การรักษาศีล วารสารกัลยาณมิตร ปี 2532 ฉบับที่ 9 หน้า 66
หน้าที่ 66 / 124

สรุปเนื้อหา

ตอบ ดีมาก....ปัญหาคือ การที่เราไม่ฆ่าสัตว์ เช่น ไม่ฆ่ามด แมลง ปลวก ยุง ทั้ง ๆ ที่ มันตอมเราอยู่ แล้วในส่วนลึกของใจเราก็อยากจะฆ่ามัน การที่ปล่อยชีวิตเจ้าพวกนี้ไปโดยเราไม่ ฆ่า จะทำให้ธาตุในตัวสะอาดขึ้นได้ไหม เอ้า...ดู เมื่อเด็ก ๆ เคยกินมะขามอ่อนบ้างไหม มะขามนี้มันเปรี้ยวหรือหวาน โดยทั่ว ๆ ไป จะเปรี้ยว พอกินเข้าไปแล้วก็จะเข็ดฟัน พอเข็ดฟันอยากจะได้น้ำตาล ก็เอามะขามมาจิ้มน้ำตาล แล้วกินก็จะมีรสหวานสัก ๒๐% แต่เปรี้ยวสัก ๔๐% แล้วถ้าเอามะขามนี้ไปเชื่อมน้ำตาล ความหวานจะซึมซับเข้าไปในมะขามได้ถึง ๖๐-๗๐% ถามว่ารสเปรี้ยวยังมีอยู่ไหม มีสัก ๑๐-๒๐% ซึ่งหวานกว่าเอามะขามไปจิ้มน้ำตาล ถ้านำไปแช่อิ่มอาจจะใช้เวลาแช่อยู่เดือนหรือสอง เดือนจนเข้ากันดีแล้วก็เอามากิน จะหวานกรอบ รสเปรี้ยวจะเหลือไม่เกิน ๕% แค่ทำมะขาม ที่

หัวข้อประเด็น

- การรักษาศีล

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ฝืนใจถือศีล ก็ยังดีกว่าไม่ถือเสียเลย ถาม ในขณะที่เรารักษาศีล ๕ เห็นมด เห็นแมลงนี่เราไม่ฆ่ามัน ไม่ใช่เพราะเราเมตตา ต่อมัน แต่เป็นเพราะว่าใจเราคิดว่าเป็นข้อห้าม...ผมก็เลยสงสัยว่า ถ้าใจเราไม่ได้คิดเมตตาสัตว์ แต่เรารักษาศีล ศีลจะช่วยกลั่นใจให้บริสุทธิ์ได้ไหม ตอบ ดีมาก....ปัญหาคือ การที่เราไม่ฆ่าสัตว์ เช่น ไม่ฆ่ามด แมลง ปลวก ยุง ทั้ง ๆ ที่ มันตอมเราอยู่ แล้วในส่วนลึกของใจเราก็อยากจะฆ่ามัน การที่ปล่อยชีวิตเจ้าพวกนี้ไปโดยเราไม่ ฆ่า จะทำให้ธาตุในตัวสะอาดขึ้นได้ไหม เอ้า...ดู เมื่อเด็ก ๆ เคยกินมะขามอ่อนบ้างไหม มะขามนี้มันเปรี้ยวหรือหวาน โดยทั่ว ๆ ไป จะเปรี้ยว พอกินเข้าไปแล้วก็จะเข็ดฟัน พอเข็ดฟันอยากจะได้น้ำตาล ก็เอามะขามมาจิ้มน้ำตาล แล้วกินก็จะมีรสหวานสัก ๒๐% แต่เปรี้ยวสัก ๔๐% แล้วถ้าเอามะขามนี้ไปเชื่อมน้ำตาล ความหวานจะซึมซับเข้าไปในมะขามได้ถึง ๖๐-๗๐% ถามว่ารสเปรี้ยวยังมีอยู่ไหม มีสัก ๑๐-๒๐% ซึ่งหวานกว่าเอามะขามไปจิ้มน้ำตาล ถ้านำไปแช่อิ่มอาจจะใช้เวลาแช่อยู่เดือนหรือสอง เดือนจนเข้ากันดีแล้วก็เอามากิน จะหวานกรอบ รสเปรี้ยวจะเหลือไม่เกิน ๕% แค่ทำมะขาม ที่เปรี้ยวให้มีรสหวานยังต้องทำหลายวิธี หลายขั้นตอน การรักษาศีลก็เหมือนกัน เขาบอกว่าอย่างนี้....พวกที่จิตใจ วิญญาณธาตุคุ้นกับกิเลส เหมือนปลาคุ้นน้ำ มีอาการเหมือนกับเอามะขามไปจิ้มน้ำตาล มันยังมีรสเปรี้ยวมากแต่ก็มี รสหวานขึ้นมาบ้าง เปรียบเหมือนเรานั่งอยู่ดี ๆ พอยุงมากัด เราก็เอื้อมือจะตบเสียให้แหลก แต่นึกขึ้นได้ว่ากำลังอบรมธรรมทายาทถือศีล ๘ อยู่ ก็เลยปัดยุงไปเสีย การถือศีลในลักษณะ อย่างนี้ เป็นการรักษาศีลของผู้เข้ามาสู่ศาสนาใหม่ ๆ คือยังมีอาการเผลอสติอยู่บ่อย ๆ ระดับจิตยัง มีขึ้น ๆ ลง ๆ เพราะธาตุในตัวยังไม่ได้รับการฟอก ถ้าเป็นการซักผ้าก็เพิ่งนำผ้าลงแช่น้ำ ยังไม่ ได้ฟอก ยังไม่ได้ขยี้ จึงมีอาการอย่างนั้น เพราะฉะนั้นจะทำให้ใจสะอาดขึ้นอย่างมากมาย คงยังไม่ได้หรอก แต่ดีกว่าไม่ฝืนใจ ความสะอาดที่เกิดจากการรักษาศีลแบบฝืนใจอย่างนี้ ถึงแม้ใจจะยังสะอาดขึ้น ไม่มาก แต่รับรองได้ว่าจะไม่สกปรกลงไปอีก ใช่หรือไม่ ฉะนั้นในระดับต้นก็ได้แค่ฝัน ๆ ไปเรื่อย ๆ เมื่อฝืนได้แล้วความคิดที่จะฆ่าเริ่มละลาย ความคิดดี ๆ จะเริ่มเข้ามาแทนที่จะค่อยเป็น ค่อยไปโดยอัตโนมัติ ที่จริงเรากินอาหารก็เพียงขอมีชีวิตไปแต่ละวัน แต่สัตว์ที่เป็นอาหารของเราต้องตายเพียง เพื่อให้เราอร่อย หรือมีชีวิตต่อไปวันหนึ่ง ลองคิดดูนะ ยุงขอเลือดสักหยดเพื่อรอดชีวิตไปวัน ๆ เราเองก็แค่คัน ๆ เท่านั้น เราจะฆ่ามันตายเชียวหรือ จากจุดนี้จะเห็นว่า หลังจากการรักษาศีล แบบฝืนใจมาระยะหนึ่ง ความคิดก็จะเริ่มเปลี่ยนไป ความรู้ในทางสร้างสรรค์จะเริ่มมา ความรู้ ที่ถูกต้องก็เริ่มเกิด จะทำให้เราเลือกดู เลือกจำ เลือกคิดในสิ่งที่ดีกว่าเรื่อย ๆ เพราะฉะนั้น ฝืนใจถือศีลต่อไปเถอะนะ ba กั ล ย า ณ มิตร Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More