การสอนพุทธธรรม วารสารกัลยาณมิตร ปี 2532 ฉบับที่ 9 หน้า 64
หน้าที่ 64 / 124

สรุปเนื้อหา

หมายเหตุ ท้ายบทที่ ต่อมาภายหลังจึงได้อ่านพบในพระไตรปิฎกสำหรับ ประชาชน ปัญจกนิบาต : ปฐมปัณณาสก์หมวด ๕๐ ที่ ๑ (สุชีพ ปุญญานุภาพ พ.ศ. ๒๕๒๔ หน้า ๕๔๐) เขียนไว้ว่า ศีล สมาธิ ปัญญา วิมุตติ วิมุตติญาณ ทัสสนะ คือ ธัมมขันธ์ ๕ ทำให้เข้าใจว่าธรรมปฏิบัติ ที่หลวงพ่อวัดปากน้ำสอนนั้น คือ การดำเนินจิตไปตาม องค์มรรคตั้งแต่ ศีล สมาธิ ปัญญา และมิได้หยุดอยู่แค่ ปัญญาทั่ว ๆ ไป แต่เป็นปัญญาที่เป็นไปเพื่อการหลุด พ้นคือวิมุตติ และเมื่อหลุดพ้นแล้วก็รู้ว่าหลุดพ้นคือ วิมุตติญาณทัสสนะ เป็นทางผ่านของจิตไปตามลำดับ ตั้งแต่สภาวธรรมหรือภูมิธรรมของกายที่ยังข้องอยู่ใน ภพทั้งสาม ตั้งแต่ กามภพ รูปภพ อรูปภพ เป็นการปฏิบัติ เพื่อการปล่อยวางภพทั้งสาม เพื่อนิโรธแห่งภพ มิใช่ เพื่อวิภวะ เข้าถึงกายธรรม หรือธรรมกาย ซึ่งจะต้อง ดำเนินจิตหย

