การช่วยเหลือสังคมของพระสงฆ์ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2532 ฉบับที่ 9 หน้า 37
หน้าที่ 37 / 124

สรุปเนื้อหา

ประมาณจากใคร ก็ได้จากที่ชาวบ้านสนับสนุน ก็ทำกันมา อันนี้ถ้าจะถามว่าได้รางวัลเพราะ อะไร หลวงพ่อตอบคงพอจะสรุปได้ว่า ภาษา เป็นสื่อทำให้ชาวตะวันตกเข้าใจพระพุทธ ศาสนา เข้าใจคนไทยดีขึ้น หลวงพ่อคิดเสมอ ว่าไม่ได้ทำงานเก่งไปกว่าพระรูปอื่น ๆ ที่ท่าน ทำงานเพื่อสังคมในขณะนี้ ตอนไปกล่าวสุนทรพจน์ในองค์การ สหประชาชาติ ก่อนไปหลวงพ่อเองก็ไม่มีความ มั่นใจ ไม่มีประสบการณ์ เราเป็นผู้มีความรู้น้อย หลวงพ่อก็ไปเรียนถามครูบาอาจารย์หรือ มหาเปรียญที่มีความรู้สูง ๆ ว่าควรพูดเรื่อง อะไรในสหประชาชาติ แต่ละรูปท่านก็ให้ความ คิดเห็นมาเยอะ ถ้ารับหลักการทั้งหมดมาพูด ต้องใช้เวลาประมาณ ๔๕ นาทีหรือ ๑ ชั่วโมง แต่พอไปถึงจริง ๆ ก็ไม่ได้พูดตัวนั้นเลย หลวงพ่อ ดูจากสถานการณ์จริงว่า ในที่ประชุมนั้นมีคน ประมาณ ๕๐๐-๒๐๐ คน ล้วนเป็นบุคคล

