ข้อความต้นฉบับในหน้า
หมด หลวงพ่อว่ามีซิที่ขังมาร เรายังแต่ตัวโต ๆ
เท่านั้น ตัวเล็กตัวน้อยมันก็หมดฤทธิ์ไปเอง การ
สนทนาก็หยุดชงักลง ด้วยมีแขกพิเศษมาหาหลวงพ่อ
ในขณะนั้น ข้าพเจ้าจึงลากลับ
แนวการปฏิบัติและแนวการสอนของหลวงพ่อ เท่า
ที่ทราบจากการสนทนาในวันนั้น โดยสังเขปเป็นดังนี้ :
๑. กำหนดจิตให้หยุดนิ่งในฐานที่ ๑ ถึงฐานที่
๗ เหนือสะดือของร่างกาย ตามแบบโบราณาจารย์
กำหนดไว้ พยายามตั้งจิตไว้ให้หยุดได้ทุกฐาน จนกว่าจะ
ชำนิชำนาญจิตเป็นสมาธิแน่วแน่แล้ว จึงพยายามเข้าสู่
จุดศูนย์กลาง จุดศูนย์กลางนั้นอยู่ตรงศูนย์กลางกาย
โดยตั้งดิ่งลงจากกระหม่อมผ่านทรวงอกถึงศูนย์กลางกาย
จุดศูนย์กลางกายเป็นภูมิที่ ๗ สำหรับกำหนดจิตให้
เป็นกลางแน่วแน่ที่สุด เพื่อบังเกิดการตรัสรู้ขึ้น
- ๒. เพ่งดวงสว่าง สมมติว่าเป็นดวงแก้วให้
มีขนาดเท่าลูกตาดำ เป็นดวงกลมใสสว่างดีแล้ว จึงนำเข้า
ไปตั้งไว้ในศูนย์กลางกาย ขยายให้ใหญ่ ย่อให้เล็ก และ
นำไปตั้งไว้ตามจุด (ฐาน) ต่าง ๆ ๗ จุดให้ชำนาญ เมื่อ
จะออกไปเพื่อศึกษาหาความรู้เรื่องไตรโลก
ดวงแก้วไปตั้งไว้ที่จุดเบื้องบน คือกลางกระหม่อม
แล้วออกไปโดยทางนั้น
ให้น่า
ดวงแก้วนั้นเมื่อนำเข้าตั้งไว้ที่ศูนย์กลางกายได้
แล้ว ทำให้ใสสะอาด และหยุดนิ่งนาน ๆ ได้ ก็จะ
เห็นดวงศีล ดวงสมาธิ ดวงปัญญา ดวงวิมุติ และดวง
วิมุตติญาณทัสสนะซ้อน ๆ กันอยู่ในภายใน เมื่อสมมติ
ดวงแก้วให้เคลื่อนไปอยู่ฐานที่ ๗ แล้ว ในการทำครั้ง
หลังต่อไปให้กำหนดจิตหยุดที่ฐานที่ ๗ เลยทีเดียว โดย
ไม่ต้องใช้ดวงแก้วก็ได้ คือสมมติใช้ครั้งแรกครั้งเดียวเท่า
นั้น เพื่อเป็นแนวทางให้รู้ฐานต่าง ๆ ที่ผ่านไป
๓.
ให้หลับตาไปมองภายในกาย เมื่อจิตสงบ
เป็นสมาธิแล้วจะปรากฏภาพพระพุทธรูปในกายตัว
ตรงศูนย์กลางกายให้เห็นพระในตัวเสมอไป โดยนัยนี้
เมื่อจิตเป็นสมาธิดีแล้วก็จะสามารถเห็นเฝ้าแหนพระพุทธ
เจ้าได้ทุกเมื่อ
แนวการปฏิบัติ และแนวการสอนของหลวงพ่อวัด
ปากน้ำ ๓ ข้อนี้ ว่าตามความเข้าใจของข้าพเจ้า
ข้อ ๑ เป็นแบบโบราณาจารย์ ซึ่งสงเคราะห์ลงใน
หลักกายคตาสติกรรมฐาน ที่พระพุทธเจ้าทรงวางแบบ
ไว้ ให้กำหนดจิตไว้ในส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายนั่น
เอง
ข้อ ๒ เป็นกสิณเพ่งแสงสว่างโดยสมมติว่าดวง
แก้วหรือจะว่าวิญญาณกสิณก็ได้ ข้อนี้เป็นปฏิปทาน
ทางทิพจักษุดีวิเศษ
ข้อ ๓ เมื่อจิตสงบเป็นสมาธิแน่วแน่ นิมิตก็จะ
ปรากฏหรือถ้าเป็นการเพ่งภาพวัตถุหรือธรรมชาติ เพื่อ
เป็นมโนภาพใช้ในการแผลงฤทธิ์ที่เรียกว่า “วิกพพนฤทธิ์”
ตกลงว่า แนวการปฏิบัติและแนวการสอนของหลวงพ่อ
วัดปากน้ำ เป็นปฏิปทาเพื่ออภิญญาโดยตรง
ได้
อภิญญา ๖ ประการ คือ
๑. อิทธิวิธี แสดงฤทธิ์ได้, ทำฤทธิ์อัศจรรย์ต่าง ๆ
๒. มโนมยิทธิ ถอดจิตออกจากร่างไปปรากฏใน
ที่ต่าง ๆ ได้ เช่น ไปสวรรค์ ไปนรก ฯลฯ
๓. ทิพโสต หูทิพย์ ได้ยินเสียงเทพพูดจากัน
๔. ทิพจักขุ ตาทิพย์ เห็นทวยเทพได้
๕. ปุพเพนิวาสานุสติญาณ ระลึกชาติได้
5. อาสวักขยญาณ รู้ทำให้อาสวะสิ้นไป
ข้อ ๑-๕ เป็นโลกีย์อภิญญา ถ้าได้แต่เพียงโลกีย์
อภิญญา ยังเป็น “กุปปาวิมุติ” อาจเสื่อมหายได้ ถ้าได้
ข้อ 5 ด้วย ชื่อว่าได้โลกุตตรอภิญญา เป็น “อกุปปาวิมุติ
ไม่อาจเสื่อมหายได้ เป็นอันพ้นอย่างมั่นคงแข็งแรง
ตลอดไป จิตใจไม่เปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่นอีกเลย
๘๖
กั ล ย า ณ ม ต ร
Kalyanamitra.org