หัวข้อประเด็น

- การสอนพุทธธรรม

ข้อความต้นฉบับในหน้า

หมายเหตุ ท้ายบทที่ ต่อมาภายหลังจึงได้อ่านพบในพระไตรปิฎกสำหรับ ประชาชน ปัญจกนิบาต : ปฐมปัณณาสก์หมวด ๕๐ ที่ ๑ (สุชีพ ปุญญานุภาพ พ.ศ. ๒๕๒๔ หน้า ๕๔๐) เขียนไว้ว่า ศีล สมาธิ ปัญญา วิมุตติ วิมุตติญาณ ทัสสนะ คือ ธัมมขันธ์ ๕ ทำให้เข้าใจว่าธรรมปฏิบัติ ที่หลวงพ่อวัดปากน้ำสอนนั้น คือ การดำเนินจิตไปตาม องค์มรรคตั้งแต่ ศีล สมาธิ ปัญญา และมิได้หยุดอยู่แค่ ปัญญาทั่ว ๆ ไป แต่เป็นปัญญาที่เป็นไปเพื่อการหลุด พ้นคือวิมุตติ และเมื่อหลุดพ้นแล้วก็รู้ว่าหลุดพ้นคือ วิมุตติญาณทัสสนะ เป็นทางผ่านของจิตไปตามลำดับ ตั้งแต่สภาวธรรมหรือภูมิธรรมของกายที่ยังข้องอยู่ใน ภพทั้งสาม ตั้งแต่ กามภพ รูปภพ อรูปภพ เป็นการปฏิบัติ เพื่อการปล่อยวางภพทั้งสาม เพื่อนิโรธแห่งภพ มิใช่ เพื่อวิภวะ เข้าถึงกายธรรม หรือธรรมกาย ซึ่งจะต้อง ดำเนินจิตหยุดเข้าไปเรื่อย ๆ ตามอริยมรรค จนสิ้นกิเลส อาสวะ ๒ ตติยปัณณาสก์ หมวด ๕๐ ที่ ๓ (พระไตรปิฎกสำหรับ ประชาชน หน้า ๕๔๗) ตรัสกับพระอานนท์ว่าเพียง ด้วยเหตุข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้ภิกษุสงฆ์ก็จะพึงอยู่เป็น ผาสุก คือ 0. ภิกษุสมบูรณ์ด้วยศีลด้วยตนเอง ไม่ทำผู้อื่น ให้เป็นไป (ตั้งอยู่) ในอธิศีล ๒. ภิกษุเพ่งเล็งตัวตนเอง ไม่เพ่งเล็งบุคคลอื่น ๓. ด้วยข้อนั้น ภิกษุไม่มีใครรู้จักมาก แต่ก็ไม่สะดุ้งกลัว ๔. ได้ฌานที่ ๑ ถึงที่ ๔ ตามปรารถนา ๕. ทำให้แจ้งเจโตวิมุตติ ปัญญาวิมุตติ อันไม่ มีอาสวะ ทรงแสดง ศีล สมาธิ ปัญญา วิมุตติ วิมุตติ ญาณทัสสนะว่า ทำให้ภิกษุเป็นผู้ควรของคำนับของ ต้อนรับ เป็นเนื้อนาบุญของโลก ต ตรัสเรื่องความหลุดพ้นอันยอดเยี่ยม ตรัสสอนภิกษุ ทั้งหลายว่า เราได้บรรลุ ได้ทำให้แจ้งแล้วซึ่งความ หลุดพ้นอันยอดเยี่ยม (อนุตตรวิมุตติ) ด้วยการไตร่ตรอง โดยแยบคาย (โยนิโสมนสิการ) ด้วยความเพียรชอบโดย แยบคาย (โยนิโสสัมปธาน) แม้ท่านทั้งหลายก็ได้ทำ ให้แจ้งแล้วซึ่งความหลุดพ้นอันยอดเยี่ยม ด้วยการ ไตร่ตรองอันแยบคาย และด้วยความเพียรชอบอัน แยบคายเช่นเดียวกัน (พระไตรปิฎกสำหรับประชาชน สุชีพ ปุญญานุภาพ พ.ศ. ๒๕๒๔ หน้า ๒๑๕) ๔ ทรงแสดงว่าญาณ ๕ ย่อมเกิดขึ้นเฉพาะตน แก่ผู้เจริญ สมาธิอันไม่มีประมาณ ผู้มีปัญญารักษาตน มีสติ เฉพาะหน้าคือ ความรู้เกิดขึ้นเฉพาะตนว่า (ผล) ต่อไป สมาธินี้มีสุขในปัจจุบัน มีสุขเป็นวิบาก ๒. สมาธินี้ประเสริฐไม่มีอามิส (เหยื่อล่อ) ๓. สมาธินี้คนชั่วซ่องเสพไม่ได้ ๔. สมาธินี้สงบประณีต ได้มาด้วยความ สงบระงับกิเลส บรรลุความเป็นธรรมอันเอกเกิดขึ้น ไม่ต้องบรรลุด้วยใช้ความเพียรข่มธรรมอันเป็นข้าศึก ห้ามกิเลส ๕. สมาธินี้เราเข้าออกอย่างมีสติ (พระไตร ปิฎกฉบับสำหรับประชาชน สุชีพ ปุญญานุภาพ พ.ศ. ๒๕๒๔ หน้า ๕๔๑) ๕ ปรมัตถธรรม : สภาวะที่มีอยู่โดยปรมัตถ์ สิ่งที่เป็นจริง โดยความหมายสูงสุด ตามหลักของอภิธรรมว่ามี ๔ คือ จิต เจตสิก รูป นิพพาน (พจนานุกรมพุทธ ศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์ พระเทพเวที ประยุทธ์ ปยุตฺโต) ๖ การสอนพุทธธรรมส่วนใหญ่สอนเพียงด้านเดียว ไม่สมบูรณ์ มีแต่เรื่องทุกข์ เหตุแห่งทุกข์ ส่วนการพ้นทุกข์ และทางแห่งการพ้นทุกข์ สอนได้ไม่แจ่มแจ้ง ทำให้ไม่ เห็นคุณค่าที่แท้จริงของพุทธศาสนา จึงเข้าใจผิดว่าเป็น การหนีโลก เพราะโลกมีแต่ความทุกข์ แต่การสอนตาม แนววิชชาธรรมกาย เป็นคำตอบสําหรับส่วนที่ขาดไป คือ เป็นจุดมุ่งหมายสูงสุด ทำให้เห็นอีกด้านหนึ่งของ พุทธศาสนา คือ การเข้าถึงความสุขที่แท้จริง เป็นไป เพื่อความพ้นโลก ๗ การที่จะตัดสินว่าการปฏิบัติใดถูกต้องหรือไม่ ควรยึด พระพุทธเจ้าเป็นหลัก พระพุทธองค์ทรงเปี่ยมด้วย พระวิสุทธิคุณ พระปัญญาคุณ และ พระมหากรุณาธิคุณ การปฏิบัติใดที่เป็นหนทางนำไปสู่เป้าหมายทั้งสามนี้ จึงควรเป็นแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้อง ถ้าไม่ยึดถือเป้า หมายทั้งสามนี้แล้วก็อาจจะทำให้หลงทางได้ ๖๒ กั ล ย า ณ ม ต ร Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More