หัวข้อประเด็น

- การช่วยเหลือสังคมของพระสงฆ์

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ประมาณจากใคร ก็ได้จากที่ชาวบ้านสนับสนุน ก็ทำกันมา อันนี้ถ้าจะถามว่าได้รางวัลเพราะ อะไร หลวงพ่อตอบคงพอจะสรุปได้ว่า ภาษา เป็นสื่อทำให้ชาวตะวันตกเข้าใจพระพุทธ ศาสนา เข้าใจคนไทยดีขึ้น หลวงพ่อคิดเสมอ ว่าไม่ได้ทำงานเก่งไปกว่าพระรูปอื่น ๆ ที่ท่าน ทำงานเพื่อสังคมในขณะนี้ ตอนไปกล่าวสุนทรพจน์ในองค์การ สหประชาชาติ ก่อนไปหลวงพ่อเองก็ไม่มีความ มั่นใจ ไม่มีประสบการณ์ เราเป็นผู้มีความรู้น้อย หลวงพ่อก็ไปเรียนถามครูบาอาจารย์หรือ มหาเปรียญที่มีความรู้สูง ๆ ว่าควรพูดเรื่อง อะไรในสหประชาชาติ แต่ละรูปท่านก็ให้ความ คิดเห็นมาเยอะ ถ้ารับหลักการทั้งหมดมาพูด ต้องใช้เวลาประมาณ ๔๕ นาทีหรือ ๑ ชั่วโมง แต่พอไปถึงจริง ๆ ก็ไม่ได้พูดตัวนั้นเลย หลวงพ่อ ดูจากสถานการณ์จริงว่า ในที่ประชุมนั้นมีคน ประมาณ ๕๐๐-๒๐๐ คน ล้วนเป็นบุคคล ระดับชั้นมันสมองของชาติต่าง ๆ ซึ่งเขามี ความศรัทธาเชื่อมั่นในพระเจ้าอยู่แล้ว แล้วเรา เป็นใคร ถ้าเอาหลักธรรมทั้งหมดโดยตรง ไปพูด เขาอาจทนนั่งฟังโดยมารยาท ผลคง ไม่มากนัก คงไม่เกิดประโยชน์แน่ หลวงพ่อ เลยตัดสินใจในวินาทีสุดท้ายที่นึกได้แวบหนึ่ง ในนาทีนั้นว่าต้องพูดเรื่อง “เมตตาธรรม ค้ำจุนโลก” พูดแค่ ๑๐ นาทีเท่านั้น เพราะ ถ้าเอาตัวนี้มาพิจารณาจะเห็นว่าเป็นธรรมะ สากล ทุกคนทุกชาติทุกศาสนาก็เน้นตัวนี้ พระเจ้าของเขาก็สอนให้มีเมตตาเหมือนกัน หลวงพ่อก็เน้นให้เห็นว่าปัจจุบันองค์การ สหประชาชาติต้องการให้โลกนี้มีสันติสุข ความจริงนั้นตามหลักพระพุทธศาสนา เราทำกันอยู่แล้วกว่า ๒,๕๐๐ ปี พระพุทธเจ้า ทรงปรารถนาให้คนทั้งโลกมีสันติสุข ตัว สันติสุขคือสันติภาพ ถ้าไม่มีสันติสุข สันติ ภาพก็ไม่เกิด นี่คือหลักของพระพุทธศาสนา อยู่แล้ว คนบางชาติโดยเฉพาะมหาอำนาจ เขาหาวิธีการเหมือนกัน แต่เขาไม่มองด้าน ศีลธรรมและจิตใจเข้าไปใส่ในความนึกคิด เขาคิดว่าทำอย่างไรให้โลกได้มีสันติภาพ ขณะที่เกิดกลียุคความวุ่นวายขึ้น ก็มีทางเดียว คือยุติสงคราม เขาก็ได้ทุ่มเงินมหาศาลสร้าง อาวุธนิวเคลียร์ ศาสตราวุธต่าง ๆ กันใหญ่ ใน ๕ มหาอำนาจของโลก ซึ่งมองในหลัก พระพุทธศาสนาแล้ว ตัวนั้นไม่ใช่ยุติสงคราม ไม่ใช่ตัวทำให้เกิดสันติภาพ เพียงแต่ประวิง เวลาไว้เท่านั้นเอง เพราะถ้าชาติใดชาติหนึ่ง ขาดสติกดปุ่มขึ้นมา อีก ๔ ชาติก็เล่นด้วย แต่หลวงพ่อเห็นว่า ถ้าคนทั้งโลกรวม ใจเป็นหนึ่งแล้ว มีความรักความสามัคคี นี่ต่างหากคือตัวสันติภาพ ไม่ใช่การสร้าง ระเบิด ทุกคนก็ยอมรับ แต่จะยอมทำหรือ เปล่าก็ไม่รู้ หลักพุทธศาสนาของเรา ต้องดูที่ต้นเหตุ สาเหตุที่มันเกิดปัญหาขึ้นนั้น เพราะคน คนมีความอิจฉาริษยากัน ตัว ความโลภ ความโกรธ ความหลงยังมีกัน