การดับทุกข์และการปฏิบัติธรรม วารสารกัลยาณมิตร ปี 2538 ฉบับที่ 12 หน้า 21
หน้าที่ 21 / 130

สรุปเนื้อหา

ในการให้พิจารณาเรื่องสังขารในด้าน สมุทัย ว่า อวิชชา ปัจจยา สังขาราฯ และในด้านนิโรธว่า อวิชชาเทววา อเสสวิราคนิโรธา ในด้าน สมุทัย นั้น แปลความ เป็นสยามภาษาว่า อวิชชาเป็นปัจจัย ให้เกิดสังขาร สังขารเป็นปัจจัยให้ เกิดวิญญาณ วิญญาณเป็นปัจจัย ทำการนั้น ๆ แลว่าโดยเฉพาะจงระวัง เรื่อง โลภะ โทสะ โมหะ นั้นไว้อย่า ให้เข้าครอบงำได้ ในเมื่อจะทำ พูด คิดการสิ่งใด พระองค์ทรงสอนไว้ ในทางปรมัตถ์ว่า ธรรมดาจิตนั้นใส แดง ระคนด้วยโทสะ สีดำ ระคน ด้วยโมหะ ขุ่นเหมือนผมหรือน้ำ ล้างเนื้อ สิ่งเหล่านี้พระองค์ใช้ตา ธรรมกายมองเห็นจริงๆ พวกเรา เหล่าคาสนิกชน เมื่อเรียนภาวนา เพ่งถึงขนาด จะเห็นจริงด้วยตนเอง การปฏิบัติกิจทางภาวนานั้นก็คือ บริสุทธิ์อยู่เสมอ ซึ่งหมายความว่า จิตที่ไม่มีกิเลสผสม ส่วนพวกกิเลส เช่น โลภะฯ เรียกว่าเป็นข

หัวข้อประเด็น

- การดับทุกข์และการปฏิบัติธรรม

ข้อความต้นฉบับในหน้า

แก่การทุกอย่าง พระธรรมเทศนาของพระองค เมื่อตอนตรัสรู้ใหม่ๆ หนักไปในทาง แสดงเหตุและการดับเหตุ หรือที่ เรียกว่า สมุทัย กับ นิโรธ ดังเช่น ในการให้พิจารณาเรื่องสังขารในด้าน สมุทัย ว่า อวิชชา ปัจจยา สังขาราฯ และในด้านนิโรธว่า อวิชชาเทววา อเสสวิราคนิโรธา ในด้าน สมุทัย นั้น แปลความ เป็นสยามภาษาว่า อวิชชาเป็นปัจจัย ให้เกิดสังขาร สังขารเป็นปัจจัยให้ เกิดวิญญาณ วิญญาณเป็นปัจจัย ทำการนั้น ๆ แลว่าโดยเฉพาะจงระวัง เรื่อง โลภะ โทสะ โมหะ นั้นไว้อย่า ให้เข้าครอบงำได้ ในเมื่อจะทำ พูด คิดการสิ่งใด พระองค์ทรงสอนไว้ ในทางปรมัตถ์ว่า ธรรมดาจิตนั้นใส แดง ระคนด้วยโทสะ สีดำ ระคน ด้วยโมหะ ขุ่นเหมือนผมหรือน้ำ ล้างเนื้อ สิ่งเหล่านี้พระองค์ใช้ตา ธรรมกายมองเห็นจริงๆ พวกเรา เหล่าคาสนิกชน เมื่อเรียนภาวนา เพ่งถึงขนาด จะเห็นจริงด้วยตนเอง การปฏิบัติกิจทางภาวนานั้นก็คือ บริสุทธิ์อยู่เสมอ ซึ่งหมายความว่า จิตที่ไม่มีกิเลสผสม ส่วนพวกกิเลส เช่น โลภะฯ เรียกว่าเป็นของจรมา พยายามกลั่นเอากิเลสออกเสียจาก เมื่อมาพ้องพานจิตก็ย่อมจิตให้เป็น จิต ให้จิตใจบริสุทธิ์ อันได้ชื่อว่า ไปตามสภาพอันชั่วช้าของกิเลสนั้น ๆ กิริยาจิต กิริยาจิตเช่นนี้เป็นอัพยา จิตระคนด้วยราคะหรือโลภะ มีลี กฤตแล้ว ต่อนั้นไปจะเป็นจิตที่ควร ให้เกิดนามรูป นามรูปเป็นปัจจัยให้ เกิดอายตนะ ๖ อายตนะ ๖ เป็น ปัจจัยให้เกิดผัสสะ ผัสสะเป็นปัจจัย ให้เกิดเวทนา เวทนาเป็นปัจจัยให้ เกิดตัณหา ตัณหาเป็นปัจจัยให้เกิด อุปาทาน อุปาทานเป็นปัจจัยให้เกิด ภพ ภพเป็นปัจจัยให้เกิดชาติ ชาติ เป็นปัจจัยให้มีความแก่ ความตาย และความเศร้าโศกต่าง ๆ สิ่งเหล่านี้ จะดับได้ก็เพราะดับชาติ ชาติดับได้ ก็เพราะดับภพ ภพจะดับได้ก็เพราะ อุปาทานดับ อุปาทานจะดับได้เพราะ ตัณหาดับ ตัณหาจะดับได้ก็เพราะ เวทนาดับ เวทนาจะดับได้เพราะ ผัสสะดับ ผัสสะจะดับได้ก็ต่อเมื่อ อายตนะดับ อายตนะจะดับได้ต่อ เมื่อนามรูปดับ นามรูปจะดับได้ต่อ เมื่อวิญญาณดับ วิญญาณจะดับได้ ต่อเมื่อสังขารดับ สังขารจะดับลงก็ เพราะอวิชชาดับ เหตุผลเกิดดับ กัลยาณมิตร ธันวาคม ๒๕๓๘
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More