ข้อความต้นฉบับในหน้า
“พ่อแม่จ๋า ลูกติดบ่วงอยู่ที่นี่ บินกลับไปหา
พ่อแม่ในถ้ำข้างลำธารไม่ได้อีกแล้ว แม้นายพรานจะ
จับลูกไปฆ่า ลูกก็มิได้กลัวตายหรือเสียดายชีวิต แต่
พ่อแม่ของลูกอยู่ในถ้ำ จะมีใครคอยดูแล พ่อและแม่คง
จะต้องหิวโหย ซูบผอมตาย...”
นายพรานกำลังเดินมาจับพญาแร้ง ได้ยินรำพัน
แว่ว ๆ อยู่ก็ถามว่า
“นี่แน่ะ พญาแร้ง ข้าได้ยินท่านรำพันอยู่ เป็น
ยังไง กลัวตาย!”
“เปล่าหรอกนายพราน ข้าพเจ้ารำพันมิใช่กลัว
ตายเสียดายชีวิตตนเอง แต่ข้าพเจ้าเป็นห่วงพ่อ
แม่ที่แก่เฒ่าแล้ว ซ้ำยังตาบอดเสียอีกด้วย ถ้า
ข้าพเจ้าถูกจับไป พ่อแม่ก็ต้องอดตาย ข้าพเจ้า
เสียใจที่ไม่มีโอกาสเลี้ยงดูท่านต่อไปได้อีก ไม่
มีโอกาสตอบแทนคุณของท่านได้เต็มที่ ข้าพเจ้า
จึงรำพันออกมา”
นายพรานได้ยินดังนั้นก็ทราบว่าแร้งตัวนี้เป็น
“นายพรานที่เคารพ เมื่อใดความตายเดินเข้ามา
หา เมื่อนั้นแม้ติดบ่วงก็ไม่รู้สึก”
นายพรานได้ยินพญาแร้งพูดเป็นหลักธรรม
ซ้ำยังมีความชื่นชมที่พญาแร้งมีความกตัญญูต่อบิดา
มารดา มีความกล้าหาญองอาจไม่เสียดายชีวิตของตน
เอง ไม่ร้องขอชีวิต ยอมรับว่าตนจะต้องตายก็นึกบูชา
น้ำใจ จึงกล่าวว่า
“พญาแร้ง ท่านเป็นสัตว์ที่มีใจเป็นธรรม
มีความกตัญญู มีความองอาจกล้าหาญ ข้าจะ
ปล่อยท่านไป ท่านคาบซากเนื้อแล้วบินไปหาพ่อ
แม่เถิด”
พญาแร้งกล่าวขอบคุณในน้ำใจของนายพราน
แล้วกล่าวว่า
“นายพรานที่เคารพ ขอให้ท่านจงมีความสุข
ความเจริญ พรั่งพร้อมด้วยญาติมิตรบริวารที่ดีเถิด
ข้าจะจดจำความดีของท่านไว้ตลอดไป”
แล้วพญาแร้งก็คาบซากเนื้อแล้วบินเข้าป่า กลับ
สัตว์ที่มีความกตัญญูน่าสรรเสริญ จิตใจของนาย ไปหาพ่อแม่
พรานจึงค่อย ๆ อ่อนลง แล้วถามพญาแร้งว่า
นิทานเรื่องนี้ น้าอึดนำมาจาก “คิชฌชาดก”
“ทำไมนะ ในเมื่อเขาว่ากันว่าแร้งมีสายตาที่มอง ซึ่งเป็นอดีตชาติครั้งหนึ่งของพระสัมมาสัมพุทธ
เห็นซากศพได้ไกลถึง ๑๐๐ โยชน์ แต่ทำไมกลับมาติด เจ้า ซึ่งพระองค์ทรงถือกำเนิดเป็นพญาแร้ง
บ่วงได้ ท่านไม่เห็นบ่วงหรือยังไง”
พญาแร้งจึงตอบว่า
และนายฉันนะคนรับใช้ของพระพุทธองค์ถือกำ
เนิดเป็นนายพราน
น้าอี๊ด
Kalyanamitra.org
กั ล ย า ณ มิ ต ร
๑๗