ถ้าเราละตัวนี้ได้ก็คือตัวสันติภาพ นี่คือ เป้าหมายที่หลวงพ่อเอาไปพูด ซึ่งก็ได้รับ ความชื่นชม เขาปรบมือให้นานเกือบ ๒ นาที พระสงฆ์ กับการพัฒนาสังคม “หลวงพ่อเองตอนแรกไม่ได้ตั้งใจบวช จริงจัง ตั้งใจบวชเพียง ๑๕ วันเท่านั้น แต่เมื่อ บวชล่วงแล้ว ๑๕ วันก็ได้ไปศึกษากรรมฐาน จากวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ หลังจากนั้นได้ เดินธุดงค์ลงไปถึงภูเก็ต ในระหว่างเดินทาง ก็ได้ไปเห็นสภาพที่แท้จริงของสังคม เห็นชีวิต คนไทยมีความเป็นอยู่อย่างแร้นแค้น อดมื้อ กินมื้อ บางครอบครัวคนตายเงินก็ไม่มีซื้อโลง ใส่ศพ ทำให้รู้สึกว่าเราควรช่วยเขาได้ ตอน นั้นคิดว่าอย่างน้อยก็เข้าไปปลอบใจเขา ให้ กำลังใจเขาว่า เขาไม่ใช่คนไทยที่อ้างว้าง อย่างน้อยก็มีพุทธศาสนา มีเราซึ่งเข้าใจเขา ส่วนตัวหลวงพ่อเองก็ได้รับประโยชน์มาก ทีเดียว สมัยที่เรายังไม่ไปสัมผัสชีวิตที่แท้จริง เราคิดว่าเราทุกข์หนัก พอไปสัมผัสก็คิดได้ว่า คนมีความทุกข์มากกว่าเรายังมีอีกมาก ก็ทำให้ คิดขึ้นมาว่าเราควรจะช่วยเหลือสังคม ถ้าดูจาก ประวัติหลวงพ่อจะเห็นว่า พยายามเป็นนัก การเมือง ตั้งพรรคการเมืองขึ้นแต่ไม่สำเร็จ แต่ความนึกคิดเก่า ๆ สมัยเป็นฆราวาสก็ทำให้ นึกขึ้นมาได้ว่า การทำความดีไม่จําเป็นต้อง เอาตำแหน่งอะไร การเป็นพระแล้วมีคนศรัทธา เราอย่างนี้ เราก็ช่วยสังคมได้ อย่างบางแห่ง เช่น ที่นครศรีธรรมราชมีคนมาฟังธรรมจาก หลวงพ่อวันหนึ่งประมาณ ๕๐๐-๒๐๐ คน กว่าจะกลับบางทีก็ตีสองตีสาม หลวงพ่อเป็นพระบวชใหม่ ไม่ค่อยมี ความรู้เกี่ยวกับธรรมะเท่าไหร่ พยายามเอา หลักเศรษฐศาสตร์ที่เรียนมาเข้าช่วยแก้ไข ตัวอย่างเช่น เขาค้าขายไม่ดี ก็บอกเขาว่า สาเหตุที่ขายไม่ดีอาจจะ เป็นที่คุณภาพสินค้า ไม่ดีหรือเปล่า พูดจาไม่ดีหรือเอากำไรเกินควร หรือบางครอบครัวผู้หญิงมาร้องไห้บอกว่า สามีไปมีแฟนใหม่ เราก็ไม่ได้แก้ไขด้วยไสย ศาสตร์ ก็บอกไปว่า ทำไมจะไม่ให้สามีของเธอ ไปมีใหม่ล่ะ ดูเธอแต่งเนื้อแต่งตัว ดูหน้าตา เธอ ก็แนะนำกันไป ปรากฏว่าเป็นผลดีขึ้นมา คนเขาก็เอาไปพูดกันว่าเราเป็นเทพเจ้าเป็น อะไรต่ออะไร หลวงพ่อจึงน่าหลัก ๕ ประการมา เพื่อแก้ปัญหาสังคมของเราให้คนมีความสุข มีความเป็นอยู่ดีขึ้นคือ ให้มีสุขภาพจิตที่ดี คือ จิตใจมีคุณธรรม มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง มีความปลอดภัยในชีวิตด้วยมีสติสัมปชัญญะ มีความกระตือรือล้นในการทํางานและสร้าง ฐานเศรษฐกิจให้ดี ถ้าเป็นนักศึกษาก็เน้นให้ เขาสนใจการศึกษา ถ้าเป็นพ่อค้าก็ให้เขามอง ตลาดให้กว้างขึ้น ที่สำคัญคือ ให้เขามีความ หวังใฝ่ฝัน อย่าเพ้อฝัน คนไทยมักมีนิสัย เพ้อฝันมากกว่าความใฝ่ฝัน เน้นความใฝ่ฝันให้ กั ล ย า ณ ม ต ร md Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More