจะเทียบกับการ ปกครองในระบอบประชาธิปไตยยุคปัจจุบันนี้ มหาสมมติ ก็ คือผู้แทนราษฎรนั่นเอง ๒. การเลือกคนที่อยู่ด้วยกัน สังคมเดียวกัน ประเทศชาติเดียวกัน ขึ้นมาปกครอง ไม่เลือกคนชาติอื่น ประเทศอื่น ศาสนาอื่นมาปกครอง เช่น การปกครองของ ประเทศไทยก็ต้องเลือกคนไทยขึ้นมาปกครอง และประเทศ ไทยเป็นประเทศที่คนส่วนใหญ่ ๙๕% นับถือพระพุทธศาสนา ก็ย่อมไม่เลือกคนศาสนาอื่นขึ้นมาปกครองเพราะอาจเกิด ความวุ่นวายได้ในเรื่องธรรมเนียมประเพณี
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More