แนวการปฏิบัติและอภิญญา วารสารกัลยาณมิตร ปี 2532 ฉบับที่ 9 หน้า 88
หน้าที่ 88 / 124

สรุปเนื้อหา

หมด หลวงพ่อว่ามีซิที่ขังมาร เรายังแต่ตัวโต ๆ เท่านั้น ตัวเล็กตัวน้อยมันก็หมดฤทธิ์ไปเอง การ สนทนาก็หยุดชงักลง ด้วยมีแขกพิเศษมาหาหลวงพ่อ ในขณะนั้น ข้าพเจ้าจึงลากลับ แนวการปฏิบัติและแนวการสอนของหลวงพ่อ เท่า ที่ทราบจากการสนทนาในวันนั้น โดยสังเขปเป็นดังนี้ : ๑. กำหนดจิตให้หยุดนิ่งในฐานที่ ๑ ถึงฐานที่ ๗ เหนือสะดือของร่างกาย ตามแบบโบราณาจารย์ กำหนดไว้ พยายามตั้งจิตไว้ให้หยุดได้ทุกฐาน จนกว่าจะ ชำนิชำนาญจิตเป็นสมาธิแน่วแน่แล้ว จึงพยายามเข้าสู่ จุดศูนย์กลาง จุดศูนย์กลางนั้นอยู่ตรงศูนย์กลางกาย โดยตั้งดิ่งลงจากกระหม่อมผ่านทรวงอกถึงศูนย์กลางกาย จุดศูนย์กลางกายเป็นภูมิที่ ๗ สำหรับกำหนดจิตให้ เป็นกลางแน่วแน่ที่สุด เพื่อบังเกิดการตรัสรู้ขึ้น - ๒. เพ่งดวงสว่าง สมมติว่าเป็นดวงแก้วให้ มีขนาดเท่าลูกตาดำ เป็นดวง

