ข้อความต้นฉบับในหน้า
วัดปาก า งานน
อภิญญา เป็นวิชชาชั้นสูงของพระพุทธศาสนา
เกื้อกูลแก่วิปัสสนาญาณอย่างดี ผู้ได้อภิญญาจะรู้เรื่อง
ต่าง ๆ ที่ท่านจัดว่าเป็นอารมณ์ของวิปัสสนาทีละขั้น
อย่างละเอียด เช่น อุทยัพพยญาณ เท่ากับความเกิดขึ้น
เสื่อมไปของสังขาร เพราะได้รู้เห็นปรากฏการณ์ของสัตว์ที่
เกิด-ตาย เสวยสุขทุกข์ ในโลกต่าง ๆ ตามอำนาจกรรม
ของตน ๆ กรรมที่สัตว์ทำนั้น ๆ ก็ทำด้วยอำนาจ
กิเลสชนิดนั้น ๆ ย่อมได้ความสังเวชในวัฏสงสาร ๓ ประ
การ (คือ กิเลส กรรม และวิบากของกรรม) ความคิดที่จะ
ออกจากวัฏสงสารย่อมมีกำลังอุดหนุน การปฏิบัติย่อม
เจริญก้าวหน้าเรื่อยไป ในที่สุดก็รู้ไตรลักษณ์และอริย
สัจจ์ครบถ้วน สำเร็จกิจพระพุทธศาสนา ด้วยอภิญญา
เป็นชนิด “อุภโตภาควิมุติ
พระพุทธเจ้าที่หลวงพ่อเห็นนั้น มีสัญญาใน
พระพุทธรูปเป็นเครื่องนำ จึงทำให้เห็นเหมือนพระพุทธรูป
แต่เมื่ออภิญญาญาณแจ่มแจ้งเต็มที่แล้ว ก็จะเห็นสภาพ
จริงแท้ของพระพุทธเจ้าได้ และพระพุทธเจ้าก็ย่อมทรง
โปรดปรานผู้มีตาซึ่งสามารถเห็นเฝ้าแหนพระพุทธองค์
ได้ ขณะที่ญาณยังเปลี่ยนแปลงยังไม่ถึงขั้นอันติมะมติ
ถ้าพูดให้คนอื่นฟัง ซึ่งมิใช่ผู้ปฏิบัติในแนวการเดียวกันก็
มักก่อให้เกิดความสงสัย และทักท้วงหรือโต้แย้งเป็น
232
กั ล ย า ณ ม ต ร
ธรรมดาโบราณาจารย์ท่านจึงห้ามบอกเล่าแก่ผู้มิใช่
สหธรรมิกร่วมสำนัก หรือร่วมแนวการเดียวกัน ทั้งนี้เพื่อ
ป้องกันการตื่นเต้นโกลาหล หรือการกล่าวหาในการอวด
อุตตริมนุษยธรรม
แต่ในกรณีของหลวงพ่อวัดปากน้ำ บอกเล่าหรือ
แสดงอิทธิปาฏิหาริย์ในเรื่องพระพุทธเจ้านี้ข้าพเจ้าเข้าใจ
ว่า ท่านมุ่งต่อต้าน ปรับวาท (คือ วาทะของผู้เป็น
ปฏิปักษ์ต่อพระพุทธศาสนา ซึ่งกำลังมีอิทธิพล และได้
รับความสนับสนุนอย่างดีในระยะกาลนั้น) เป็นประมาณ
ไม่มุ่งอวดอ้างเพื่อลาภสักการะยศศักดิ์ประการใด ผล
ที่ปรากฏในระยะต่อมา ก็คือมีคนสนใจปฏิบัติสมถ
วิปัสสนากรรมฐานตามแบบของท่านมากขึ้น และได้ผล
เป็นที่น่าพึงพอใจ พระพุทธศาสนาได้รับการสนับสนุน
มากขึ้น ทำให้มีกำลังทัดเทียมกับฝ่ายปรปักษ์ ที่ท่าน
สมมติเรียกว่ามาร ซึ่งมีตัวตนจริง ๆ งานต่อต้านปรับ
ปวาทของหลวงพ่อวัดปากน้ำเป็นที่น่าโมทนา ข้าพเจ้า
ได้อนุโมทนาแล้วตั้งแต่ได้ทราบความมุ่งหมายของ
ท่าน และได้ช่วยยับยั้งพระเถระชั้นผู้ใหญ่มิให้แสดง
ปฏิกิริยาเป็นปฏิปักษ์ต่อการนั้นไว้ได้ด้วย
Kalyanamitra.org