ข้อความต้นฉบับในหน้า
เมื่อปลายปี พ.ศ. ๒๔๙๓ ข้าพเจ้ามีโอกาสเข้าไปในพระนคร
ได้ยินเสียงโจษจันกันถึงเรื่องที่หลวงพ่อวัดปากน้ำได้พบเห็นเฝ้าแหน
พระพุทธเจ้า และแสดงอิทธิปาฏิหาริย์ให้คนเห็นพระพุทธเจ้าได้
ด้วยมีผู้สงสัยกันมาก พระเถระชั้นผู้ใหญ่ก็สงสัย บางท่านทำท่า
จะโต้แย้งคัดค้าน และได้ปรึกษาเรื่องนี้กะข้าพเจ้า ข้าพเจ้าแนะนำว่า
ควรจะสืบสวนดูให้รู้ถ่องแท้ก่อน อย่าด่วนโต้แย้งคัดค้าน เพราะเป็นเรื่องเกี่ยวกับ
ความรู้ลึกซึ้งอันยากแก่การพิสูจน์ อิทธิวิสัยเป็นเรื่องที่คิดไม่ถึงและอภิญญาเป็นวิชชาชั้นสูง
ในพระพุทธศาสนา ถ้าเรารู้ไม่ถึงแล้วด่วนคัดค้านโต้แย้งอาจได้รับความอับอายภายหลัง
ท่านผู้นั้นได้ขอร้องข้าพเจ้าให้เป็นผู้สืบสวน ข้าพเจ้ารับภาระนั้นด้วยเห็นแก่ความสวัสดีของพระพุทธศาสนา
-
-
บทความพิเศษ
วันหนึ่งข้าพเจ้ามีโอกาสดีให้คนไปพบปะสนทนา
กับหลวงพ่อ ท่านนัดเวลา ๑๖.๐๐ น. ข้าพเจ้าไปวัดปากน้ำ
ตามเวลานัด ขณะนั้นหลวงพ่อยังอยู่ในที่ฝึกภาวนาแก่
- ภิกษุสามเณร และอุบาสก-อุบาสิกา ข้าพเจ้ารอคอยอยู่
ที่รับแขกราวครึ่งชั่วโมง มีคนไปบอกหลวงพ่อ ท่าน
ออกมาปฏิสันถารเมื่อรู้ว่าเป็นบุคคลที่ได้นัดไว้ จึงนำไปที่
กุฏิของท่านเพื่อมีโอกาสสนทนาโดยเฉพาะ เมื่อผ่าน
การปราศรัยไต่ถามชื่อเสียงเรียงนามตำแหน่งแห่งที่พอรู้
เรื่องแล้ว หลวงพ่อได้พูดถึงแนวการปฏิบัติและแนว
การสอนของท่าน พร้อมกับเล่าเรื่องไปเฝ้าพระพุทธเจ้า
ให้ฟัง ข้าพเจ้าสอบถามพระพุทธลักษณะกับหลวงพ่อ
เล็กน้อย ท่านชี้ให้ดูพระพุทธรูปว่ามีพระลักษณะอย่าง
นั้น และมีพระเกตุมาลายอดแหลมเช่นเดียวกับพระพุทธ
เจ้าด้วย หลวงพ่อให้หนังสือ “ธรรมกาย” แก่ข้าพเจ้า
เล่ม ส่วนข้าพเจ้าได้ตอบแทนท่านด้วยหนังสือ “สีลวัต
๑ เล่ม พอท่านเห็นหนังสือของข้าพเจ้า ท่านแสดงอา
ในการปลื้มปีติระคนกับความดีใจ เอ่ยปากชวนข้าพเจ้า
- ปราบมารทันที ท่านว่าเวลานี้มารกำแหงนัก
มันทำพระเณรให้เสียความเป็นพระเณรไปมากแล้ว
เรามาช่วยกันเก็บมารขังกันเถอะ ข้าพเจ้ายิ่งว่ามาร
- มีจำนวนมากมาย เราจะจับมันขังไว้ที่ไหนจึงจะ
โดย พระอริยคณาธร (ปุสโสเส็ง) พระฤาษีสันตจิตร
ก ล ย า ณ ม ต ร ๘๕
wanamitra.org