การลิขิตชีวิต วารสารกัลยาณมิตร ปี 2532 ฉบับที่ 9 หน้า 67
หน้าที่ 67 / 124

สรุปเนื้อหา

ใด ๆ ก็ตามเป็นผู้ลิขิตชีวิต พวกนี้โกหกทั้งนั้น อ้างลม ๆ แล้ง ๆ หลอกได้แต่คนโง่ คุณคิดง่าย ๆ ก็แล้วกัน ถ้าพระอินทร์ พระพรหม พระเจ้า สามารถลิขิตชีวิตมนุษย์ได้ จริงแล้ว เขาก็ควรลิขิตชีวิตให้ทุกคนเป็นสุขเสมอหน้ากัน ไม่ลำเอียง เป็นผู้ชายก็ให้หล่อ เหมือนกัน เป็นผู้หญิงก็ให้สวยเหมือนกัน ให้ทุกคนรวยเหมือนกัน ไม่มีความยากจน ไม่มี คนป่วยคนไข้ แต่ก็ปรากฏว่า ในโลกนี้มีทั้งคนหล่อ คนขี้เหร่ คนสวย และคนที่ดูไม่ได้ มีทั้งคนจน คนรวย ปะปนกันไป คุณก็ควรจะได้คิดจากสิ่งที่คุณเห็นเหล่านี้ว่า ถ้าผู้วิเศษเหล่านั้นทำได้จริง ก็แสดงว่าผู้วิเศษเหล่านั้นมีจิตวิปริต ลำเอียง จึงสร้างชีวิตให้แตกต่างกันอย่างนี้ ถ้าเขาวิปริตถึงขนาดนั้น ก็ไม่ใช่เรื่องที่เราจะไปเคารพนับถือ และคนวิปริตขนาดนั้น จะมีปัญญาไปสร้างอะไรได้ ขนาดคนดี ๆ

หัวข้อประเด็น

- การลิขิตชีวิต

ข้อความต้นฉบับในหน้า

247 ผลบต ข้าขอลิขิตชีวิตข้าเองไม่เกรงดินฟ้า ถาม ชีวิตมนุษย์ มีผู้ลิขิตจริงหรือ เราไม่อาจฝืนพรหมลิขิตได้ใช่ไหม? ตอบ คุณเอ๊ย... ใคร ๆ ในโลกนี้ก็ไม่สามารถจะลิขิตมนุษย์ได้ มนุษย์เท่านั้นที่ลิขิต ชีวิตตัวเอง คุณอย่าไปหลงเชื่อใครว่า พระอินทร์ พระพรหม พระเจ้า หรือผู้วิเศษในศาสนา ใด ๆ ก็ตามเป็นผู้ลิขิตชีวิต พวกนี้โกหกทั้งนั้น อ้างลม ๆ แล้ง ๆ หลอกได้แต่คนโง่ คุณคิดง่าย ๆ ก็แล้วกัน ถ้าพระอินทร์ พระพรหม พระเจ้า สามารถลิขิตชีวิตมนุษย์ได้ จริงแล้ว เขาก็ควรลิขิตชีวิตให้ทุกคนเป็นสุขเสมอหน้ากัน ไม่ลำเอียง เป็นผู้ชายก็ให้หล่อ เหมือนกัน เป็นผู้หญิงก็ให้สวยเหมือนกัน ให้ทุกคนรวยเหมือนกัน ไม่มีความยากจน ไม่มี คนป่วยคนไข้ แต่ก็ปรากฏว่า ในโลกนี้มีทั้งคนหล่อ คนขี้เหร่ คนสวย และคนที่ดูไม่ได้ มีทั้งคนจน คนรวย ปะปนกันไป คุณก็ควรจะได้คิดจากสิ่งที่คุณเห็นเหล่านี้ว่า ถ้าผู้วิเศษเหล่านั้นทำได้จริง ก็แสดงว่าผู้วิเศษเหล่านั้นมีจิตวิปริต ลำเอียง จึงสร้างชีวิตให้แตกต่างกันอย่างนี้ ถ้าเขาวิปริตถึงขนาดนั้น ก็ไม่ใช่เรื่องที่เราจะไปเคารพนับถือ และคนวิปริตขนาดนั้น จะมีปัญญาไปสร้างอะไรได้ ขนาดคนดี ๆ ยังสร้างไม่ได้เลย เพราะฉะนั้น คุณเลิกสนใจได้แล้วเรื่องผู้วิเศษต่าง ๆ พระเจ้า พระพรหม อะไรเหล่านั้น เป็นเรื่องไร้สาระ แม้ที่สุด ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ดวงดาว มันก็อยู่บนท้องฟ้า จะมีปัญญาอะไรมา ลิขิตชีวิตใคร เราทำความดีเมื่อไร มันก็เป็นฤกษ์งามยามดีของเราเมื่อนั้น ไม่ว่าดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ดวงดาว มันจะเล็งกันอย่างไรก็ตาม 0 หรือเมื่อเราคิดชั่ว พูดชั่ว ทำชั่ว เมื่อไหร่ มันก็ฤกษ์ร้ายเมื่อนั้น เพราะฉะนั้น คุณเชื่อ ตามที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าสอนดีกว่าว่า กรรมดี กรรมชั่ว หรือความดี ความชั่ว ที่ทำด้วยกายก็ดี ทำด้วยวาจาของเราก็ดี หรือแม้ที่ทำด้วยใจคือคิดก็ดี ทั้ง ๓ ประการ นี้แหละเป็นตัวลิขิตชีวิตของเรา โดยกรรมดีก็ให้ผลเป็นสุข กรรมชั่วก็ให้ผลเป็นทุกข์ เพราะฉะนั้นนับแต่นี้ไป รู้ว่าอะไรเป็นกรรมชั่ว คุณอย่าได้ไปคิดไปพูดไปทำ เลือกทำ แต่ที่ดี ๆ แล้วคุณก็จะได้รับความสุขเอง ไม่ต้องเสียเวลาไปรอฤกษ์ยามอะไรทั้งนั้น ดาวอะไร มันจะเล็งอะไรก็ช่าง อย่าไปเสียเวลาจ้อง ตั้งหน้าตั้งตาทำความดีไป รับรองคุณทำดีจะต้องได้ดี เพราะฉะนั้นลัทธิศาสนาใด ๆ ก็ตามที่สอนให้เชื่อผู้ลิขิต ให้เชื่อพระอินทร์ พระพรหม พระเจ้าลิขิตน่ะ ลัทธินั้น ๆ จัดเป็นมิจฉาทิฐิ ใครเชื่อก็มีแต่ความฉิบหายตามมาทั้งในภพนี้ และภพหน้าไม่มากก็น้อย กั ล ย า ณ มิ ต ร ๖๕ Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More