การพูดความจริงและการโกหก วารสารกัลยาณมิตร ปี 2532 ฉบับที่ 9 หน้า 70
หน้าที่ 70 / 124

สรุปเนื้อหา

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงตรัสไว้ว่า ตราบใดที่คนยังโกหกอยู่ ตราบนั้นไม่มี ความชั่วชนิดไหนที่เขาทำไม่ได้ ที่เขายังไม่ทำเพราะว่า ยังไม่มีโอกาสจะทำต่างหาก เมื่อพระพุทธองค์รับพระราหุลมาบวช พระราหุลอายุ ๗ ขวบ เข้ามากราบขอสมบัติ กรุงกบิลพัสดุ์จากพระองค์ เพราะถึงแม้พระองค์จะจากกรุงมาแล้ว แต่โดยนิตินัย พระองค์ยัง ดำรงตำแหน่งรัชทายาทกรุงกบิลพัสดุ์อยู่ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่าสมบัติกบิลพัสดุ์เป็น โลกียทรัพย์ เป็นทรัพย์ที่อาจจะถูกทำลายไปได้ เอาอริยทรัพย์เถิด ได้แล้วใครจะทำลายไม่ได้ เอาอย่างนั้นเถิด พระองค์สอนพระราหุลว่า อย่าพูดโกหกแม้เพียงเพื่อเอามาล้อเล่นสนุก ๆ เพราะ เดี๋ยวภาพล้มหมด แล้วกำลังใจ ความมั่นใจในตัวเองจะหมดไปด้วย ถ้าจะพูดอีกที พวกเราที่ฝึกสมาธิแล้ว ใจค่อนข้างเป็นสมาธิแล้ว แม้บางคนยังช้าอยู่นึ

หัวข้อประเด็น

- การพูดความจริงและการโกหก

ข้อความต้นฉบับในหน้า

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงตรัสไว้ว่า ตราบใดที่คนยังโกหกอยู่ ตราบนั้นไม่มี ความชั่วชนิดไหนที่เขาทำไม่ได้ ที่เขายังไม่ทำเพราะว่า ยังไม่มีโอกาสจะทำต่างหาก เมื่อพระพุทธองค์รับพระราหุลมาบวช พระราหุลอายุ ๗ ขวบ เข้ามากราบขอสมบัติ กรุงกบิลพัสดุ์จากพระองค์ เพราะถึงแม้พระองค์จะจากกรุงมาแล้ว แต่โดยนิตินัย พระองค์ยัง ดำรงตำแหน่งรัชทายาทกรุงกบิลพัสดุ์อยู่ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่าสมบัติกบิลพัสดุ์เป็น โลกียทรัพย์ เป็นทรัพย์ที่อาจจะถูกทำลายไปได้ เอาอริยทรัพย์เถิด ได้แล้วใครจะทำลายไม่ได้ เอาอย่างนั้นเถิด พระองค์สอนพระราหุลว่า อย่าพูดโกหกแม้เพียงเพื่อเอามาล้อเล่นสนุก ๆ เพราะ เดี๋ยวภาพล้มหมด แล้วกำลังใจ ความมั่นใจในตัวเองจะหมดไปด้วย ถ้าจะพูดอีกที พวกเราที่ฝึกสมาธิแล้ว ใจค่อนข้างเป็นสมาธิแล้ว แม้บางคนยังช้าอยู่นึกถึงดวงแก้ว เดี๋ยว ดวงแก้วก็เบี้ยว นึกถึงองค์พระก็ตะแคงข้างหกคะเมนบ้าง บางที่ดีไม่ดีนึกถึงองค์พระอยู่หน้าใครก็ ไม่รู้แซงขึ้นมาเลย ถามว่าเพราะอะไร ก็เพราะโกหกเอาไว้มากจึงมีผลอย่างนี้ หลักในการพูด พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสเอาไว้สั้น ๆ ๑. เรื่องนั้นเป็นเรื่องจริง แต่ไม่เกิดประโยชน์ห้ามพูด เช่น ถ้ามีคนมาถามว่า หัวหน้าของเราคอร์รัปชั่นจริงหรือไม่? เราก็รู้อยู่เต็มอกว่าจริง แต่ถ้าพูดไปแล้วไม่เกิดประโยชน์ ถ้าสนิทกันหน่อยก็ว่า เรื่องของชาวบ้านเสียเวลาไปพูดถึง หรือไม่งั้น จะจริงหรือไม่จริงนะยกไว้ ที่แน่ ๆ ป่านนี้ตำรวจไม่เห็นมาจับเลย อาจเกิดความเข้าใจผิดกันได้กระมัง รอ ๆ ดูไปก่อน ก็แล้วกัน นี่เป็นตัวอย่าง ๒. เกิดประโยชน์แต่ไม่จริง เช่น โกหกได้เงินล้านเอาไหม เอาครับ โกหกได้เงิน ล้านเกิดประโยชน์แต่ไม่จริง อย่าพูดเลย ไม่คุ้มหรอก ได้เงินมาแล้วก็นอนไม่หลับ เพราะกลัวว่า เขาจะเอาลูกปืนมาทวงกลับแทน ๓. ไม่จริงด้วยและก็ไม่เกิดประโยชน์ด้วย ที่ชอบพูดกันนักหนาเพราะมันคุ้นปาก จริงก็ไม่จริง ประโยชน์ก็ไม่เกิด ชอบพูดกันนัก เจ้าขี้เมาพอรวมกลุ่มกันแล้วกินเหล้าแล้วก็ เล่าเรื่อง ยิ่งเล่าเรื่องยิ่งเปลืองเหล้า เล่ากันไปตั้งแต่หัวค่ำยันสว่างไม่จริงสักเรื่อง ประโยชน์ก็ไม่เกิด คุณผู้หญิงก็เหมือนกัน พอร่วมวงชอบนินทา พอนินทาเสร็จกลัวรู้ไปถึงหูเขา จะทำอย่างไร จะต้องหาทางปฏิเสธ นั่นก็จะเป็นการโกหกอีกชั้นหนึ่ง อย่างนี้ห้ามพูด ๔. จริงด้วย ประโยชน์ก็เกิดด้วย แต่ไม่ถูกกาลเทศะยังห้ามพูด ทหารไปพูด ความจริงในเรื่องบางเรื่องต่อหน้าศัตรูยังพูดไม่ได้ หรือคุณแม่บ้านเตือนสามีไม่ให้ดื่มเหล้า ขณะที่สามียังเมาเหล้าอยู่ครองสติไม่ได้ ผิดกาลเทศะยังไม่สมควรพูดขึ้นพูดมีสิทธิ์เจ็บตัว หรือ ไปเตือนผู้ใหญ่ต่อหน้าธารกำนัลกลายเป็นฉีกหน้า ถูกสั่งย้ายภายใน ๒๔ ชั่วโมง ต้องระวัง 5 กัลยาณมิตร Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More