กรรมกิเลสและอบายมุข วารสารกัลยาณมิตร ปี 2543 ฉบับที่ 7 หน้า 69
หน้าที่ 69 / 108

สรุปเนื้อหา

คงจะเป็นพระอริยเจ้าชั้นต้น คือ พระโสดาบัน เพราะฉะนั้น ยังไม่ได้เป็น พระโสดาบันยังไงก็คงยังมีเอียงอีก นั่นแหละ นี่ขนาดเป็นพระแล้วก็ยัง ติดมาอย่างนี้ เพราะฉะนั้น ในฐานะที่ มองดูผู้พิพากษา แน่นอนไม่เฉพาะ หลวงพ่อ ใครก็ตามมาหาผู้พิพากษา ก็ไม่อยากเจอผู้พิพากษาลำเอียง แต่ ท่านผู้พิพากษาก็ต้องยอมรับกันก่อน ว่า ที่จริงแล้วเรายังเอียง แม้ที่สุด พยายามสุดชีวิตแล้ว ไม่ใช่เพราะรัก ไม่ใช่เพราะชัง ไม่ใช่เพราะกลัว แต่ ว่าเชื้อโง่เรายังมีกันอยู่ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงให้หลักธรรมกับบุคคล ซึ่งเป็นหัวหน้าชุมชน หัวหน้าหมู่คนต่อว่า กรรมกิเลส 4 อบายมุข 5 รวม ๑๐ ประการนี้ จะทำให้ความลำเอียงทับ ทวีมามากขึ้น กิเลส คืออะไร? จะให้ง่าย ก็ต้องอุปมาร่างกาย ของเรานี้ต้องอ่อนแอเพราะว่าเชื้อโรค หรือเชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวร

หัวข้อประเด็น

- กรรมกิเลสและอบายมุข

ข้อความต้นฉบับในหน้า

คงจะเป็นพระอริยเจ้าชั้นต้น คือ พระโสดาบัน เพราะฉะนั้น ยังไม่ได้เป็น พระโสดาบันยังไงก็คงยังมีเอียงอีก นั่นแหละ นี่ขนาดเป็นพระแล้วก็ยัง ติดมาอย่างนี้ เพราะฉะนั้น ในฐานะที่ มองดูผู้พิพากษา แน่นอนไม่เฉพาะ หลวงพ่อ ใครก็ตามมาหาผู้พิพากษา ก็ไม่อยากเจอผู้พิพากษาลำเอียง แต่ ท่านผู้พิพากษาก็ต้องยอมรับกันก่อน ว่า ที่จริงแล้วเรายังเอียง แม้ที่สุด พยายามสุดชีวิตแล้ว ไม่ใช่เพราะรัก ไม่ใช่เพราะชัง ไม่ใช่เพราะกลัว แต่ ว่าเชื้อโง่เรายังมีกันอยู่ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงให้หลักธรรมกับบุคคล ซึ่งเป็นหัวหน้าชุมชน หัวหน้าหมู่คนต่อว่า กรรมกิเลส 4 อบายมุข 5 รวม ๑๐ ประการนี้ จะทำให้ความลำเอียงทับ ทวีมามากขึ้น กิเลส คืออะไร? จะให้ง่าย ก็ต้องอุปมาร่างกาย ของเรานี้ต้องอ่อนแอเพราะว่าเชื้อโรค หรือเชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัสฉันใด ใจของเราก็อ่อนแอคิดในสิ่งที่ไม่ควรคิด เพราะอำนาจของกิเลสฉันนั้น ตกลงกิเลสคือโรคร้าย หรือ เชื้อร้าย ที่มันอยู่ในใจ ทำให้ใจของเราอ่อนแอ เจ้ากรรมกิเลส ๔ และอบายมุข 5 ประการ ที่มันจะทำให้ไม่ว่าพระสงฆ์ หรือผู้พิพากษาหรือใครก็ตาม ลำเอียงได้ อย่างหนักหนา สาหัสนี้ กรรมกิเลส ๔ คือ ศีล ๕ นั่นแหละตัดข้อสุดท้ายคือ สุราออกไป แล้วก็อบายมุขอีก 5 มีอะไรบ้าง ๑. ดื่มสุรา ๒. ความจริงแล้ว ท่านไม่ได้ใช้คำว่าเที่ยวกลาง คืน จะกลางวันกลางคืนก็ตาม จะใช้คำว่า ไม่ไปในสถานที่ ไม่ควรไป ๓. ไม่หมกมุ่นในการบันเทิงเริงรมย์ เรื่องของดารา ไม่ว่าดาราประเภทไหนรู้ไปหมด นักร้อง นักแสดง นักเดิน แฟชั่น นักอะไรต่ออะไรพวกนี้ ไม่เห็นมันเกี่ยวกับผู้ มหาธรรมกายเ พิพากษาซักหน่อย รู้ไปหมด ท่าน บอก หมกหมุ่นในการบันเทิงเริงรมย์ แม้ไม่ได้ไปก็ตาม ท่านบอกหมกมุ่น แล้ว เพราะฉะนั้น อย่าว่าแต่ ผู้พิพากษา แม้แต่คนใช้ ทำกับข้าว ซักเสื้อซักผ้าอยู่ในบ้านนายจ้าง ไม่ เคยไปไหนเลย แต่ว่าติดตามข่าว ดาราไปเถอะ ก็บอกว่าจัดอยู่ใน พวกนี้ด้วย ถ้าเอาถึงเนื้อแท้ละก็ไป ถึงขนาดนี้ ๔. เล่นการพนัน ๕. คบคนชั่วเป็นมิตร 5. เกียจคร้านการงาน เกียจก็แล้วกันง่ายดี นี้คืออบายมุข 5 ใครมีกรรม กิเลส ๔ มีอบายมุขอีก 5 ท่าน บอกเป็นเหตุแห่งความ ลำเอียงนานาประการ คงต้องมาสำรวจตัวเองว่า ในชีวิต ผู้พิพากษาของเราที่ผ่านมา ความลำเอียงของเรา ที่เรา มั่นใจว่าไม่ลำเอียง แน่ใจดีแล้วหรือ เพราะจริงๆ แล้ว ถาม ว่าเราหลุดจากวงจรนี้หรือยัง ตกลงว่าผู้พิพากษาในอุดมคติก็คงจะอยู่ใน ลักษณะอย่างนี้ ยังไงๆ ก็อยากจะเห็น น่าจะได้ศึกษาพระ ไตรปิฎกกันพอสมควร แล้วขอให้แหวกกรรมกิเลส ๔ กับ อบายมุข 5 ออกมาให้ได้ หรืออีกทีก็ศีล ๕ รักษาให้ได้ กัลยาณมิตร กรกฎาคม ๒๕๔๓ | ๖๗
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More