ข้อความต้นฉบับในหน้า
ด้วยกัน รวมเป็นค่าแปลของคำว่า
พุทโธ หรือจะแปลให้สั้นเข้าอีก ค่าว่า
พุทโธ ก็ยังต้องแปลว่า ทั้งรู้ทั้งเห็น
ไม่ใช่รู้เฉยๆ อาศัยคำว่า จกฺขุ ณาณ
ในบาลีที่ยกขึ้นมากล่าวนั้นเป็นเครื่อง
ประกอบ ยิ่งกว่านั้นยังมีคำว่า ชาน
ตา ปสฺสตาฯ ในมหาสติปัฏฐาน
สูตรอยู่อีก ซึ่งเป็นเหตุสนับสนุนว่า
เฉยๆ
เป็นทั้งรู้ทั้งเห็น
ที่ว่า “เห็น" นั้น มิได้หมาย
ความว่า เห็นอย่างตาเราเห็นอะไร
จริงๆ แต่พระองค์เห็นด้วยตาธรรม
กาย และการที่พระองค์เห็นนี้ โดย
มิได้มีผู้ใดสอนให้รู้สอนให้เห็น รู้เห็น
โดยลำพังพระองค์เอง และสิ่งทั้ง
หลายที่พระองค์รู้เห็นนั้น ตรงตาม
แปลว่า โดยชอบ หรือ โดยถูกต้อง
พระองค์ตรัสรู้อะไร มีเหตุผลยันกัน
ได้เสมอ จึงได้ชื่อว่าถูกต้อง เพราะ
การพูดอะไรไม่มีเหตุผลรับสมหรือ
ยันกันได้แล้ว ตามหลักธรรมดา
เรียกว่าไม่ถูก ต้องมีเหตุผลรับสม
กันจึงจะนับว่าถูก พระสัทธรรมค่า
สอนของพระองค์ มีเหตุผลรับสม
ความเป็นจริงทั้งนั้นมิใช่คาดคะเน กันอยู่เสมอไม่คลาดเคลื่อน จึง
หรืออนุมานเอา จึงเป็นองค์สัมมา
สัมพุทโธ พระผู้ตรัสรู้เองโดยชอบ
หรือนัยหนึ่งว่า โดยถูกต้องตรงตาม
ความเป็นจริงทุกประการ จึงได้ชื่อ
ว่า “ตรัสรู้” ยังมีค่าว่า “สม” ว่า หน้า
“พุทธะ” เติมเข้ามาอีกค่า หนึ่ง ซึ่ง
แปลว่า ด้วยพระองค์เอง คือไม่ต้อง
มีผู้สั่งสอน พระองค์ท่า อย่างไร จึง
ตรัสรู้ด้วยพระองค์เองเช่นนั้น ข้อนี้
ตอบไม่ยาก พระองค์ตรัสรู้ด้วยพระ
องค์เองได้ก็เพราะความเป็น “อร”
ของพระองค์ดังกล่าวข้างต้นแล้วนั่น
เองคือ เมื่ออำนาจสมาธิท่า ให้จิต
สมควรแล้วที่ได้พระเนมิตกนามว่า
สัมมาสัมพุทโธ
พระพุทธวจนะที่ควรน่า มา
สาธกในที่นี้ ว่าแต่โดยสั้นๆ ก็ว่า
พระองค์ตรัสรู้เหตุตรัสรู้ผล ไม่ใช่รู้
แต่เหตุหรือรู้แต่ผล พระองค์ตรัสรู้
ทั้งเหตุตรัสรู้ทั้งผล ที่ว่านี้คืออะไร
เหตุสุข เหตุทุกข์ เหตุไม่สุขไม่ทุกข์
หรือเรียกว่าอัพยากฤต คือสภาพ
เป็นกลางๆ ทั้ง
อย่างนี้เป็นราก
ฐานแห่งการตรัสรู้ของพระองค์
กล่าวคือ สุข พระองค์ก็ไม่ทรงรู้แต่
สุขเฉยๆ ตรัสรู้ลึกซึ้งเข้าไปถึงว่า
๓
๒ ประการนั้นก็เช่นเดียวกัน รู้ทั้ง
เป็นผลคือความสบายกายสบายใจ
ของพระองค์หลุดพ้นจากอาสวะแล้ว อะไรเป็นเหตุให้เกิดสุขด้วย และอีก
จิตของพระองค์ก็ใสยิ่ง หยุด และ
บริสุทธิ์ผุดผ่องเพราะหยุดนิ่งนั้นเอง เหตุ รู้ทั้งผลคู่กันไป เป็นต้นว่าสุข
จึงมีสิ่งหนึ่งผุดขึ้นในนิ่ง ทำ ให้รู้ พระ
องค์ก็รู้ตามนั้นไป น้ำขุ่นแม้อิฐสัก
ก้อนหนึ่งอยู่กันโอ่งเราก็มองไม่เห็น
แต่ถ้าน้ำนั้นนอนนิ่งใสบริสุทธิ์แล้ว
แม้แต่เข็มอยู่กันโอ่งเราก็เห็น ฉันใด
ก็ฉันนั้น
- ยังมีคำว่า “สัมมา” ว่า หน้า
ที่ว่าพระพุทธเจ้าตรัสรู้นั้น ไม่ใช่รู้ “สัมพุทโธ” อีกค่า หนึ่ง ค่า ว่า สัมมา
อะไรเล่าเป็นเหตุที่ให้เกิดผลคือสุข
ดังกล่าวนั้น พระองค์ตรัสไว้ว่า
อโลภะ อโทสะ อโมหะ ไม่โลภ ไม่
โกรธ ไม่หลง (แปลอย่างย่อที่สุด)
๓ ประการนี้แหละเป็นเหตุ ดังมีบาลี
เป็นที่ยืนยันว่า กุสลาธมฺมา อกุสลา
ธมฺมา อยากตามมา เป็นอาทิ
กัลยาณมิตร
๑๗
ณวาคม ๒๕๓๔