หัวข้อประเด็น

- แนวการปฏิบัติและอภิญญา

ข้อความต้นฉบับในหน้า

หมด หลวงพ่อว่ามีซิที่ขังมาร เรายังแต่ตัวโต ๆ เท่านั้น ตัวเล็กตัวน้อยมันก็หมดฤทธิ์ไปเอง การ สนทนาก็หยุดชงักลง ด้วยมีแขกพิเศษมาหาหลวงพ่อ ในขณะนั้น ข้าพเจ้าจึงลากลับ แนวการปฏิบัติและแนวการสอนของหลวงพ่อ เท่า ที่ทราบจากการสนทนาในวันนั้น โดยสังเขปเป็นดังนี้ : ๑. กำหนดจิตให้หยุดนิ่งในฐานที่ ๑ ถึงฐานที่ ๗ เหนือสะดือของร่างกาย ตามแบบโบราณาจารย์ กำหนดไว้ พยายามตั้งจิตไว้ให้หยุดได้ทุกฐาน จนกว่าจะ ชำนิชำนาญจิตเป็นสมาธิแน่วแน่แล้ว จึงพยายามเข้าสู่ จุดศูนย์กลาง จุดศูนย์กลางนั้นอยู่ตรงศูนย์กลางกาย โดยตั้งดิ่งลงจากกระหม่อมผ่านทรวงอกถึงศูนย์กลางกาย จุดศูนย์กลางกายเป็นภูมิที่ ๗ สำหรับกำหนดจิตให้ เป็นกลางแน่วแน่ที่สุด เพื่อบังเกิดการตรัสรู้ขึ้น - ๒. เพ่งดวงสว่าง สมมติว่าเป็นดวงแก้วให้ มีขนาดเท่าลูกตาดำ เป็นดวงกลมใสสว่างดีแล้ว จึงนำเข้า ไปตั้งไว้ในศูนย์กลางกาย ขยายให้ใหญ่ ย่อให้เล็ก และ นำไปตั้งไว้ตามจุด (ฐาน) ต่าง ๆ ๗ จุดให้ชำนาญ เมื่อ จะออกไปเพื่อศึกษาหาความรู้เรื่องไตรโลก ดวงแก้วไปตั้งไว้ที่จุดเบื้องบน คือกลางกระหม่อม แล้วออกไปโดยทางนั้น ให้น่า ดวงแก้วนั้นเมื่อนำเข้าตั้งไว้ที่ศูนย์กลางกายได้ แล้ว ทำให้ใสสะอาด และหยุดนิ่งนาน ๆ ได้ ก็จะ เห็นดวงศีล ดวงสมาธิ ดวงปัญญา ดวงวิมุติ และดวง วิมุตติญาณทัสสนะซ้อน ๆ กันอยู่ในภายใน เมื่อสมมติ ดวงแก้วให้เคลื่อนไปอยู่ฐานที่ ๗ แล้ว ในการทำครั้ง หลังต่อไปให้กำหนดจิตหยุดที่ฐานที่ ๗ เลยทีเดียว โดย ไม่ต้องใช้ดวงแก้วก็ได้ คือสมมติใช้ครั้งแรกครั้งเดียวเท่า นั้น เพื่อเป็นแนวทางให้รู้ฐานต่าง ๆ ที่ผ่านไป ๓. ให้หลับตาไปมองภายในกาย เมื่อจิตสงบ เป็นสมาธิแล้วจะปรากฏภาพพระพุทธรูปในกายตัว ตรงศูนย์กลางกายให้เห็นพระในตัวเสมอไป โดยนัยนี้ เมื่อจิตเป็นสมาธิดีแล้วก็จะสามารถเห็นเฝ้าแหนพระพุทธ เจ้าได้ทุกเมื่อ แนวการปฏิบัติ และแนวการสอนของหลวงพ่อวัด ปากน้ำ ๓ ข้อนี้ ว่าตามความเข้าใจของข้าพเจ้า ข้อ ๑ เป็นแบบโบราณาจารย์ ซึ่งสงเคราะห์ลงใน หลักกายคตาสติกรรมฐาน ที่พระพุทธเจ้าทรงวางแบบ ไว้ ให้กำหนดจิตไว้ในส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายนั่น เอง ข้อ ๒ เป็นกสิณเพ่งแสงสว่างโดยสมมติว่าดวง แก้วหรือจะว่าวิญญาณกสิณก็ได้ ข้อนี้เป็นปฏิปทาน ทางทิพจักษุดีวิเศษ ข้อ ๓ เมื่อจิตสงบเป็นสมาธิแน่วแน่ นิมิตก็จะ ปรากฏหรือถ้าเป็นการเพ่งภาพวัตถุหรือธรรมชาติ เพื่อ เป็นมโนภาพใช้ในการแผลงฤทธิ์ที่เรียกว่า “วิกพพนฤทธิ์” ตกลงว่า แนวการปฏิบัติและแนวการสอนของหลวงพ่อ วัดปากน้ำ เป็นปฏิปทาเพื่ออภิญญาโดยตรง ได้ อภิญญา ๖ ประการ คือ ๑. อิทธิวิธี แสดงฤทธิ์ได้, ทำฤทธิ์อัศจรรย์ต่าง ๆ ๒. มโนมยิทธิ ถอดจิตออกจากร่างไปปรากฏใน ที่ต่าง ๆ ได้ เช่น ไปสวรรค์ ไปนรก ฯลฯ ๓. ทิพโสต หูทิพย์ ได้ยินเสียงเทพพูดจากัน ๔. ทิพจักขุ ตาทิพย์ เห็นทวยเทพได้ ๕. ปุพเพนิวาสานุสติญาณ ระลึกชาติได้ 5. อาสวักขยญาณ รู้ทำให้อาสวะสิ้นไป ข้อ ๑-๕ เป็นโลกีย์อภิญญา ถ้าได้แต่เพียงโลกีย์ อภิญญา ยังเป็น “กุปปาวิมุติ” อาจเสื่อมหายได้ ถ้าได้ ข้อ 5 ด้วย ชื่อว่าได้โลกุตตรอภิญญา เป็น “อกุปปาวิมุติ ไม่อาจเสื่อมหายได้ เป็นอันพ้นอย่างมั่นคงแข็งแรง ตลอดไป จิตใจไม่เปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่นอีกเลย ๘๖ กั ล ย า ณ ม ต ร Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More